สนุกกับภาษาจีนพูดได้   Click to listen highlighted text! สนุกกับภาษาจีนพูดได้
Jan 262013
 

หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “等” หรือ “等等” กันมาบ้าง เวลาอ่าน หรือพูดภาษาจีน เราก็มักจะใช้อยู่บ่อยๆ ใช้ไปใช้มาก็อดจะสับสนว่า เมื่อไรควรจะใช้ “等” เมื่อไรควรจะใช้ “等等”

วันนี้ เราจะมาดูกฎเกณฑ์วิธีการใช้คำ 2 คำนี้ รวมทั้งคำว่า “什麼的” ด้วย จะได้หายงงซะที (หรือจะงงยิ่งกว่าเดิม???)

1. “等” และ “等等” ใช้ได้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน ส่วน “什麼的” ใช้เฉพาะในภาษาพูดเท่านั้น

(ถ้าเปรียบเทียบเฉพาะ “等” กับ “等等” — “等” จะพบ หรือนิยมใช้ในภาษาเขียนมากกว่า ส่วน “等等” มักพบในภาษาพูดมากกว่า อันนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ ให้จำแค่กฎเกณฑ์สำคัญ หลักๆ ก็พอ คือใช้ได้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน)

2. หลัง “等” สามารถตามด้วยคำ หรือวลีบอก (หรือสรุปท้าย) สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมาได้ ส่วน “等等” โดยทั่วไป จะไม่ตามด้วยคำ หรือวลีบอก (หรือสรุปท้าย) สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมา ส่วน “什麼的” จะวางท้ายประโยคเท่านั้น (ข้างหลังจะมีส่วนประกอบอื่นอีกไม่ได้) ตัวอย่างเช่น

  • 水、電、暖氣、煤氣等設備的檢修工作均已完畢。(มี “設備” สรุปท้าย)
  • 青年人積極、熱情、有朝氣 (zhāo qì)、肯於學習、接受新事物快等等,這些都是難能可貴的優點。(หลัง “等等” ไม่มีคำ หรือวลีสรุปท้าย)

3. เมื่อยกตัวอย่างชื่อเฉพาะ หรือวิสามัญนาม (專有名詞) (เช่น ชื่อคน, ชื่อสถานที่ เป็นต้น) ต้องใช้ “等” เท่านั้น จะใช้ “等等” และ “什麼的” ไม่ได้ เพราะ (คนจีนถือว่า) สื่อถึงความไม่สุภาพ โดยเฉพาะเมื่อยกตัวอย่างชื่อคน อาทิเช่น

  • 學習結束後,我們將西安、四川等地旅遊。(ชื่อสถานที่)
  • 唐代著名的詩人有李白、杜甫、白居易等。(ชื่อคน)

และเมื่อ “什麼的” ใช้ในภาษาพูด สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมากล่าวถึงจึงมักเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วๆ ไป เช่น

  • 我剛買了些啤酒、火腿、麵包什麼的,咱們一起吃吧。

4. ถ้ายกตัวอย่างเพียงสิ่งเดียว เรื่องเดียว ต้องใช้ “等” หรือ “什麼的” เท่านั้น จะใช้ “等等” ได้ ต้องยกตัวอย่างอย่างน้อย 2 สิ่งขึ้นไป ตัวอย่างเช่น

  • 雅典 (Athens) 等城市輸出的精美的手工藝品,都是奴隸血汗的結晶。 (ตัวอย่างเดียว)
  • 妻子在家做飯什麼的,丈夫在外打工什麼的,日子過得倒也蠻好。 (ตัวอย่างเดียว)
  • 思想、意識等等是主觀的東西,做或行動是主觀見於客觀的東西。 (2 ตัวอย่าง)

5. เราสามารถใช้ “等等” ซ้ำคำ กลายเป็น “等等, 等等” ได้ (อย่าลืมเครื่องหมาย “,” ระหว่างกลางด้วย) ถ้าต้องการสื่อว่า สิ่งที่ยกตัวอย่างยังมีอีกเป็นจำนวนมาก หรือมีนัยสื่อถึงสิ่งที่กล่าวถึงนั้นมีเป็นจำนวนมาก (很多) และในบางกรณี “等等” ยังวางหลัง “如此” ได้ด้วย เช่น

  • 除了這些正在受罪的人以外,長廊兩側還擺着壓杠、老虎凳、皮鞭、竹釺、手銬、腳鐐,等等,等等。
  • 這個說 “離鐵礦太遠了”,那個說 “附近沒有水源”,還有的說 “交通也很不方便”,如此等等。…… (แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า “เช่นนี้เป็นต้น”)

6. “等” ยังสามารถตามด้วยตัวเลขที่เป็นจำนวนรวม (เท่ากับ) สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่าง หรือกล่าวถึงได้ด้วย เช่น

  • 我國古代有造紙、印刷術、指南針、火藥等四大發明。
  • 中國有北京、上海、天津、重慶等四個中央直轄市。
Jan 262013
 

เวลาพูดถึงสภาวะ “เงียบสงบ”, “เงียบสงัด”, “ไร้สุ้มเสียง” ฯลฯ เรามักนึกถึงคำว่า “安靜” ก่อน … เพราะนักเรียนภาษาจีนส่วนใหญ่มักได้เรียนรู้คำคุณศัพท์คำนี้ก่อนคำอื่น นอกจาก “安靜” แล้ว ภาษาจีนยังมีคำศัพท์อื่นที่ใช้บรรยายสภาพ สภาวะนี้ได้อีก … Love Chinese ตอนนี้จะว่าถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ

1. “安靜”、”寧靜” และ “平靜” ทั้ง 3 คำนี้ เป็นคำคุณศัพท์ (形容詞) ทั้งหมด มีความหมายว่า “เงียบสงบ”, “สงัด”, “ไร้ซุ่มเสียง”, “ไม่เคลื่อนไหว” (靜) ทั้งสิ้น แต่ทั้ง 3 คำมีจุดเน้น และวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน เรามาดูกันเลย

