สนุกกับภาษาจีนพูดได้   Click to listen highlighted text! สนุกกับภาษาจีนพูดได้
Jan 292011
 

酒酸不售 [jiǔsuānbúshòu]
จิ่ว ซวน ปู๋ โซ่ว(酒酸不售) : สุราเปรี้ยวขายไม่ออก

จากบันทึกในหนังสือ “หานเฟยจื่อ ไว่ฉู่ซัวโย่วซั่ง”

รัฐซ่ง มีคนผู้หนึ่งขายสุรา ค้าขายอย่างยุติธรรม ทั้งยังต้อนรับขับสู้ลูกค้าด้วยมารยาทอันดียิ่ง หนำซ้ำสุราที่นี่ก็รสชาติยอดเยี่ยม ดีกรีสูง ทว่ากิจการการค้าของเขากลับไม่ดีนัก สุราขายไม่ออก นานวันเข้าสุราเก่าเก็บก็มีรสเปรี้ยวหมดทั้งสิ้น

คนผู้นี้ขบคิดไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใดสุราจึงขายไม่ออก จึงได้เชิญ หยังเชี่ยน ซึ่งเป็นผู้อาวุโสในหมู่บ้านมาปรึกษา

ผู้เฒ่าแซ่หยังบอกว่า “สุนัขบ้านเจ้าดุเกินไป” คนขายสุราได้ฟังก็งุนงงมากขึ้น และถามกลับว่า “สุนัขดุ เกี่ยวอะไรกับขายสุราไม่ออกหรือ?” ผู้เฒ่าหยังตอบว่า “สุนัขดุ ลูกค้าย่อมกลัวจนไม่อยากเข้าร้าน เพราะบางคนก็ใช้เด็กน้อยกำเงิน หิ้วไห เพื่อมาซื้อสุรา มาเจอสุนัขดุกระโจนเข้าใส่เช่นนี้ ทุกคนต่างพากันเข็ดขยาด แบบนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สุราที่นี่ไม่มีคนซื้อจนเปรี้ยวไปหมดแล้ว”

จากเรื่องเล่าข้างต้น ร้านสุราเปรียบได้กับประเทศ มีผู้มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม มีแนวทางในการปกครองประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองพร้อมที่จะกราบทูลฮ่องเต้ แต่น่าเสียดายที่ข้างกายฮ่องเต้รายล้อมไปด้วยขุนนางโฉด ที่เปรียบดังสุนัขดุพร้อมจะขย้ำหากใครแหยมเข้าไป ทำให้บ้านเมืองขาดคนดีมีความสามารถเข้ามาช่วยพัฒนา

สุราขายไม่ออกจนรสชาติเปลี่ยนเป็นเปรี้ยว เดิมทีใช้เปรียบเทียบกับ ขุนนางโฉดที่พยายามเท็จทูลความเท็จต่อฮ่องเต้ เพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้มีความรู้มีคุณธรรมมาทำงานให้บ้านเมือง ภายหลังใช้เปรียบเทียบกับการหมดหนทางค้าขาย หรือการทำงานใดๆ ที่ใช้คนไม่เหมาะสมกับงาน

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.somdom.com/archiver/tid-3487.html

Jan 292011
 

覆水难收 [fùshuǐnánshōu]

spilt water can’t be gathered up—what is done cannot be undone; it is hard to get it back again

ฟู่สุ่ยหนานโซว (覆水难收):สายน้ำไม่หวนคืน

覆 อ่านว่า [fù] แปลว่า คว่ำ
水 อ่านว่า [shuǐ] แปลว่า น้ำ
难 อ่านว่า [nán] แปลว่า ยาก
收 อ่านว่า [shōu] แปลว่า เก็บ

ปลายราชวงศ์ซาง มีคนผู้หนึ่งที่ฉลาดปราดเปรื่องเป็นอย่างยิ่ง เขาแซ่เจียง นามว่าซั่ง คนทั่วไปเรียกเขาว่า “เจียงไท่กง” หรือ “เจียงจื่อหยา” เป็นบุคคลสำคัญผู้ร่วมมือช่วยเหลืออ๋องโจวเหวิน และอ๋องโจวอู่ล้มล้างราชวงศ์ซาง ภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ปกครองรัฐฉี และเป็นอ๋องคนแรกของรัฐฉีในสมัยชุนชิว

เจียงไท่กงเคยรับราชการในราชวงศ์ซาง แต่เนื่องจากไม่พอใจลักษณะการปกครองที่ใช้วิธีโหดเหี้ยมทารุณของอ๋องโจ้ว จึงได้ลาออกจากการเป็นขุนนาง หลบลี้ไปพำนักอยู่ในถิ่นทุรกันดารริมแม่น้ำเว่ยสุ่ยมณฑลส่านซี และเพื่อที่จะได้ใช้ความรู้ความสามารถของตนเพื่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่ เขาจึงต้องการทำงานให้อ๋องโจวเหวิน ดังนั้นเขาจึงมักจะนั่งแช่เบ็ดอยู่ริมน้ำ ทำทีเป็นตกปลาแต่คันเบ็ดกลับไม่ได้แขวนเหยื่อปลาไว้ เพื่อเฝ้ารอให้อ๋องโจวเหวินมาพบ

เจียงไท่กงเอาแต่ทำท่าตกปลาทั้งวัน ทำให้ครอบครัวอดอยากยากแค้น หม่าซื่อภรรยาของเขารังเกียจที่เขายากจนไม่มีอนาคตจึงต้องการหย่าขาดไม่ต้อง การอยู่ร่วมกับเขาอีกต่อไป แม้ว่าเจียงไท่กงจะทัดทานและปลอบใจนางว่าอีกไม่นานเขาก็จะลืมตาอ้าปากได้อีก ครั้ง แต่หม่าซื่อเข้าใจว่าเขาเพียงแต่ใช้คำพูดลมๆ แล้งๆ หลอกลวง นางจึงไม่เชื่อและจากไปในที่สุด

ภายหลัง เจียงไท่กงได้รับความไว้วางใจจางอ๋องโจวเหวิน ทั้งยังช่วยเหลืออ๋องโจวอู่ในการผนึกกำลังจูโหว(เจ้าหัวเมือง)ในแต่ละท้อง ที่ล้มล้างราชวงศ์ซางก่อตั้งราชวงศ์โจวตะวันตก(ซีโจว) ได้สำเร็จ

ด้านหม่าซื่ออดีตภรรยา เมื่อได้ข่าวว่าเจียงไท่กงมีทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ก็รู้สึกเสียดายที่ในครั้งก่อนไม่ยอมเชื่อฟังเขา นางจึงตัดสินใจกลับมาหาเจียงไท่กงเพื่อหวังจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในอดีต

ทว่าเจียงไท่กงได้รับรู้แล้วว่าหม่าซื่อเป็นคนเช่นไรจึงไม่อยากได้ภรรยาเช่น นางอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อฟังคำขอร้องจากหม่าซื่อจบ เขาจึงคว้าเหยือกน้ำมาเทน้ำลงบนพื้น และบอกให้อดีตภรรยาช่วยเก็บน้ำที่เทออกไปคืนกลับมาให้เขา

หม่าซื่อได้ฟังจึงรีบก้มตัวลงไปกอบน้ำที่พื้น แต่กลับได้มาเพียงดินโคลน ครานี้เจียงไท่กงจึงพูดกับนางว่า “เจ้าได้จากข้าไปแล้ว เราจึงไม่อาจอยู่ร่วมกันอีก เช่นเดียวกับน้ำที่เทลงบนพื้น ย่อมยากที่จะเก็บกลับคืน”

“น้ำที่สาดออกไปแล้วไม่มีทางที่จะเก็บกลับคืนมาได้” ปัจจุบันใช้เปรียบเทียบกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วหรือลงมือทำไปแล้ว ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.somdom.com/archiver/tid-3487.html

Jan 292011
 

酒好不怕巷子深(泰语)
จิ่ว ห่าว ปู๋ ผ้า เซียง จื่อ เซิน(酒好不怕巷子深) : สุราดี ย่อมไม่กลัวตรอกลึก
“สุราดี ย่อมไม่กลัวตรอกลึก” เป็นสำนวนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีนมาตั้งแต่โบราณกาล ในเชิงวัฒนธรรมสำนวนดังกล่าวสะท้อนความเป็นชนชาติ ลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น และความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตประชากรได้เป็นอย่างดี ใช้เปรียบเทียบกับของที่ดีจริง แม้ว่าจะได้มาด้วยความยากลำบาก แต่ผู้คนก็ยังพยายามดั้นด้นเสาะหาจนพบ “

สำนวนนี้เริ่มใช้กันที่เมืองหลูโจว ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสุราที่โด่งดัง ในสมัยราชวงศ์หมิง และ ราชวงศ์ชิง ในเมืองมีตรอกซึ่งเป็นที่หมักสุราที่ทั้งแคบและลึกอยู่ตรอกหนึ่ง ในตรอกนั้นมีร้านสุราอยู่ 8 ร้าน ซึ่งเป็น 8 ร้านที่ผลิตสุรามีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลูโจว โดยหนึ่งในนั้นคือร้านที่อยู่ด้านในสุดของตรอก ที่มีบ่อหมักสุราเก่าแก่ที่สุด ดังนั้นสุราที่นี่จึงมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดา 8 ร้าน และเพื่อให้ได้ลิ้มรสสุราดี ผู้คนจึงต่างก็ดั้นด้นเข้าไปที่ร้านสุราที่อยู่ลึกที่สุดของตรอก

เล่ากันมาว่า ปีค.ศ. 1873 ผู้นำทางการเมืองผู้หนึ่ง ซึ่งมีบทบาทในการต่อต้านราชวงศ์ชิง นามว่าจางจื่อต้ง ได้รอนแรมทางไกลเพื่อมาร่ำสุราร่ายโคลงกลอน ณ เมืองหลูโจว ขณะก้าวขึ้นเรือ พลันจมูกก็ได้กลิ่นสุราที่หอมหวนลอยมากับสายลม เขาสูดดมด้วยความกำซาบไปถึงจิตใจ และสั่งให้คนไปนำสุรานั้นมาให้เขา

ทว่าคนรับใช้หายไปครึ่งวัน ปล่อยให้จางจื่อต้งเฝ้ารอด้วยความหิวกระหายและโกรธเกรี้ยว จนบ่ายคล้อยจึงมองเห็นคนรับใช้ผู้นั้นแบกไหสุราไหหนึ่งวิ่งมาด้วยความรีบ ร้อน เมื่อมาถึงเขาจึงเปิดไหสุราออกมา และพบว่ากลิ่นหอมพลันลอยตลบอบอวล จางจื่อต้งพูดซ้ำๆ กันเพียงว่า สุราที่ดี สุราที่ดี และเพียงยกดื่มได้ 1 จอกก็รับรู้ได้ถึงรสเลิศของสุรา ทำให้โทสะของจางจื่อต้งคลายลง และถามคนรับใช้ว่า “สุรานี้ท่านได้แต่ใดมา?” คนรับใช้รีบกล่าวว่า “ผู้น้อยได้ฟังว่า ร้านสุราที่ตั้งอยู่ในตรอกลึกตรอกหนึ่งมีสุราที่ดีที่สุด ดังนั้นผู้น้อยจึงลัดเลาะ ดั้นด้นไปตามตรอกที่คดเคี้ยวและแคบลึกจนถึงร้านที่อยู่ในสุดของตรอก และได้ซื้อสุราไหนี้กลับมา” จางจื่อต้งได้ฟังจึงรำพึงว่า “สุราดี ย่อมไม่กลัวตรอกลึก”

ความหมาย ของดีไม่ว่าอยู่ที่ไหนย่อมมีคนพยายามตามไปเสาะหาจนพบ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทองแท้ย่อมเปล่งประกาย

สำนวนดังกล่าวแพร่หลายมากระทั่งถึงปัจจุบัน

Jan 282011
 

ภาษาจีนเป็นภาษารูปภาพ ไม่ใช่ภาษาสะกดผสมอักษรดังเช่นภาษาไทย จึงควรศึกษาวิธีเขียนอ่านตัวสะกดภาษาจีนเอาไว้ เพื่อเวลาพบอักษรตัวใดที่อ่านไม่ออก หรือไม่มั่นใจในการออกเสียง สามารถเปิดค้นหาอ่านในพจนานุกรม และใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เพื่อพิมพ์ภาษาจีนแบบสะกดคำได้

วิธีเขียนตัวสะกด เพื่อการอ่านออกเสียงได้ถูกต้องที่นิยมใช้มีหลายระบบ เช่น

  • Zhuyin fuhao (注音符號; ㄓㄨˋ ㄧㄣ ㄈㄨˊ ㄏㄠˋ)
  • Tongyong Pinyin (通用拼音; Tōngyòng pīnyīn)
  • Hanyu Pinyin(汉语拼音, Hànyǔ Pīnyīn)
  • IPA(International Phonetic Alphabet)
  • Wade-Giles pronounced /ˌweɪdˈʤaɪlz/ (威妥瑪拼音 or 韋氏拼音; wēituǒmǎ pīnyīn)
  • เป็นต้น

เราควรรู้จักพยัญชนะ และสระในภาษาจีนเสียก่อน เปรียบเสมือนการเรียน ก.ไก่ ข.ไข่ ในภาษาไทยนั่นเอง

ในการเริ่มต้นศึกษา ควรอ่านท่องเสียงให้ได้แม่นยำในระบบใดระบบหนึ่งก่อนก็ได้ เช่น

แบบจู้อิน (Zhuyin) เป็นแบบดั้งเดิมของจีนที่ใช้กันมาช้านาน เป็นที่นิยมใช้ในหมู่คนจีนที่ ผ่านการศึกษาในรุ่นก่อนๆ ในประเทศจีนไต้หวันเป็นต้น

แบบพินอิน (Pinyin) เป็นใหม่ที่ใช้ในระบบการศึกษาของสาธารณะประชาชนจีน และจะพบเห็นได้ในเอกสารที่ตีพิมพ์ในยุคหลังๆ และกำลังเป็นที่นิยม

ซึ่งทั้งสองระบบนี้ยังเป็นที่นิยมใช้กันในหมู่ชาวไทยเชื่อสายจีน ที่มีให้พบเห็นได้ทั่วไป แม้นจะมีวิธีการเขียนผสมคำ และเงื่อนไขรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็สามารถสื่อให้คำอ่านได้ถูกต้องชัดเจนไม่ต่างกันมากนัก เว้นแต่ตัวผู้อ่านเองที่ติดในสำเนียงท้องถิ่นเกิดที่แตกต่างกัน จึงอาจทำให้สะกดได้สำเนียงที่เพี้ยนกันอยู่บ้างเล็กน้อย ที่ไม่อาจถือว่า เป็นปัญหาของวิธีการสะกดในแต่ละระบบ

Consonants พยัญชนะในภาษาจีนมี 21 ตัวคือ ㄅ ㄆ ㄇ ㄈ ㄉ ㄊ ㄋ ㄌ ㄍ ㄎ ㄏ ㄐ ㄑ ㄒ ㄓ ㄔ ㄕ ㄖ ㄗ ㄘ ㄙ