  • “安靜” และ “寧靜” ใช้บรรยายสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ไม่มีเสียง ถ้าเปรียบเทียบกัน “寧靜” จะเงียบสงบกว่า “安靜” เล็กน้อย
  • “安靜” จะเน้นที่ “ไม่มีเสียงรบกวน”, “ไม่มีเสียงดังอึกทึกคึกโครม” มักใช้กับสภาพแวดล้อมที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน หรือมีขอบเขตชัดเจน สถานที่จำเพาะเจาะจงที่ใดที่หนึ่ง
  • “寧靜” จะเน้นที่ “ความเงียบสงบ”, “เงียบสงบเป็นพิเศษ”, “ไม่มีเสียง หรือไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลยสักนิดเดียว” มักจะใช้กับสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่

ลองเปรียบเทียบตัวอย่างกันดู

  • 安靜的屋子裡,只有我在看書。(เน้นความเงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน)
  • 寧靜的教室里,只聽到考生們唰唰地寫字聲。(ประโยคนี้ใช้ “寧靜” ได้ ถ้าต้องการเน้นถึงความเงียบสงบมากๆ ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงขีดเขียน)
  • 閱覽室里很安靜,同學們都在認真地讀書。(สถานที่, สภาพแวดล้อมมีขอบเขตจำเพาะชัดเจน)
  • 寧靜的夜空中,只有三三兩兩的星星在眨着眼。(สภาพแวดล้อมมีขอบเขตกว้างใหญ่)

“平靜” จะเน้นสภาพที่ “ไม่เคลื่อนไหว, (เหตุการณ์, สถานการณ์, สภาพแวดล้อม) คงที่” มักใช้บรรยายสภาพแวดล้อม (เช่น น้ำ, ผิวน้ำ) ที่สงบคงที่ ไม่เคลื่อนไหว เช่น

  • 湖面上平靜得很,一隻小船浮在上面一動也不動。(บรรยายสภาพน้ำ)
  • 外面很平靜,不像有敵人打進來的樣子。(สภาพแวดล้อมไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหว)

–> ดังนั้น ถ้าเราต้องการบรรยายถึงสภาพแวดล้อมที่ “เงียบสงบ ไม่มีเสียง” จะใช้ “平靜” ไม่ได้ เพราะ “平靜” จะเน้นที่ “ไม่เคลื่อนไหว” เป็นสำคัญ (ไม่เน้นความเงียบสงบ)

2. “安靜”、”寧靜”、”平靜” นอกจากใช้บรรยายสภาพแวดล้อมแล้ว ยังใช้บรรยายสภาพ หรือสภาวะจิตใจของคน และชีวิตความเป็นอยู่ที่ราบรื่น, ราบเรียบ ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ลุ่มๆ ลอนๆ ฯลฯ สื่อถึง “ความมั่นคงปลอดภัย” (安穩) ในชีวิต บางกรณีใช้แทนกันได้ แต่จุดเน้นต่างกัน

  • “安靜” เน้นสภาพจิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบ เป็นปกติ มั่นคง (安定)
  • “平靜” เน้นสภาพจิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบ ราบรื่น ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ลุ่มๆ ดอน (沒有不安和動蕩)
  • “寧靜” เน้นสภาพจิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ที่ราบเรียบ สงบสุขอย่างยิ่ง ไม่มีสิ่งรบกวน ทำให้กังวลใจ (特別地平和,沒有一點兒騷擾) แต่ “寧靜” จะใช้กับชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า (ใช้กับสภาพจิตใจน้อย)

*** โดยสรุป ถ้าใช้กับสภาพจิตใจ เราจะใช้ “平靜” เป็นหลัก ถัดมา คือ “安靜” ส่วน “寧靜” จะใช้น้อยที่สุด เช่น

  • 聽了他的事迹,我們激動的心情久久不能平靜。
  • 大家好不容易有了這樣一個環境,可以平平靜靜/安安靜靜的生活了。
    • เน้นสภาพชีวิตที่สงบ ราบรื่น ใช้ “平靜”  (平 ราบรื่น)
    • เน้นสภาพชีวิตที่มั่นคง เป็นปกติ ใช้ “安靜” (安 ความปลอดภัย)
    • จะสังเกตว่า 2 คำนี้ความหมายค่อนข้างใกล้เคียงกัน จึงใช้แทนกันได้ในบางกรณี ขึ้นกับจุดที่ต้องการเน้น
  • 過了好長時間,他的心情才平靜/安靜/寧靜下來。(ประโยคนี้ ใช้ได้ทั้ง 3 คำ)

—> และถ้าต้องการบรรยายสภาพจิตใจที่ไม่สงบ, วุ่นวาย, สับสน เปลี่ยนสภาพกลายเป็น (จิตใจที่) สงบ เป็นปกติ ไม่มีความกังวลใจ ต้องใช้ “平靜” เท่านั้น เช่น

  • 讀了媽媽的信,她的心怎麼也平靜不下來了。

นอกจากนั้น ในบางกรณี “安靜” และ “寧靜” ยังใช้บรรยายบุคลิกของคนได้อีกด้วย เช่น

  • 他是一個那麼安靜/寧靜的男孩兒。

“平靜” ยังสามารถใช้กับทัศนคติของคนที่สบายๆ ไม่เคร่งเครียด, ไม่ตื่นเต้น ฯลฯ

  • 他異常平靜地說,“我同意離婚”。

3. ในแง่ไวยากรณ์ หรือวิธีการใช้งาน “安靜”、”平靜” ใช้ได้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน ส่วน “寧靜” ใช้ในภาษาเขียนเท่านั้น

“安靜”、”平靜” ใช้ในรูปการซ้ำคำเป็น “AABB” ได้ แต่ “寧靜” ซ้ำคำแบบนี้ไม่ได้ เช่น

  • 安安靜靜地座。
  • 平平靜靜地處理問題。

“安靜”、”平靜” เป็นบทขยายภาคแสดง (狀語) และบทเสริม (補語) ได้ ส่วน “寧靜” ใช้แบบนี้ไม่ได้ เช่น

  • 孩子總算安靜地睡著了。(เป็น 狀語)
  • 教室里顯得異常安靜。(เป็น 補語) (異常安靜 เงียบผิดปกติ)
  • 他平靜地注視着那幾個人。(เป็น 狀語)
  • 她表現得很平靜。(เป็น 補語)

นอกจากนั้น “安靜” ยังเป็นคำกริยา (動詞) ได้อีกด้วย เมื่อเป็นคำกริยาจึงสามารถซ้ำคำในรูป “ABAB” ได้ด้วย เช่น

  • 請大家安靜一下。
  • 你安靜一會兒,好不好?
  • 你們安靜安靜好嗎?我們要休息了?

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 202013
 

คำว่า “คู่” (สักษณะนาม) ในภาษาจีน มีให้เลือกใช้ 2 คำ คือ “對” และ “雙”

2 คำนี้ เมื่อใช้เป็นลักษณะนามจะใช้กับสิ่งของ (รวมทั้งคน) ที่มีอยู่เป็นจำนวน 2 (คน, ชิ้น, อัน ฯลฯ) อาจหมายถึงสิ่งของที่อยู่ด้วยกัน เข้าคู่กัน หรือเป็นคู่กันก็ได้ ปกติจะใช้แทนกันไม่ได้ และมีคำ (หรือสิ่งของ) จำนวนน้อย (มากๆ) ที่ใช้ได้ทั้ง “對” และ “雙”

“對” ใช้กับสิ่งของเป็นคู่ (จำนวน 2) โดยสิ่งของนั้น เกิดจากคนทำขึ้น สร้างขึ้น (ให้เป็นคู่กัน) พูดอีกนัยหนึ่ง คือไม่ได้เกิดขึ้น หรืออยู่เป็นคู่กันมาตั้งแต่ดั้งเดิมตามธรรมชาติ

สิ่งของเป็นคู่ที่ใช้ “對” เป็นลักษณะนาม มักเป็นของที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน หรือเข้าคู่กัน (เช่น เพศชายหญิง, ตัวผู้ตัวเมีย ฯลฯ) จะเป็นคน, สัตว์, สิ่งของก็ได้ บางกรณียังใช้กับคน หรือสิ่งของประเภท หรือชนิดเดียวกันที่นำมาเข้าคู่ หรือจัดให้เป็นคู่กันได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น

  • 一對夫婦 (คู่สามีภรรยา)
  • 一對男女 (คู่ชายหนุ่มหญิงสาว)
  • 一對金魚 (ปลาทอง 1 คู่)
  • 一對鴛鴦 (เป็ดแมนดาริน 1 คู่)
  • 一對花瓶 (แจกันดอกไม้ 1 คู่)
  • 一對矛盾 (ความขัดแย้ง 1 คู่)
  • 一對對聯 (โคลงคู่ 1 คู่)
  • 一對電池 (ถ่านไฟฉาย 1 คู่)
  • 兩對枕頭 (หมอน 2 คู่)

“雙” ใช้กับสิ่งของเป็นคู่ (จำนวน 2) ที่อยู่เป็นคู่ (ใช้เป็นคู่, มีเป็นคู่ ฯลฯ ) มาแต่ดั้งเดิมตามธรรมชาติอยู่แล้ว มักเป็นสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะร่างกายของคน (รวมทั้งสัตว์) หรืออวัยวะที่แบ่งเป็นด้านซ้าย – ขวา

เพราะฉะนั้น ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง “對” กับ “雙” — “雙” จะเน้นจำนวนเลข 2 มากกว่า “對” ตัวอย่างเช่น

  • 一雙眼睛 (ดวงตา 1 คู่)
  • 一雙手 (มือ 1 คู่)
  • 一雙筷子 (ตะเกียบ 1 คู่)
  • 一雙翅膀 (ปีกนก/ปีกแมลง 1 คู่)
  • 一雙鞋 (รองเท้า 1 คู่)
  • 五雙襪子 (ถุงเท้า 5 คู่)

ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า มีคำ (หรือสิ่งของ) จำนวนน้อย (มากๆ) ที่ใช้ได้ทั้ง “對” และ “雙” เป็นลักษณะนาม (ดูตัวอย่างข้างล่าง) ข้อแตกต่าง คือ เมื่อใช้ “對” จะเน้นที่ความเป็นคู่ตรงข้าม หรือเข้าคู่กัน (เช่น เพศชายหญิง) แต่ถ้าใช้ “雙” จะเน้นที่จำนวนเลข 2 ของสิ่งของนั้นเป็นสำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • 一對/雙眼睛 (ดวงตา 1 คู่)
  • 一對/雙翅膀 (ปีกนก/ปีกแมลง 1 คู่)
  • 一對/雙兒女 (ลูกชายหญิง 1 คู่)

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 202013
 

หลายคนเรียนภาษาจีนมาได้สักระยะหนึ่ง อาจจะงงๆ หรือสับสนเกี่ยวกับการซ้ำคำกริยาในภาษาจีน เช่น 看看、看(一)看 และ 看了看 ว่าควรใช้ยังไง เมื่อไรดี

วันนี้มาดูกันคร่าวๆ พอให้หายงงกันหน่อย

การซ้ำคำกริยา ถ้าเป็นคำกริยาพยางค์เดียว จะซ้ำในรูป AA หรือ A(一)A และ A了A เช่น

  • 看看
  • 看(一)看 (“一”ในวงเล็บ สามารถละไม่พูดได้ หรืออยู่ในรูป AA นั่นเอง)
  • 看了看

ถ้าเป็นคำกริยาพยางค์คู่ จะซ้ำในรูป ABAB และ AB了AB เช่น

  • 介紹介紹
  • 介紹了介紹

การซ้ำคำกริยาจะใช้เมื่อกริยาเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว หรือในเวลาสั้นๆ เราจะใช้ การซ้ำคำกริยาในกรณีใดบ้าง มาดูตัวอย่างการซ้ำคำกริยาคำว่า “看” กัน