Zhuyin Tongyong Pinyin Hanyu Pinyin Wade-Giles IPA ตัวอย่าง(Zhuyin, Pinyin)
เปอ b b p p 八 (ㄅㄚ, bā)
เพอ p p p’ 杷 (ㄆㄚˊ, pá)
เมอ m m m m 馬 (ㄇㄚˇ, mǎ)
เฟอ f f f 法 (ㄈㄚˇ, fǎ)
เตอ d d t 地 (ㄉㄧˋ, dì)
เทอ t t t’ 提 (ㄊㄧˊ, tí)
เนอ n n n 你 (ㄋㄧˇ, nǐ)
เลอ l l l 利 (ㄌㄧˋ, lì)
เกอ g g k 告 (ㄍㄠˋ, gào)
เคอ k k k’ 考 (ㄎㄠˇ, kǎo)
เฮอ h h h 好 (ㄏㄠˇ, hǎo)
จี j j ch 叫 (ㄐㄧㄠˋ, jiào)
ชี c q ch’ 巧 (ㄑㄧㄠˇ, qiǎo)
ซี s x hs 小 (ㄒㄧㄠˇ, xiǎo)
จือ jhih 【jh】 zhi 【zh】 chih 【ch】 ʈʂɚ 主 (ㄓㄨˇ, zhǔ)
ชือ chih 【ch】 chi 【ch】 ch’ih 【ch’】 ʈʂʰɚ 出 (ㄔㄨ, chū)
ซือ shih 【sh】 shi 【sh】 shih 【sh】 ʂɚ 束 (ㄕㄨˋ, shù)
ยือ rih 【r】 ri 【r】 jih 【j】 ʐɚ 入 (ㄖㄨˋ, rù)
จือ zih 【z】 zi 【z】 tzû 【ts】 tsɨ 在 (ㄗㄞˋ, zài)
ชือ cih 【c】 ci 【c】 tz’û 【ts’】 tsʰɨ 才 (ㄘㄞˊ, cái)
ซือ sih 【s】 si 【s】 ssû 【s】 ɤŋ 塞 (ㄙㄞ, sāi)

Vowels สระมี 16 ตัวคือ ㄚ ㄛ ㄜ ㄝ ㄞ ㄟ ㄠ ㄡ ㄢ ㄣ ㄤ ㄥ ㄦ 一 ㄨ ㄩ

Zhuyin Tongyong Pinyin Hanyu Pinyin Wade-Giles IPA ตัวอย่าง(Zhuyin, Hanyu)
อา a a a a 大 (ㄉㄚˋ, dà)
ออ o o o o 多 (ㄉㄨㄛ, duō)
เออ e e e o/ê 得 (ㄉㄜˊ, dé)
เอ e ê eh 爹 (ㄉㄧㄝ, diē)
ไอ ai ai ai ai 晒 (ㄕㄞˋ, shài)
เอย ei ei ei ei 誰 (ㄕㄟˊ, shéi)
เอา ao ao ao ao 少 (ㄕㄠˇ, shǎo)
โอ ou ou ou ou 收 (ㄕㄡ, shōu)
อาน an an an an 山 (ㄕㄢ, shān)
เอิน en en en ên 申 (ㄕㄣ, shēn)
อาง ang ang ang ang 上 (ㄕㄤˋ, shàng)
เอิง eng eng eng szŭ 生 (ㄕㄥ, shēng)
เอ๋อ er er erh êrh 而 (ㄦˊ, ér)
อี หรือ yi 【i】 yi 【i】 yi 【i】 i 逆 (ㄋㄧˋ, nì)
yin 【in】 yin 【in】 yin 【in】 音 (ㄧㄣ, yīn)
ying 【ing】 ying 【ing】 ying 【ing】 英 (ㄧㄥ, yīng)
อู wu 【u】 wu 【u】 wu 【u】 wu 努 (ㄋㄨˇ, nǔ)
wun 【un】 wen 【un】 wen 【un】 文 (ㄨㄣˊ, wén)
wong 【ong】 weng 【ong】 ng 【ung】 翁 (ㄨㄥ, wēng)
อวี yu 【u, yu】 yu 【u, ü】 yü 【ü】 女 (ㄋㄩˇ, nǚ)
yun 【un, yun】 yun 【un】 yün 【ün】 韻 (ㄩㄣˋ, yūn)
yong yong 【iong】 yung 【iung】 永 (ㄩㄥˇ, yǒng)

Tones วรรณยุกต์ มีดังนี้ ╴ ˊ ˇ ˋ ˙

Zhuyin เทียบเสียง
วรรณยุกต์ไทย
Pinyin Tongyong Pinyin Wade-Giles Zhuyin IPA ตัวอย่าง
(ตัวเต็ม/ตัวย่อ)
1 ปกติ อิน ma ma1 ㄇㄚ ma˥˥ 媽/妈
2 ˊ จัตวา หยัง maˊ ma2 ㄇㄚˊ ma˧˥ 麻/麻
3 ˇ เอก ชั้ง maˇ ma3 ㄇㄚˇ ma˨˩˦ 馬/马
4 ˋ โท ชี้ maˋ ma4 ㄇㄚˋ ma˥˩ 罵/骂
5 ˙ เสียงสั้น ˙ma ma˙ ma5 ㄇㄚ˙

การผสมเสียงระหว่างสระ

Zhuyin Pinyin คำอ่าน Zhuyin
一﹍
Pinyin
i﹍
คำอ่าน Zhuyin
ㄨ﹍
Pinyin
u﹍
คำอ่าน Zhuyin
ㄩ﹍
Pinyin
ű﹍
คำอ่าน
a อา ﹍一ㄚ -ia เอีย ﹍ㄨㄚ -ua อวา
o ออ ﹍ㄨㄛ -uo อวอ
e เออ
ê เอ ﹍一ㄝ -ie อีเอ ﹍ㄩㄝ -űe
ai ไอ ﹍ㄨㄞ -uai อวาย
ei เอย ﹍ㄨㄟ -ui อุย
ao เอา ﹍一ㄠ -iao เอียว
ou โอ ﹍一ㄡ -iu อิว
an อาน ﹍一ㄢ -ian เอียน ﹍ㄨㄢ -uan อวน ﹍ㄩㄢ -űan เอวียน
en เอิน ﹍一ㄣ -in อิน ﹍ㄨㄣ -un อวุน ﹍ㄩㄣ -űn อวีน
ang อาง ﹍一ㄤ -iang เอียง ﹍ㄨㄤ -uang อวง
eng เอิง ﹍一ㄥ -ing อิง ﹍ㄨㄥ -ong อง ﹍ㄩㄥ -iong อีอง

หากผิดพลาดประการใด ขอให้ท่านผู้รู้โปรดชี้แนะเพื่อปรับแก้ให้ถูกต้อง

จู้อิน – พินอิน

เขียนโดย อาฉี เมื่อ พุธ, 19/03/2008 – 16:55.

จู้ยิน (Zhuyin) เป็นแบบดั้งเดิมของจีนที่ใช้กันมาช้านาน เป็นที่นิยมใช้ในหมู่คนจีนที่ ผ่านการศึกษาในรุ่นก่อนๆ ในประเทศจีนไต้หวันเป็นต้น

แป้นพิมพ์ภาษาจีนแบบ Zhuyin

พินอิน (Pinyin) หรือ ฮั่นหยู่พินอิน (汉语拼音, Hànyǔ Pīnyīn, ความหมายตามตัวอักษร คือ การถอดเสียงภาษาจีน) เป็น แบบใหม่ที่ใช้ในระบบการศึกษาของสาธารณะประชาชนจีน และจะพบเห็นได้ในเอกสารที่ตีพิมพ์ในยุคหลังๆ หรือมักจะย่อว่า พินอิน คือระบบในการถ่ายถอดเสียงภาษาจีนมาตรฐาน ด้วยตัวอักษรโรมัน ความหมายของพินอินคือ “การรวมเสียงเข้าด้วยกัน” (โดยนัยก็คือ การเขียนแบบสัทศาสตร์ การสะกด การถ่ายถอดเสียง หรือการทับศัพท์)

พินอินเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2501 และเริ่มใช้กันในปี พ.ศ. 2522 โดยรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้แทนที่ระบบการถ่ายถอดเสียงแบบเก่า เช่น ระบบเวดและไจลส์ และระบบเปอเพอเมอเฟอ (จู้ยิน ฝูฮ่าว) นอก จากนี้ ยังมีการออกแบบระบบอื่น ๆ สำหรับนำไปใช้กับภาษาพูดของจีนในถิ่นต่างๆ และภาษาของชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช้ภาษาฮั่น ในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

นับแต่นั้นมา พินอินก็เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติหลายแห่ง รวมทั้งรัฐบาลสิงคโปร์ หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน และสมาคมหอสมุดอเมริกัน โดยถือว่าเป็นระบบการถ่ายถอดเสียงที่เหมาะสมสำหรับภาษาจีนกลาง ครั้นปี พ.ศ. 2522 องค์การมาตรฐานนานาชาติ (ISO) ก็ได้รับเอาพินอินเป็นระบบมาตรฐาน (ISO 7098)ในการถ่ายทอดเสียงภาษาจีนปัจจุบันด้วยอักษรโรมัน (the standard romanization for modern Chinese)

สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้ก็คือ พินอินนั้น เป็นการทับศัพท์ด้วยอักษรโรมัน (Romanization) มิใช่การถ่ายถอดเสียงแบบภาษาอังกฤษ (Anglicization) นั่นคือ การกำหนดให้ใช้ตัวอักษรตัวหนึ่ง สำหรับแทนเสียงหนึ่งๆ ในภาษาจีนไว้อย่างตายตัว เช่น b และ d ในระบบพินอิน เป็นเสียง “ป” และ “ต” ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากระบบการออกเสียงส่วนใหญ่ ไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือภาษาอื่นในยุโรป ขณะที่อักษร j หรือ q นั้น มีเสียงไม่ตรงกับในภาษาอังกฤษเลย กล่าวสั้น ๆ ก็คือ พินอินมุ่งที่จะใช้อักษรโรมัน เพื่อแทนเสียงใดเสียงหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการเขียน มิได้ยืมเสียงจากระบบของอักษรโรมันมาใช้ การใช้ระบบนี้นอกจากทำให้ชาวต่างชาติเขียนอ่านภาษาจีนได้สะดวกแล้วยังสามารถ ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้สะดวกอย่างยิ่งด้วย

การถอดเสียงพยัญชนะแบบพินอิน

พินอิน สัทอักษรสากล (IPA) อักษรไทย
p [pʰ] ผ, พ
t [tʰ] ถ, ท
k [kʰ] ข, ค
b [p]
d [t]
g [k]
s [s] ซ, ส
c [tsʰ] ฉ, ช
z [ts]
x [ɕ] ซ, ส
q [tɕʰ] ฉ, ช
j [tɕ]
sh [ʂ] ซ, ส
ch [tʂʰ] ฉ, ช
zh [tʂ]
f [f] ฝ, ฟ
h [x] ห, ฮ
l [l]
r [ʐ] หรือ [ɻ] ร หรือ ย
w [w] ว, อ (เมื่ออยู่หน้า u)
y [j] ย, อ (เมื่อตามด้วย i
และไม่มีตัวสะกด)
m [m]
n [n]
ng [ŋ]


หมายเหตุ: เสียงพยัญชนะจีนซึ่งเทียบได้กับพยัญชนะไทยที่มีอักษรคู่ (อักษรสูงมีเสียงคู่กับอักษรต่ำ) ได้ให้ไว้ทั้ง 2 ตัว เช่น ฉ-ช, ฝ-ฟ ให้เลือกใช้ตามหลักการผันเสียงวรรณยุกต์ของไทย เช่น ฉา, ชือ, เฝิน, ฟั่น ในกรณีที่เป็นอักษรเดี่ยว ซึ่งในการผันวรรณยุกต์ต้องใช้ ห นำ ถ้าอักษรเดี่ยวนั้นเป็นตัวควบกล้ำให้แทรกตัว ห ไว้ระหว่างตัวควบกล้ำเพื่อให้อ่านได้สะดวก เช่น yún = ยฺหวิน

การถอดเสียงสระ

พินอิน อักษรสากล (IPA) อักษรไทย
a [ɑ] อะ / อา
ai [aɪ] ไอ / อาย
an [an], [ɛn] อัน / อาน
ang [ɑŋ] อัง / อาง
ar, anr, air [aɻ] อาร์
ao [ɑʊ] เอา / อาว
e [ɤ], [ə] เออ, เอ (เมื่อตามหลัง y)
ê [ɛ] เอ
ei [ei] เอย์
en [ən] เอิน
eng [ɤŋ] เอิง
er [aɻ], [ɤɻ] เออร์
i [i] อี, อึ / อือ
(เมื่ออยู่หลัง c, ch, r, s, sh, z, zh)
ia [iɑ] เอีย (ออกเสียงเหมือนคำว่า “อี + อา” แต่ลากเสียงสระท้าย)
ie [iɛ] เอีย (ออกเสียงเหมือนคำว่า “อี + เอ” แต่ลากเสียงสระท้าย)
iu [iou̯] อิว
o [u̯ɔ] โอ, อัว (เมื่ออยู่หลัง
b, f, m, p, w)
ong [ʊŋ] อง
ou [ou̯] โอว
u [u], [y] อู, อวี (เมื่ออยู่หลัง
j, q, x, y)
ue, uer [] เอว , เอวร์ (เสียงควบ
อว)
ui [ueɪ] อุย
un [uən] อุน, อวิน
(เมื่ออยู่หลัง j, q, x, y)
uo [u̯ɔ] อัว
ü [y] อวี (เสียงควบ อว)
üe [yɛ] เอว (เสียงควบ อว)
ün [yn] อวิน (เสียงควบ อว)

หมายเหตุ: พยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตกำกับในคำทับศัพท์ให้ออกเสียงด้วย เช่น érzi = เอ๋อร์จึ fēi = เฟย์

การถอดเสียงวรรณยุกต์

ระบบพินอินมีเครื่องหมายแทนเสียงวรรณยุกต์ 4 เครื่องหมายด้วยกัน ดังนี้
1. วรรณยุกต์เสียงที่หนึ่ง แทนด้วยขีดระนาบสั้น ๆ (ˉ) เทียบเท่าเสียง สามัญหรือตรี ในภาษาไทย:
ā ē ī ō ū ǖ
2. วรรณยุกต์เสียงที่สอง แทนด้วยขีดสั้น ๆ เอียงขวา (ˊ) เทียบเท่าเสียง จัตวา ในภาษาไทย:
á é í ó ú ǘ
3. วรรณยุกต์เสียงที่สาม แทนด้วยขีดรูปลิ่ม (ˇ) คล้ายเสียง เอก ในภาษาไทย (แต่ไม่ใช่เสียง”เอก”):
ǎ ě ǐ ǒ ǔ ǚ
4. วรรณยุกต์เสียงที่สี่ แทนด้วยขีดสั้น ๆ เอียงซ้าย (ˋ) เทียบเท่าเสียง โท ในภาษาไทย:
à è ì ò ù ǜ
5. วรรณยุกต์เสียงที่ห้า ไม่มีเครื่องหมาย:
a e i o u ü (แต่บางครั้งเขียนจุดหน้าพยางค์นั้น ๆ เช่น ·yo เยาะ)

ในการใช้เครื่องพิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์ อาจใช้ตัวเลขแทนเครื่องหมายวรรณยุกต์ได้ (1 2 3 4 5 ตามลำดับ)

การใส่วรรณยุกต์
โดยดูที่สระ a o e i u ü ตัวอย่างสระ ie ให้ใส่ที่ e เพราะ e มาก่อน(e i) ยกเว้นถ้า iu ใส่ที่ u
ตัวอย่าง

อักษรจีน พินอิน อักษรไทย ความหมาย
มา หรือ ม้า แม่
หมา ป่าน
หม่า ม้า
ม่า ดุด่า
·ma มะ หรือ, ไหม

รวมมาจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ไทย และ en.wikipedia.org/wiki/Zhuyin

วิธีการอ่านออกเสียง

a (1) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อา” เวลาออกเสียงให้อ้าปากออกกว้างมากที่สุด และตำแหน่งของลิ้นก็จะอยู่ต่ำสุด รูปริมฝีปากจะไม่เป็นรูปวงกลม
o (2) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “โอ” เวลาออกเสียงให้อ้าปากกว้างในระดับปานกลาง ตำแหน่งลิ้นอยู่ในระดับสูงปานกลางค่อนไปข้างหลัง ริมฝีปากมีรูปลักษณะกลม
e (3) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “เออ” เวลา ออกเสียงให้อ้าปากอยู่ในระดับปานกลาง และตำแหน่งของลิ้นก็จะอยู่ในระดับสูงปานกลางค่อนไปข้างหลัง รูปริมฝีปากจะไม่เป็นรูปวงกลม
ê (4) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “เอ” เวลาออกเสียงให้อ้าปากแบะออกด้านข้างกว้างกว่าการออกเสียงตัว “e” และ ” นี้ จะสามารถไปผสมกับอักษรแทนเสียงสระตัว “i” กับ ” เป็น “ie” กับ ” ได้เท่านั้น
-i (5) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบ “ยี + อี” เวลาออกเสียงให้อ้าปากอยู่ในระดับน้อยที่สุด และให้ริมฝีปากแบนราบ ตำแหน่งของลิ้นให้อยุ่ในระดับสูงค่อนมาข้างหน้า (แต่อย่าเคลื่อนไหวในขณะที่เปล่งเสียงออกมาและให้ริมฝีปากกางออกไปทางด้าน ข้างทั้งสองด้าน)
-u (6) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อู” เวลา ออกเสียงให้อ้าปากออกน้อยที่สุด และให้รูปริมฝีปากเป็นรูปวงกลมมากที่สุดตำแหน่งของลิ้นให้ลอยอยู่ในระดับสูง และค่อนไปข้างหลัง (แต่อย่าเคลื่อนไหวในขณะเปล่งเสียงออกมา และให้ย่นริมฝีปากเข้าหากัน)
ü (7) ก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมา จะต้องย่นริมฝีปากเข้าหากันเป็นรูเล็กๆ (เหมือนกับรูปปากท่าในขณะเป่านกหวีด) และให้รูปริมฝีปากมีรูปวงกลมเล็กแต่จะไม่ยื่นริมฝีปากออกมาเหมือนกับรูปปาก ที่เปล่งเสียงตัว “u” ตำแหน่งของลิ้นค่อนมาข้างหน้ามีลักษณะนูนสูงขึ้น และรูปริมฝีปากจะมีรูปตรงกันข้ามกับรูปปากของการเปล่งเสียงตัว”i” เสร็จแล้วจึงเปล่งเสียง “ยี” โดยให้ริมฝีปากยังคงย่นอยู่จนกว่าเสียงจะสิ้นสุดลงเรียบร้อยแล้ว แล้วจึงเลิกย่นริมฝีปาก ฉะนั้น เสียงของตัว ” นี้จะไม่ใช่เป็นเสียง “ยู” หรือ “วี” หรือ “ยิว” อย่าง ที่หลายคนมักเข้าใจผิดข้อควรระวังคือ อย่าเลิกย่นริมฝีปากออกเสียก่อนที่เสียงซึ่งเปล่งออกมานั้นยังไม่จบสิ้นลง เพราะว่าไม่เช่นนั้นแล้วละก็เสียงที่เปล่งออกมานั้น จะถูกริมฝีปากบิดให้ผิดเพี้ยนไปเป็นเสียงที่ไม่ถูกต้อง เสียงนี้เวลาออกเสียงค่อนข้างยาก เพระว่าในภาษาไทยไม่มีเสียงเช่นนี้ คนไทยจึงไม่คุ้นเคย หรือรู้สึกว่ายากแก่การที่จะต้องย่นริมฝีปากเอาไว้ในขณะที่กำลังเปล่ง เสียงออกมาจนกว่าเสียงจะสิ้นสุด แต่ว่าถ้านักศึกษาพยายามฝึกหัดมากหน่อย ก็สามารถออกเสียงตัวนี้ได้ถูกต้อง และจะไม่ยากเมื่อฝึกหัดจนคุ้นเคยแล้วและเวลา ” ไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว “j” “q”, “x” และ “y” แล้วละก็ให้ละจุดสองจุดบนตัว “u” เป็น “ju” “qu”, “xu” และ “yu” ส่วน ” ไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว “n” กับ “l” แล้วละก็ ยังต้องคงจุดสองจุดไว้บน ” เช่น “n กับ ” เพราะมิเช่นนั้นแล้วละก็จะไปซ้ำกับพยางค์เสียง “nu” กับ “lu” (เนื่องจาก “n” กับ “l” สามารถไปสะกดกับอักษรแทนเสียงสระตัว “u” ได้ด้วย
-i (8) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อือ” โดยให้ปลายลิ้นกระดกขึ้นบน และอักษรแทนเสียงสระตัวนี้จะสามารถสะกดได้กับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว “zh”, “ch” , “sh” กับ “r” เป็น zhi
er (9) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อือ” ก่อน ออกเสียงให้ยื่นปลายลิ้นออกไปในแนวราบ แล้วใช้ปลายลิ้นยันไว้ตรงบริเวณด้านหลังฟันบนแล้วจึงเปล่งเสียงออกไปพร้อม กับเลื่อนปลายลิ้นห่างออกเล็กน้อย เสียงนี้จะเป็นเสียงที่เกิดจากการเบียด และเสียดสีกันออกมาอักษรแทนเสียงสระตัวนี้ จะสามารถสะกดได้กับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว “z”, “c” กับ “s” เป็น “zi กับ เท่านั้น
ai (10) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อาร์+กระดกลิ้นขึ้นบน+เออ” เน้นเสียงหนักที่ “อาร์ (กระดกลิ้น)” แล้วจึงลงด้วย “เออ” เบาๆ
-ei (11) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง “อา+อี” ให้เป็นเสียงเดียวกัน ฟังดูเผินๆ ก็จะเป็น “อาย+อี” (ควบให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว)
ao (12) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง “เอ+อี” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว
ou (13) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง”อาว+โอ” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว
-ia (14) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่าง “โอว+อู” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว
-ie (15) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบเป็น “อี+ยา” เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “ya” อ่านว่า “อี+ยา” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-ua (16) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบเป็น “อี+เย” ให้เป็นเสียงเดียวและเร็ว ให้เน้นเสียงหนักที่ “เย” เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “ye” อ่านว่า “เย”
-uo (17) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบ “อู+วา” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า “wa” อ่านว่า “อู+วา” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-üe (18) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบ “อู+โว” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า “wo” อ่านว่า “อู+โว” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-iao (19) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบที่ต้องย่นริมฝีปากก่อนแล้วจึงเปล่งเสียง “ยี+เอ” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน) เขียนเป็นพยางค์ได้ว่า “yue” ละจุดสองจุดบนตัว “u”
-iou (20) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อี+ยาว” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “yao” อ่านว่า “ยาว” (ให้เป็นเสียงสูงแนวราบตลอด)
-uai (21) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อี+ยิว” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว และเมื่อ “iou” ไปสะกดกับตัวอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัวใดตัวหนึ่งแล้วละก็ให้ตัดตัวอักษรเหลือ เพียง “iu และมีเสียงเทียบเคียงเป็นเสียงควบ “อี+อิว” เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “you” อ่านว่า “ยิว”
-uai (22) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อู+วาย” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์ เสียงได้ว่า “wai” อ่านว่า “อู+วาย” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
-uei (23) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อู+เวย” ให้เป็นเสียงเดียวกัน และเมื่อ “uei”ไปสะกดกับตัวอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัวใดตัวหนึ่งแล้วละก็ให้ตัดตัวอักษร เหลือเพียง “ui และมีเสียงเทียบเคียงเป็นเสียงควบได้กับเสียง “อุย+อี” เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “wei” อ่านว่า “เวย+อี” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกัน)
an (24) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อาน” ปลายเสียงขึ้นจมูก ไม่ใช่เสียง “อัน”
en (25) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “เอิน” ปลายเสียงขึ้นจมูก
ang (26) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “อาง” ปลายเสียงขึ้นจมูก ไม่ใช่เสียง “อัง”
eng (27) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียง “เอิง” ปลายเสียงขึ้นจมูก
-ian (28) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อี+เยียน” เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า “yan” อ่านว่า “เยียน”
-in (29) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “ยิน+อิน” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “yin” อ่านว่า “ยิน+อิน”
-iang (30) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อี+ยาง” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “yang” อ่านว่า “ยาง” ให้ปลายเสียงขึ้นจมูก
-ing (31) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “ยิง+อิง” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “ying” อ่านว่า “ยิง+อิง” ให้ปลายเสียงขึ้นจมูก
-iong (32) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อี+ยง” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “yong” อ่านออกเสียงว่า “ยง”
-uan (33) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อู+วาน” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงว่า “wan อ่านออกเสียงว่า “อู+วาน” (อ่านควบให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็วเช่นกัน)
-uen (34) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อู+เวิน” ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “wen อ่านออกเสียงว่า “เวิน” แต่เมื่อ “-uen” ไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัวอื่นๆ แล้วละก็ ให้เหลือเพียง “un
-uang (35) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อู+วาง” (ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “wang” อ่านออกเสียงว่า “อู+วาง” เหมือนเดิมให้ปลายเสียงขึ้นจมูกและเน้นเสียงหนัก “วาง” มากกว่า
-ueng (36) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “อู+เวิง” (ให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “weng” อ่านออกเสียงว่า “อู+เวิง” เหมือนเดิมให้เน้นเสียงหนัก “เวิง” มากกว่า
-üan (37) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “ย่นริมฝีปากก่อน+ยี+อาน” (อ่านให้เป็นเสียงเดียวกันและเร็ว) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “yuan” อ่านออกเสียงว่า “ย่นริมฝีปากก่อน+ยี+อาน” เหมือนเดิมแล้วละจุดสองจุดบนตัว “u” ไว้ในฐานที่เข้าใจ “- นี้จะสามารถไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว “j” , “q”, “x” และ “y” เป็น “juan”, “quan”, “xuan” และ “yuan” ได้เท่านั้น
-ün (38) มีเสียงเทียบเคียงได้กับเสียงควบระหว่างเสียง “ย่นริมฝีปากก่อน+ยิน” (จะต้อยย่นริมฝีปากตลอดเวลาในณะที่เปล่งเสียงออกมา จนกว่าเสียงจะสิ้นสุดลงเรียบร้อยแล้ว จึงจะเลิกย่นริมฝีปากได้) เขียนเป็นพยางค์เสียงได้ว่า “yun” แล้วละจุดสองจุดบนตัว “u” ไว้ในฐานที่เข้าใจ ” นี้ จะสามารถไปสะกดกับอักษรแทนเสียงพยัญชนะตัว “j”, “q”, “x” และ “y” เป็น “jun”, “qun”, “xun” และ “yun” ได้เท่านั้น