1. ถ้าผู้พูด (ตนเอง) ต้องการดู (ทำกริยานั้น) สักครู่ สักหน่อย สักประเดี๋ยว หรือเชิญชวนให้คนอื่นดู (ทำกริยานั้น) สักหน่อย เราจะใช้ 看看 หรือ 看(一)看 และเหตุการณ์ (หรือกริยานั้น) ยังไม่เกิดขึ้น เพื่อสื่อถึงความสุภาพในการสื่อสาร เช่น

  • 請等一下,讓我看(一)看。
  • 老師,這是我的功課,請你看(一)看。

2. ถ้าต้องการสื่อถึงการดู (ทำกริยานั้น) อย่างรวดเร็ว และเหตุการณ์ (กริยานั้น) ได้เกิดขึ้นแล้ว จะใช้ 看了看 เช่น

  • 老師拿過我的作業,看了看,很快發現有個錯誤。

(จะสังเกตว่า หลังกริยา 看了看 มักจะมีกริยาอีกตัวหนึ่ง เกิดขึ้นต่อเนื่องทันที)

3. ถ้าเป็นการดู (ทำกริยานั้น) เป็นประจำ สม่ำเสมอ จะใช้ 看看 เพื่อสื่อถึงการทำกริยานั้นแบบเรื่อยๆ สบายๆ เป็นประจำ ไม่จริงจัง ไม่เป็นการเป็นงาน เช่น

  • 他退休以後,每天看看書,看看報,散散步,過得很愉快。

แต่ถ้าต้องการสื่อถึงการดู (ทำกริยานั้น) ด้วยอาการยุ่ง, จริงจัง เป็นการเป็นงาน เคร่งเครียด ฯลฯ จะซ้ำกริยาไม่ได้ เช่น

  • 他每天很忙,又要看書,又要寫文章。

 

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 192013
 

“只是”、”不過”、”可是”、”但是” และ “然而” ทั้งหมด เป็นคำสันธาน (連詞) ใช้เชื่อมข้อความ (ประโยคย่อย, อนุประโยค) ที่มีความสัมพันธ์แบบ 轉折 (หมายถึงข้อความ (ประโยค) ส่วนหน้า และส่วนหลัง มีความสัมพันธ์แบบหักมุม, ตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกัน)

ข้อแตกต่าง และวิธีการใช้คำสันธานเหล่านี้ คือ

1. ในแง่น้ำหนัก (ความหนักเบา) ของความหมายของความสัมพันธ์แบบ 轉折

  • “只是”、”不過” — สื่อ หรือบอกความหมายของความสัมพันธ์แบบ 轉折 น้อย (เบา)
  • ส่วน “可是”、”但是”、”然而” — สื่อ หรือบอกความหมายของความสัมพันธ์แบบ 轉折 มาก (หนัก หรือชัดเจน) โดยเฉพาะ “然而” สื่อความหมายของความสัมพันธ์แบบ 轉折 มาก (หนัก) ที่สุด

ถ้าเรียงลำดับน้ำหนัก (ความหนักเบา) ของ (ความหมายของ) ความสัมพันธ์แบบ 轉折 จากมาก (หนัก) ไปหาน้อย (เบา) จะเป็น ดังนี้

  • 然而 > 但是 > 可是 > 不過 > 只是

2. ในแง่การใช้งาน “只是”、”可是” มักใช้ในภาษาพูด “不過”、”但是” ใช้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน ส่วน “然而” เป็นภาษาจีนโบราณ (文言) ใช้ในภาษาเขียนเป็นหลัก

3. “只是” ใช้เสริมความ, ขยายความ หรืออธิบายข้อความ (หรือประโยค) ที่อยู่ข้างหน้า ส่วน “不過” ใช้เสริมความ, ขยายความในบางกรณีได้ด้วยเช่นเดียวกัน เช่น

  • 我早想來你這兒看看,只是沒有時間。(เสริมความ)
  • 老師很欣賞你的才幹,不過他還是希望你在下面多鍛煉鍛煉。(เสริมความ)

ส่วน “可是”、”但是”、”然而” สื่อ หรือบอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้ามของข้อความ (ประโยค) ส่วนหน้า และส่วนหลัง (ดังนั้น) ความสำคัญ หรือสาระที่ (ผู้พูด) ต้องการสื่อจะอยู่ที่ข้อความ หรือประโยคหลัง เช่น

  • 這菜看上去不怎麼樣,可是吃起來卻挺不錯。(บอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้าม)
  • 她的聲音雖然不大,但是卻很堅決。(บอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้าม)
  • 試驗多次被迫停止,然而他們並不灰心。(บอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้าม)

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเป็นการเสริมความ, ขยายความ หรืออธิบายข้อความ (หรือประโยค) จะใช้ “可是”、”但是”、”然而” ไม่ได้

และถ้าเป็นการสื่อ หรือบอกความขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกัน (ของข้อความ หรือประโยคส่วนหน้า และส่วนหลัง) จะใช้ “只是” ไม่ได้ (ดูตัวอย่างข้างบน)

4. คำที่ใช้ร่วมกัน (เข้าคู่กัน)

เมื่อใช้ “只是”、”不過” น้ำเสียงที่สื่อออกมาจะเบา, ไม่ชัดเจนตรงไปตรงมา (เป็นการสื่ออย่างอ้อมๆ หรือนุ่มนวล) ดังนั้น จะไม่ใช้ร่วมกับ “雖然” และ “卻” (ข้อความ หรือประโยคส่วนหน้าจะไม่ใช้ “雖然” และประโยคส่วนหลังจะไม่ใช้ “卻”) เช่น

  • 我其實很想去看看那個展覽,只是太忙。
  • 她的脾氣一向很大,不過現在好多了。

ส่วน “可是”、”但是” น้ำเสียงที่สื่อออกมาจะหนัก, ชัดเจน, ตรงไปตรงมา ดังนั้น มักจะใช้ร่วมกับ “雖然” และ “卻” หรือ “還” เช่น

  • 他雖然很忙,可是還是抽出時間來醫院看你。
  • 實驗雖然被迫停止,但是他並沒有停止研究。

ส่วน “然而” ถึงแม้น้ำเสียงจะสื่อความสัมพันธ์แบบ 轉折 ชัดเจน แต่ (โดยทั่วไป) จะไม่ใช้ร่วมกับ “雖然” เช่น

  • 條件確實很差,然而沒有一個被它嚇倒。

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 192013
 

“點兒” กับ “些” เป็นคำลักษณนาม (量詞) ทั้งคู่ ทั้งสองคำ หมายถึงจำนวนที่ไม่แน่นอน “จำนวนหนึ่ง”

ระหว่าง “點兒” กับ “些” ในแง่จำนวน “點兒” จะมีจำนวนน้อยกว่า “些” เช่น

  • 去商店買了點兒吃的。
  • 去商店買了些吃的。
  • 我還有點兒事要跟你商量呢。
  • 我還有些事要跟你商量呢。

“點兒” กับ “些” เมื่อใช้ร่วมกับ “這/那” หรือ “這麼/那麼” จะกลายเป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ ความหมายของทั้ง 2 คำนี้จะแตกต่างกัน คือ

1.ในด้านความหมาย

1.1 “這些/那些” หมายถึง “จำนวนหนึ่ง” (มากกว่าหนึ่ง แต่ไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน) แต่ไม่ได้สื่อ หรือบอกว่าเป็นจำนวน “มาก” หรือ “น้อย” เช่น

  • 這些禮物是送給誰的?
  • 把那些書發給大家。

1.2 “這點兒/那點兒”นอกจากหมายถึงจำนวนน้อยแล้ว ยังเป็นการเน้นจำนวนที่ “น้อยมาก” อีกด้วย เช่น

  • 這點兒飯夠誰吃呀?
  • 那點兒活一會兒就幹完了。

1.3 “這麼些/那麼些” ใช้เมื่อผู้พูดต้องการเน้นจำนวนที่ “มาก” เช่น

  • 這麼小的車哪兒能坐下這麼些人啊?
  • 今天要洗那麼些衣服啊。

1.4 “這麼點兒/那麼點兒” ใช้เมื่อผู้พูดต้องการเน้นจำนวนที่ “น้อยมากๆ” เช่น

  • 這麼點兒作業也嫌多,還想不想學了?
  • 怎麼就來了那點兒人啊,不是說有十幾個人嗎?

2.ในด้านการใช้งาน หรือไวยากรณ์

2.1 “點兒” กับ “些” เมื่อวางหลังคำคุณศัพท์ (形容詞) หรือคำกริยา (บางคำ) (動詞) จะทำหน้าที่เป็นบทเสริม หรือ 補語 หมายถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง (แล้วแต่กรณี) กรณีนี้ “點兒” กับ “些” สามารถใช้แทนกันได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกัน “些” จะมีความหมาย “หยาบ” กว่า “點兒” เล็กน้อย (หมายถึง “些” ให้ความรู้สึกไม่ชัดเจนเท่า “點兒”) เช่น

  • 貴了點兒/貴了些
  • 高興點兒/高興些
  • 放鬆點兒/放鬆些
  • 注意點兒/注意些

2.2 หน้า “點兒” สามารถมี “一”、“半” อยู่ได้ หรืออยู่ในรูป “一點兒”、“半點兒” โดยจะใช้ในรูปปฏิเสธ เป็นการเน้นการปฏิเสธทั้งหมด เช่น

  • 爸爸最近忙不過來,一點兒時間也沒有。
  • 你怎麼半點兒信心也沒有?

2.3 “點兒” สามารถใช้ในรูปซ้อนคำ และข้างหน้ามี “一” หรืออยู่ในรูป “一點點兒” หมายถึงจำนวนน้อยมากๆ ได้ด้วย เช่น

  • 就這麼一點點兒東西,夠我們吃嗎?
  • 我只會一點點兒漢語。

2.4 หน้า “些” สามารถมีคำ เช่น “好”、“老” อยู่ได้ หรืออยู่ในรูป “好些”、“老些” หมายถึงจำนวนมาก หรือ “多” นั่นเอง เช่น

  • 外面來了好些人。
  • 吃了好些東西。

2.5 นอกจากนั้น “些” ยังสามารถวางหลัง “某” โดยทำหน้าที่เป็นบทขยายนาม หรือ 定語 ได้ด้วย หมายถึงจำนวนที่ไม่ระบุชัดแน่นอน เช่น

  • 某些公司 (บริษัทบางแห่ง)
  • 某些地區 (บางพื้นที่, พื้นที่บางแห่ง)

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 192013
 

ลองมาเปรียบเทียบการใช้ “一點兒” กับ “有點兒” กันดู

1.“一點兒” ประกอบด้วย จำนวน หรือเลข (數詞) “一” + ลักษณนาม (量詞) “點兒” อยู่ในรูปโครงสร้าง “一” + “ 點兒” หมายถึง “จำนวนที่ไม่แน่นอน (จำนวนหนึ่ง)” (หรือ “(จำนวน) นิดหน่อย”, “เล็กน้อย” ก็ได้) ใช้ขยายคน หรือสิ่งของ หรือเป็น 定語 นั่นเอง เช่น

  • 買一點兒水果。 (ซื้อผลไม้นิดหน่อย — จำนวนหนึ่ง)
  • 學一點兒漢語。 (เรียนภาษาจีนกลางนิดหน่อย)
  • 做一點兒吃的。 (ทำอะไรกินเล็กน้อย)