จาก china_chiness www.tlcthai.com/club/view_topic.php?club=china_chiness&club_id=1162&table_id=1&cate_id=525&post_id=6982

Jan 282011
 

เรียน จู้อิน หรือ จู้อินฝูเฮ่า (จีนตัวเต็ม: 注音符號; จีนตัวย่อ: 注音符号; พินอิน: zhùyīn fúhào แปลว่า เครื่องหมายกำกับเสียง) กับ http://wapedia.mobi

จู้อิน หรือ จู้อินฝูเฮ่า (จีนตัวเต็ม: 注音符號; จีนตัวย่อ: 注音符号; พินอิน: zhùyīn fúhào แปลว่า เครื่องหมายกำกับเสียง) เป็นระบบสัทอักษรสำหรับการถอดเสียงในภาษาจีน โดยเฉพาะภาษาจีนกลาง เป็นระบบกึ่งพยางค์ที่มีใช้อย่างกว้างขวางในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ประกอบด้วยอักษร 37 ตัวและวรรณยุกต์ 4 ตัว ซึ่งเพียงพอที่จะใช้ถอดเสียงที่เป็นไปได้ในภาษาจีนกลาง

อ่านเพิ่มเ่ติมจาก http://wapedia.mobi

Jan 282011
 

เมื่อเปรียบเทียบกับพินอินที่กำกับคำศัพท์คำเดียวกัน อักษรจู้อินมีจำนวนตัวอักษรน้อยกว่า มีกฎการเปลี่ยนรูปอักษรน้อยกว่า (ข้อเท็จจริงคือระบบจู้อินไม่มีการเปลี่ยนรูปเลย) และอักษรจู้อินบางตัวก็มีลักษณะคล้ายอักษรจีนอยู่แล้ว ทำให้นักเรียนนักศึกษาสามารถเรียนรู้ก้าวหน้าไปอีกขั้น
อ่านเพิ่มเ่ติมจาก http://wapedia.mobi

b 八 (ㄅㄚ, bā)
p 杷 (ㄆㄚˊ, pá)
m 馬 (ㄇㄚˇ, mǎ)
f 法 (ㄈㄚˇ, fǎ)
d 地 (ㄉㄧˋ, dì)
t 提 (ㄊㄧˊ, tí)
n 你 (ㄋㄧˇ, nǐ)
l 利 (ㄌㄧˋ, lì)
g 告 (ㄍㄠˋ, gào)
k 考 (ㄎㄠˇ, kǎo)
h 好 (ㄏㄠˇ, hǎo)
j 叫 (ㄐㄧㄠˋ, jiào)
q 巧 (ㄑㄧㄠˇ, qiǎo)
x 小 (ㄒㄧㄠˇ, xiǎo)
zhi 【zh】 主 (ㄓㄨˇ, zhǔ)
chi 【ch】 出 (ㄔㄨ, chū)
shi 【sh】 束 (ㄕㄨˋ, shù)
ri 【r】 入 (ㄖㄨˋ, rù)
zi 【z】 在 (ㄗㄞˋ, zài)
ci 【c】 才 (ㄘㄞˊ, cái)
si 【s】 塞 (ㄙㄞ, sāi)
a 大 (ㄉㄚˋ, dà)
o 多 (ㄉㄨㄛ, duō)
e 得 (ㄉㄜˊ, dé)
ê 爹 (ㄉㄧㄝ, diē)
ai 晒 (ㄕㄞˋ, shài)
ei 誰 (ㄕㄟˊ, shéi)
ao 少 (ㄕㄠˇ, shǎo)
ou 收 (ㄕㄡ, shōu)
an 山 (ㄕㄢ, shān)
en 申 (ㄕㄣ, shēn)
ang 上 (ㄕㄤˋ, shàng)
eng 生 (ㄕㄥ, shēng)
er 而 (ㄦˊ, ér)
yi 【i】 逆 (ㄋㄧˋ, nì)
yin 【in】 音 (ㄧㄣ, yīn)
ying 【ing】 英 (ㄧㄥ, yīng)
wu 【u】 努 (ㄋㄨˇ, nǔ)
wen 【un】 文 (ㄨㄣˊ, wén)
weng 【ong】 翁 (ㄨㄥ, wēng)
yu 【u, ü】 女 (ㄋㄩˇ, nǚ)
yun 【un】 韻 (ㄩㄣˋ, yūn)
yong 【iong】 永 (ㄩㄥˇ, yǒng)

ฝึกอ่านจู้อินกับ www.mdnkids.com

國語日報注音符號練習↓請點選下圖連結

ㄅㄆㄇ西遊記(桃園縣政府)注音符號遊戲↓請點選下圖連結

ㄅㄆㄇ兒童樂園(常春藤電信)↓請點選下圖連結

陳燕靜教育網01: 注音符號念謠教學

注音符號歌 ㄅㄆㄇ

Jan 262011
 

春节 เทศกาลตรุษจีน

เทศกาลตรุษจีนใกล้มาถึงแล้วครับ (春节快到了) ขอส่งความสุขมาให้กับทุกท่านครับ

春节快乐! Chūnjié kuàilè! สุขสันต์วันตรุษจีน! (过年好 guòniánhǎo)

 

คำอวยพร :

  • 祝你… [zhùnǐ…]  ขออวยพรให้…
  • 新正如意,新年发财。 [xīnzhèngrǔyì xīnniánfācái]  ปีใหม่ขอขอให้ร่ำรวยและสมความปรารถนาทุกประการ  (ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้)
  • 万事如意 [wànshìrúyì] ขอให้ทุกอย่างสมความปรารถนา
  • 十全十美 [shíquánshíměi] ดีพร้อมสมบูรณ์
  • 生意兴隆 [shēngyì xīnglóng] ขอให้ค้าขายร่ำรวย
  • 恭喜发财 [gōngxǐfācái] ขอให้ร่ำรวย
  • 财源广进 [cáiyuánguǎngjìn] เงินทองไหลมาเทมา
  • 招财进宝 [zhāocái jìnbǎo] ทรัพย์สมบัติเพิ่มพูน
  • 年年有余 [niánniányǒuyú] เหลือกินเหลือใช้ตลอดไป
  • 事事顺利 [shìshì shùnlì] ทุกเรื่องราบรื่น
  • 金玉满堂 [ jīnyùmǎntáng]  เงินทองเต็มบ้าน
  • 一本万利 [yīběnwànlì]  ลงทุนน้อยกำไรมาก
  • 大吉大利 [dàjídàlì] โชคดีเฮงๆๆ/โชคดีสมความปราถนาในทุกเรื่อง
  • 年年发财 [niánniánfācái]  ร่ำรวยตลอดไป
  • 龙马精神 [lóngmǎ jīngshén] สุขภาพร่างกายแข็งแรง
  • 祝你身体健康。 [zhùnǐ shēntǐ jiànkāng] ข้อให้สุขภาพแข็งแรง
  • 吉祥如意 [jíxiángrúyì]  โชคดีสมปรารถนา
  • 好运年年 [hǎoyùnniánnián] โชคดีตลอดไป
  • 四季平安 [sìjìpíngān]  ปลอดภัยตลอดปี
  • 一帆风顺 [yīfānfēngshùn] ทุกอย่างราบรื่น
  • 学业进步 [xuéyè jìnbù] มีความก้าวหน้าในการศึกษาเล่าเรียน
  • 天天向上 [tiāntiān xiàngshàng] ก้าวหน้ายิ่งขึ้นทุกๆวัน
  • 步步高升 [bùbùgāoshēng] ก้าวหน้าในด้านการงาน
  • 红包多多来 [hóngbāo duōduōlái] รับซองอั่งเปาเยอะๆ

ตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (ตัวเต็ม: 春節, ตัวย่อ: 春节, พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (ตัวเต็ม: 農曆新年, ตัวย่อ: 农历新年, พินอิน: Nónglì Xīnnián หนงลี่ ซินเหนียน) และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ (正月 พินอิน: zhèng yuè เจิ้งเยฺว่) และสิ้นสุดในวันที่ 15 ซึ่งจะเป็นเทศกาลประดับโคมไฟ (ตัวเต็ม: 元宵節, ตัวย่อ: 元宵节, พินอิน: yuán xiāo jié หยวนเซียวเจี๋ย)

คืนก่อนวันตรุษจีน ตามภาษาจีนกลางเรียกว่า 除夕 (พินอิน: Chúxì ฉูซี่) หมายถึงการผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน

ในวันตรุษจีนจะมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนเชื้อสายจีนขนาดใหญ่ และตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เมี่ยน ม้ง มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาล และภูฐาน สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลองต่างกันไป ในประเทศไทย

ตรุษจีนในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

  • วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (地主爺 / 地主爷 ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว
  • วันไหว้
    • ตอนเช้ามืดจะไหว้ ป้ายเล่าเอี๊ย” (拜老爺 / 拜老爷) เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
    • ตอนสาย จะไหว้ ป้ายแป๋บ้อ” (拜父母) คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
    • ตอนบ่าย จะไหว้ ป้ายฮ่อเฮียตี๋” (拜好兄弟) เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล
  • วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง (初一 ชิวอิก) ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ ป้ายเจียเป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า กิกหรือ ภาษาฮกเกี้ยน ก้าม“() ซึ่งไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ () [1] เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น
  • สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของตรุษจีน คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็ก ๆ ซึ่งจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว
  • อั่งเปา (จีน: 红包; พินอิน: hóngbāo หงเปา) เป็น เงินของขวัญที่มีการให้และรับในวัฒนธรรมจีน ชื่ออั่งเป่าภาษาจีนมาความหมายถึง ซองสีแดง ที่มอบให้โดยมีเงินบรรจุอยู่ด้านใน ซึ่งเงินที่บรรจุภายในเรียก 利是 (Lai Si, Lee See) อั่งเปานิยมมีการให้มอบให้ในงานสำคัญของครอบครัว เช่น พิธีแต่งงาน หรือ วันตรุษจีน (วันปีใหม่ของจีน) โดยในวันตรุษจีนผู้ที่มีอายุสูงกว่าหรือทำงานมีเงินเดือนแล้ว จะเป็นคนให้อั่งเป่าแก่เด็กหรือญาติที่ยังไม่ได้ทำงาน

สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย

 

ประวัติความเป็นมาของตรุษจีน

春节,是农历正月初一,又叫 阴历年,俗称“过年”。 这是我国民间最隆重、最热闹的一个 传统节日。
春节的历史很悠久,它起源于殷商时期年头岁尾 的祭神祭祖活动。 按照我国农历,正月初一古称元日、元辰、元正、元朔、元旦等,俗称年初一,到了民国时期,改用公历,公历的一月一日称为元旦,把农历的一月一日叫春节。

春节到了,意味着春天将要来临,万象复苏草木更新,新一轮 播种和收获季节又要开始。人们刚刚度过冰天雪地草木凋 零的漫漫寒冬,早就盼望着春暖花开的日子,当新春到来之 际,自然要充满喜悦载歌载舞地迎接这个节日。

千百年来,人们使年俗庆祝 活动变得异常丰富多彩,每年从农历腊月二十三日起到年 三十,民间把这段时间叫做“迎春日”,也叫“扫尘日”,在春 节前扫尘搞卫生,是我国人 民素有的传统习惯。

然后就是家家户户准备年货,节前十天左右,人们就开始忙于采购物品,年货包括鸡鸭鱼 肉、茶酒油酱、南北炒货、糖饵果品,都要采买充足,还要 准备一些过年时走亲访友时赠送的礼品,小孩子要添置新 衣新帽,准备过年时穿。

在节前要在住宅的大门上粘 贴红纸黄字的新年寄语,也就是用红纸写成的春联。屋里 张贴色彩鲜艳寓意吉祥的年画,心灵手巧的姑娘们剪出 美丽的窗花贴在窗户上,门前挂大红灯笼或贴福字及财 神、门神像等,福字还可以倒贴,路人一念福倒了,也就是福气到了,所有这些活动都是要为节日增添足够的喜庆气氛。春节的另一名称叫过年。

在过去的传说中,年是一种为 人们带来坏运气的想象中的动物。年一来。树木凋蔽,百草不 生;年一过,万物生长,鲜花遍地。年如何才能过去呢?需用鞭炮轰 ,于是有了燃鞭炮的习俗,这其实也是烘托热闹场面的又一种方式。

春节是个欢乐祥和的节日,也是 亲人团聚的日子,离家在外的孩子在过春节时都要回家欢聚。过 年的前一夜,就是旧年的腊月三十夜,也叫除夕,又叫团圆夜,在这新旧交替的时候,守岁是最重要的年俗活动之一,除夕 晚上,全家老小都一起熬年守岁,欢聚酣饮,共享天伦 之乐,北方地区在除夕有吃饺子的习俗,饺子的作 法是先和面,和字就是合;饺子的饺和交谐音,合和交有相聚之 意,又取更岁交子之意。

在南方有过年吃年糕的习惯, 甜甜的粘粘的年糕,象征新一年生活甜蜜蜜,步步高。 待第一声鸡啼响起,或是新年的钟声敲过,街上鞭炮齐 鸣,响声此起彼伏,家家喜气洋洋,新的一年开始了,男女老少 都穿着节日盛装,先给家族

中的长者拜年祝寿,节中 还有给儿童压岁钱,吃团年饭,初二、三就开始走亲戚看朋友,相互拜年,道贺祝福,说些恭贺新喜、恭喜发财、恭喜、过 年好等话,祭祖等活动。

节日的热烈气氛不仅洋溢在各家 各户,也充满各地的大街小巷,一些地方的街市上还有舞狮子,耍龙灯,演社火,游花市,逛庙会等习俗。这期间花灯满 城,游人满街,热闹非凡,盛况空前,直要闹到正月十五 元宵节过后,春节才算真 正结束了。

春节是汉族最重要的节日,但 是满、蒙古,瑶、壮、白、高山、赫哲、哈尼、达斡尔、侗、黎等十几 个少数民族也有过春节的习俗,只是过节的形式更有自己的民 族特色,更蕴味无穷。

 

———————-

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเืทศกาลตรุษจีน 春节 (chūnjié) :