ส่วน “有點兒”เป็นกริยาวิเศษณ์ (副詞) หมายถึง “เล็กน้อย” (稍微) ใช้ขยายคน หรือสิ่งของไม่ได้ แต่ใช้ขยายคำคุณศัพท์ หรือคำกริยา ที่เรียกว่า 狀語 นั่นเอง เช่น

  • 有點兒高興。 (ดีใจนิดหน่อย)
  • 有點兒生氣。 (โกรธเล็กน้อย)

2.“一點兒” มักวางหลังคำคุณศัพท์ จะอยู่ในรูป หรือโครงสร้าง “形容詞 +(一)點兒” เช่น

  • 你來得早了(一)點兒。
  • 這件衣服貴了(一)點兒。
  • 人多了(一)點兒。

ส่วน “有點兒” วางไว้หน้าคำคุณศัพท์ ในรูป หรือโครงสร้าง “有點兒 + 形容詞” เช่น

  • 你來得有點兒早了。
  • 這件衣服有點兒貴。
  • 人有點兒多。

3.ในประโยคเปรียบเทียบ (“比”子句) จะใช้ได้แต่ “一點兒” เท่านั้น เช่น

  • 我比你胖一點兒。
  • 這間屋子比那間大一點兒。

4.“有點兒” มักใช้ในการเลือก (หรือเปรียบเทียบ) ระหว่างคุณสมบัติของสิ่งของ หรือกริยา (การกระทำ) ในความหมายไม่พึงพอใจ, ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ (不如意的事情) ดังนั้น คำคุณศัพท์ (形容詞) หรือคำกริยา (動詞) มักเป็นคำที่มีความหมายในเชิงลบ (消極意義或貶義)

แต่ “一點兒” ไม่มีข้อจำกัดนี้ หมายถึงจะใช้กับคำคุณศัพท์ (形容詞) หรือคำกริยา (動詞) ที่มีความหมายในเชิงลบ หรือเชิงบวกก็ได้ เช่น

  • 有點兒笨。 (โง่นิดหน่อย — คุณศัพท์ด้านลบ)
  • 有點兒難。 (ยากเล็กน้อย — คุณศํพท์ด้านลบ)
  • 有點兒緊張。 (ซีเรียสเล็กน้อย — คุณศัพท์ด้านลบ)
  • 高興(一)點兒。 (ดีใจนิดหน่อย — คุณศัพท์ด้านบวก)
  • 這個學生笨了(一)點兒。 (โง่นิดหน่อย — คุณศัพท์ด้านลบ)
  • 別緊張,輕鬆(一)點兒。 (ผ่อนคลาย, สบายๆ นิดหน่อย — คุณศัพท์ด้านบวก)

5.เมื่อใช้ในรูป หรือโครงสร้าง “有點兒 + 不 + 形容詞/動詞” คำคุณศัพท์ (形容詞) หรือคำกริยา (動詞) จะเป็นคำที่มีความหมายในเชิงบวก (積極意義或褒義) เช่น

  • 有點兒不舒服。
  • 有點兒不高興。
  • 有點兒不懂事。
  • 有點兒不講道理。

6.“一點兒” และ “有點兒” สามารถใช้เป็นกริยาวิเศษณ์ (副詞) ได้ทั้งคู่ แต่ความหมายต่างกัน กล่าวคือ “一點兒” จะใช้ในรูปปฏิเสธ หรือใช้กับคำปฏิเสธ เช่น “不”、“沒(有)” เป็นต้น เท่านั้น หมายถึง “ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง, ปฏิเสธทั้งหมด” และมักใช้ร่วมกับกริยาวิเศษณ์ “也”、“都”

ส่วน “有點兒” จะใช้ในรูป (ความหมาย) ปฏิเสธ หรือรูปบอกเล่าธรรมดาก็ได้ มีความหมายว่า “เล็กน้อย” เช่น

  • 一點兒也不緊張。
  • 他一點兒也不知道這件事。
  • 有點兒沒聽懂。
  • 有點兒不高興。
  • 她總有點兒擔心。
  • 媽媽有點兒生氣了。

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 172013
 

“以為” กับ “認為” สองคำนี้ เป็นคำกริยา (動詞) ทั้งคู่ หมายถึง “ทัศนคติ”, “ความคิดเห็น” ฯลฯ ที่มีต่อคน หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ 2 คำนี้ ใช้แทนกันไม่ได้

“以為” มี 2 ความหมาย

  • ความหมายแรก เหมือนกับ “認為” คือหมายถึง  “คิดว่า”, “เห็นว่า”, “เชื่อว่า” , “มีทัศนคติว่า” ฯลฯ (แต่ถึงแม้ทั้ง 2 คำนี้ จะแปล หรือมีความหมายเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันในแง่ความหมาย (นัยยะ) และการใช้งานด้วย — ดูรายละเอียดส่วนถัดไป)
  • ความหมายที่ 2 ของ “以為” หมายถึง ความคิดหรือความเห็นที่  “เข้าใจผิด” (ไปจากความจริง หรือข้อเท็จจริง)”

รายละเอียดปลีกย่อยในข้อแตกต่างของ 2 คำนี้ คือ

1.”以為” เป็น “ความคิด” หรือ “ทัศนคติ” ที่เน้นในแง่อัตวิสัย (主觀) เป็นความคิดเห็นเฉพาะบุคคล (มากกว่า) ด้วยเหตุนี้ น้ำเสียงของ “以為” จึงไม่เป็นการยืนยันหนักแน่นชัดเจน

แต่ “認為” เป็น “ความคิด”, “ความเห็น”, “ทัศนคติ” ที่เกิดจากการศึกษาวิเคราะห์, การทำความเข้าใจเป็นพื้นฐาน น้ำเสียงของ “認為” จีงมีความหนักแน่นชัดเจนกว่า เช่น

  • 我以為這樣做多少會有些問題。
  • 我認為,人是不能脫離社會而生存的。

*** “認為” สามารถใช้กับเหตุการณ์ หรือเรื่องที่มีความสำคัญ หรือเรื่องทั่วๆ ไปก็ได้ ส่วน “以為” มักจะใช้กับเรื่องทั่วๆ ไปเท่านั้น

ประธาน (主語) ของ “認為” จะเป็น (ความคิดเห็น, ทัศนคติของ) คนๆ เดียว (ส่วนบุคคล) หรือคนบางคนก็ได้ หรือจะเป็น (ความคิดเห็น, ทัศนคติของ) กลุ่มคน, หมู่คณะ, ที่ประชุม (เช่น มติของที่ประชุม, ความคิดเห็นของที่ประชุม), พรรคการเมือง หรือประเทศ ฯลฯ ก็ได้

ส่วนประธาน (主語) ของ “以為” โดยทั่วไปจะเป็น (ความคิดเห็น, ทัศนคติของ) คนๆ เดียว (ส่วนบุคคล) หรือคนบางคนเท่านั้น เช่น

  • 我認為它不會支持訥的。(“我” เป็นประธาน)
  • 大家都認為你做代表比較合適。(“大家” เป็นประธาน)
  • 我們國家歷來認為:每個國家都有自己的主權,任何一個國家都不能干涉別國的內政。(“我們國家” เป็นประธาน)
  • 我還以為你不喜歡這本小說呢。(“我” เป็นประธาน)
  • 大家都以為你不來呢。(“大家” เป็นประธาน)

2.”以為” ยังหมายถึง (ความคิดเห็น, ทัศนคติ, การวิเคราะห์, การคาดเดา ฯลฯ) ที่ไม่ถูกต้อง, ไม่รอบด้าน หรือไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พูดง่ายๆ คือ “เข้าใจผิด” นั่นเอง เช่น

  • 我還以為你早到了呢。
  • 朋友都以為我們倆的關係很好,其實不是那麼回事。

ในแง่การใช้งาน หรือโครงสร้างของประโยคประโยคที่ใช้ “以為” มักจะประกอบด้วยประโยคย่อยที่มีความขัดแย้ง (หรือตรงข้าม) กัน คือประโยคแรกจะบอกถึงความคิดเห็น, ทัศนคติที่ผิดไปจากความจริง (ความเข้าใจผิด) ส่วนประโยคหลังจะบอก หรือแสดงถึงความจริง หรือข้อเท็จจริงว่า คืออะไร เช่น

  • 他以為我懂漢語,其實我一句漢語也不會說。
  • 我還以為你會生氣呢,沒想到你這麼高興。

หรือในบางกรณี ถ้าผู้พูด และผู้ฟังเข้าใจชัดเจน ก็อาจจะพูด หรือกล่าวถึงเฉพาะประโยคย่อยประโยคใดประโยคหนึ่งก็ได้ (ไม่จำเป็นต้องพูด หรือกล่าวถึงประโยคที่ 2) เช่น

  • 我以為你不想去呢。(เข้าใจผิดว่าไม่ไป แต่จริงๆ ไป)

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 172013
 

“其實” กับ “實在”

  • “其實” เป็นทั้งกริยาวิเศษณ์ (副詞) และคุณศัพท์ (形容詞) หมายถึง “โดยข้อเท็จจริง”, “ตามความเป็นจริง”, “ความจริง” ตรงกับคำว่า “事實上”
  • “實在” เป็นกริยาวิเศษณ์ (副詞) อย่างเดียว แปลว่า “แท้จริง (แล้ว)”, “(เป็น) จริง”, “จริงๆ ” และนอกจากนั้น “實在” ยังมีความหมายเหมือนกับ “其實” (ดูความหมายข้างบน) อีกด้วย

ข้อแตกต่าง คือโดยทั่วไป ในประโยคส่วนใหญ่ เรามักจะใช้ “其實” ส่วน “實在” มักจะใช้วางไว้หน้าคำคุณศัพท์ เพื่อทำหน้าที่เป็นบทขยาย (狀語)

ส่วน “其實” สามารถวางไว้หน้าคำคุณศัพท์ เพื่อทำหน้าที่เป็นบทขยาย (狀語) และยังสามารถวางไว้ต้นประโยคของอนุประโยคที่สอง (ประโยคย่อย) เป็นการบอกความสัมพันธ์แบบขัดแย้ง หรือตรงกันข้าม (轉折) ได้ด้วย เช่น

  • 你說都懂了,其實並沒懂,所以練習都做錯了。(ประโยคนี้ใช้ “實在” ไม่ได้)
  • 你看他像中國人,其實他是日本人。(ประโยคนี้ใช้ “實在” ไม่ได้)
  • 他為人實在,所以大家都願意跟他接近。(ประโยคนี้ใช้ “其實” ไม่ได้)
  • 實在抱歉,我下午有事,不能陪你去。(ประโยคนี้ใช้ “其實” ไม่ได้)

คำ หรือวลีที่มักพอเห็นบ่อยๆ เช่น

  • 其實/實在不難。
  • 其實/實在挺好。
  • 其實/實在不是。
  • 實在的本領。
  • 心眼兒實在。
  • 為人實在。
  • 實在太好了。
  • 實在抱歉。

และ “實在” ยังสามารถใช้ในประโยคอุทานได้ด้วย เช่น

  • 你能帶我去,實在太好了!

หมายเหตุ “實在” (shí zai) (วรรณยุกต์เสียง 4) เป็นคำคุณศัพท์ (形容詞) ใช้ในภาษาพูด หมายถึง (ทำงาน) ได้ดี, มีฝีมือ, เอาจริงเอาจัง และยังหมายถึง (นิสัยคน) ซื่อๆ ได้อีกด้วย เช่น

  • 你幹活兒做得多實在。

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 172013
 

“的”、”地” และ “得”  ทั้ง 3 คำนี้ ล้วนเป็นคำเสริมโครงสร้าง (結構助詞) และออกเสียงเหมือนกันหมด คือ “de” ต่างกันตรงวิธีการใช้งาน

1. “的” เป็นคำเสริมโครงสร้าง หรือเครื่องหมายของบทขยายนาม (定語) โดย “的” จะวางอยู่หลังบทขยายนาม เพื่อบอกให้รู้ว่า คำ หรือวลีที่อยู่ข้างหน้า “的” คือบทขยายนาม (定語) หรือขยายคำนาม (รวมถึงคำที่มีคุณสมบัติเหมือนคำนาม) หรือจะเรียกว่า “中心語” ที่อยู่ข้างหลัง (ก็ได้)  โดยมีโครงสร้างการเรียงลำดับคำ ดังนี้

  • “บทขยายนาม (定語) + 的 + คำที่ถูกขยาย หรือ 中心語”

ตัวอย่างเช่น

  • 老師的書。
  • 學生的本子。
  • 我的朋友。
  • 明天的會議。
  • 誰的鑰匙。

2. “地” เป็นคำเสริมโครงสร้าง หรือเครื่องหมายของบทขยายภาคแสดง (狀語) โดย “地” จะวางอยู่หลังบทขยายภาคแสดง (謂語) (เช่น คำกริยา หรือคำคุณศัพท์) เพื่อบอกให้รู้ว่า คำ หรือวลีที่อยู่ข้างหน้า “地” คือบทขยายภาคแสดง (狀語) หรือคำที่มีคุณสมบัติเหมือนภาคแสดง (謂語) หรือจะเรียกว่า 中心語 (ก็ได้เหมือนกัน) ที่อยู่ข้างหลัง โดยมีโครงสร้างการเรียงลำดับคำ ดังนี้

  • “บทขยายภาคแสดง (狀語) + 地 + คำที่ถูกขยาย หรือ 中心語”

ตัวอย่างเช่น

  • 滿滿地站起來。
  • 認真地想。

3. “得” เป็นคำเสริมโครงสร้าง หรือเครื่องหมายของบทเสริม (補語) โดย “得” จะวางอยู่หน้าบทเสริม เพื่อบอกให้รู้ว่า คำ หรือวลีที่อยู่หลัง “得” คือบทเสริม (補語) ทั้งนี้ คำที่อยู่หน้า “得” มักจะเป็นภาคแสดง หรือคำที่มีคุณสมบัติเหมือนภาคแสดง (謂語) โดยมีโครงสร้างการเรียงลำดับคำ ดังนี้

  • “ภาคแสดง (謂語) + 得 + คำเสริม (補語)”

ตัวอย่างเช่น

  • 做得好。
  • 做得不(太)好。
  • 好得很。
  • 打得不錯。
  • 打掃得乾乾淨淨。
  • 忙得連飯都顧不上吃了。
  • 他氣得渾身直發抖。

*** นอกจากนั้น “得” ยังสามารถวางอยู่หลังคำกริยา หรือระหว่างคำกริยา (謂語) กับบทเสริม (補語) เพื่อแสดงถึงความเป็นไปได้ (可能) ได้อีกด้วย เช่น 聽得懂、聽不懂 (รูปปฏิเสธ)

4. ที่กล่าวมา (3. ข้อ) ข้างต้น เป็นวิธีการใช้งานพื้นฐาน หรือทั่วไป นอกจากนั้น ยังอาจมีบางกรณีที่มีการใช้งาน “的”、”地”และ “得” ที่ซับซ้อน หรือปนกันได้ ดังนี้

4.1

  • “คำคุณศัพท์ (形容詞) + 的/地 + คำกริยา (動詞)”

โครงสร้างนี้ อาจใช้ “的” หรือ “地” ก็ได้ ขึ้นกับว่า คำ หรือวลีนั้น ทำหน้าที่อะไรในประโยค กล่าวคือถ้าทำหน้าที่เป็นภาคประธาน (主語) หรือบทกรรม (賓語) ก็ต้องใช้ “的” แต่ถ้าทำหน้าที่เป็นภาคแสดง (謂語) ก็ต้องใช้ “地” ตัวอย่างเช่น

  • 他科學地論證了這一原理。(”論證” เป็นภาคแสดง)
  • 他對這一原理進行了科學的論證。(”論證” เป็นบทกรรม)

4.2

  • “คำกริยา (動詞) + 的/得 + คำ หรือวลีที่มีคุณสมบัติ หรือทำหน้าที่เหมือนภาคแสดง (謂詞性詞或詞語)”

โครงสร้างนี้ อาจใช้ “的” หรือ “得” ก็ได้ ขึ้นกับว่า คำ หรือวลีนั้น ทำหน้าที่อะไรในประโยค กล่าวคือถ้า คำกริยา (動詞) + de ทำหน้าที่เป็นภาคประธาน (主語) ก็ต้องใช้ “的” แต่ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง (謂語) ก็ต้องใช้ “得”

  • 她唱的很動聽。(”唱的” เป็นภาคประธาน)
  • 她唱得很動聽。(”唱得很動聽” เป็นส่วนหนึ่งของภาคแสดง)
  • 老師說的很有道理。(”說的” เป็นภาคประธาน)
  • 老師說得很有道理。(”說得很有道理” เป็นส่วนหนึ่งของภาคแสดง)

*** นอกจากนั้น “的” ยังสามารถวางหลังคำนาม, คำสรรพนาม, คำคุณศัพท์ หรือวลี ฯลฯ โดยละ หรือไม่จำเป็นต้องมีคำที่ถูกขยาย หรือ 中心語 โครงสร้างคำแบบนี้มีคุณสมบัติ หรือทำหน้าที่เหมือนคำนามคำหนึ่ง เช่น

  • 馬路上騎自行車的特別多。
  • 這些東西,好的放在這兒,懷的,把它扔掉。

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Click to listen highlighted text!