 

  • 春 [chūn] ฤดูใบไม้ผลิ
  • 节 [jié] เทศกาล
  • 快乐 [kuàilè] สุขสันต์
  • 春节快乐! [Chūnjié kuàilè] สุขสันต์วันตรุษจีน
  • 新正 [xīnzhèng] เดือนใหม่ (正 มาจากคำเต็มว่า 正月)
  • 年夜饭 [niányèfàn] อาหารเย็นที่ทานกันในครอบครัวก่อนวันตรุษจีน
  • 如意 [rúyì] สมความปราถนา
  • 跨年 [kuànián] การนับถอยหลังเพื่อขึ้นปีใหม่
  • 红包 [hóngbāo] อั่งเปา
  • 正在 [zhèngzài] สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
  • 放 炮 [fàngpào] จุดประทัด
  • 安 全 [ānquán] ปลอดภัย
  • 春节 [Chūnjié] ตรุษจีน
  • 农历 [nónglì] ปฎิทินจีนตามจันทรคติจีน (ปฏิทินจันทรคติ คือปฏิทินที่นับตามคติการโคจรของดวงจันทร์ โดยหมายดูจากปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรม)
  • 正月 [zhēngyuè]เดือนแรกตามปฎิทินจีน
  • 阴历 [yīnlì]จันทรคติ
  • 俗称 [súchēng] คำเรียกติดปาก
  • 我国 [wǒguó] ประเทศเรา
  • 民间 [mínjiān] ในหมู่คน
  • 隆重 [lóngzhòng] จำนวนมาก มหาศาล
  • 热闹 [rènào] ครึกครื้น
  • 传统 [chuántǒng] ประเพณี
  • 节日 [jiérì]เทศกาล
  • 历史 [lìshǐ] ประวัติศาสตร์
  • 悠久 [yōujiǔ] ช้านาน
  • 起源 [qǐyuán]เริ่มต้น
  • 时期 [shíqī] ระยะเวลา
  • 年头 [niántóu] ปี,เวลา
  • 活动 [huódòng] กิจกรรม
  • 按照 [ànzhào] ตามที่
  • 元旦 [Yuándàn] วันปีใหม่ (1 มกราคม)
  • 年初 [niánchū] ต้นปี
  • 民国 [mínguó] ประเทศจีน (1912-1949).
  • 公历 [gōnglì] ปีคริสต์ศักราช
  • 一月 [yīyuè]เดือนมกราคม
  • 称为 [chēngwéi]เป็น
  • 意味着 [yìwèizhe] แสดงความหมาย
  • 春天 [chūntiān] ฤดูใบไม้ผลิ
  • 将要 [jiāngyào] จะ
  • 来临 [láilín] มาถึง,เ้ข้าใกล้
  • 万象 [wànxiàng] สรรพสิ่งในจักรวาล
  • 复苏 [fùsū] ฟื้นคืน
  • 更新 [gēngxīn] ใหม่เอี่อม
  • 播种 [bōzhòng] หว่านเมล็ด
  • 收获 [shōuhuò]เก็บเีกี่ยวผล
  • 季节 [jìjiě] ฤดูกาล
  • 开始 [kāishǐ]เริ่มต้น
  • 人们 [rénmén] ผู้คน
  • 刚刚 [gānggāng]เพิ่งจะ
  • 度过 [dùguò] ผ่าน
  • 冰天雪地 [bīngtiānxuědì] หิมะและน้ำแข็งปกคลุมไปทั่วพื้นแผ่นดิน
  • 凋零 [diāolíng] โรยรา, ร่วงหล่น
  • 漫漫 [mànmàn] ช้ามาก, นานมาก
  • 寒冬 [hándōng] ฤดูหนาว
  • 盼望 [pànwàng] ความหวัง
  • 日子 [rìzi] วัน
  • 新春 [xīnchūn] ช่วงเวลาปีใหม่ 10 หรือ 20 วันตามปฎิทินจัทรคติของจีน
  • 到来 [dàolái] ถึงแล้ว
  • 之际 [zhījì]เวลาที่
  • 自然 [zìran] ธรรมชาติ
  • 充满 [chōngmǎn]เต็มไปด้วย
  • 喜悦 [xǐyuè] ความสุขเปรมปรีดิ์
  • 载歌载舞 [zàigēzàiwǔ]เทศกาลแห่งการร้องเพลงและเต้นรำ
  • 迎接 [yíngjiē] ยินดีต้อนรับ
  • 这个 [zhègè] อันนี้
  • 百年 [bǎinián] ร้อยปี
  • 庆祝 [qìngzhù]เฉลิมฉลอง
  • 异常 [yìcháng] ผิดปรกติ
  • 丰富多彩 [fēngfùduōcǎi] อุดมสมบูรณ์
  • 每年 [měinián] ทุกๆปี
  • 腊月 [làyuè]เดือนสิบสองตามจันทรคติ
  • 二十三日 [èrshísānrì] วันที่ 23 ของเดือน
  • 时间 [shíjiān]เวลา
  • 叫做 [jiàozuò]เรียกว่า
  • 卫生 [wèishēng] สุขอนามัย
  • 人民 [rénmín] ประชาชน
  • 有的 [yǒudé] มี
  • 习惯 [xíguàn]เคยชิน
  • 然后 [ránhòu] หลังจากนั้น
  • 就是 [jiùshì] ก็คือ
  • 家家户户 [jiājiāhùhù] ทุกครอบครัว
  • 准备 [zhǔnbèi]เตรียม
  • 年货 [niánhuò] ซื้อสิ่งของที่ใช้ในวันตรุษจีน
  • 左右 [zuǒyòu] ประมาณ,ราวๆ
  • 采购 [cǎigòu] จัดซื้อ
  • 物品 [wùpǐn] สิ่งของ
  • 包括 [bāokuò] รวมถึง, รวมทั้ง
  • 鱼肉 [yúròu]เนื้อปลา
  • 南北 [nánběi] จากเหนือถึงใต้
  • 炒货 [chǎohuò] ของกินเล่นที่คั่วเช่นเมล็ดแตงโม, ถั่วลิสง ต่างๆ
  • 果品 [guǒpǐn] ผลไม้
  • 采买 [cǎimǎi] ซื้อ
  • 充足 [chōngzú] ให้เพียงพอ
  • 一些 [yīxiē] บ้าง,เล็กน้อย
  • 过年 [guònian] ก้าวข้ามปี, ฉลองตรุษจีน
  • 赠送 [zèngsòng] ส่งของขวัญให้
  • 礼品 [lǐpǐn] ของขวัญ
  • 小孩子 [xiǎoháizi]เด็กๆ
  • 添置 [tiānzhì] ซื้อเพิ่มเติม,ได้รับ
  • 住宅 [zhùzhái] พักอาศัย
  • 大门 [dàmén] ประตู
  • 粘贴 [zhāntiē] ติดด้วยกาว
  • 新年 [xīnnián] ปีใหม่
  • 寄语 [jìyǔ] ส่งข้อความ
  • 春联 [chūnlián] ชุนเหลียน หมายถึง กลอนคู่ที่เขียนใส่กระดาษสีแดงติดไว้หน้าประตูในเทศกาลตรุษจีน
  • 张贴 [zhāngtiē] ติดหรือแปะ
  • 色彩 [sècai] สีสรร
  • 鲜艳 [xiānyàn] สีฉูดฉาด
  • 寓意 [yùyì] ความหมายที่แฝงอยู่
  • 吉祥 [jíxiáng] โชคดี
  • 年画 [niánhuà] รูปภาพที่ติดกันในเทศกาลตรุษจีน
  • 心灵 [xīnlíng] ฉลาดปราดเปรื่อง
  • 手巧 [shǒuqiǎo] คนที่มีทักษะดี
  • 姑娘 [gūniang] หญิงสาว
  • 美丽 [měilì] สวยงาม
  • 窗花 [chuānghuā] การตกแต่งหน้าต่าง โดยการเอากระดาษมาตัดเป็นลวดลาย
  • 窗户 [chuānghù] หน้าต่าง
  • 大红 [dàhóng] สีแดงสด
  • 灯笼 [dēnglong] โคมไฟ
  • 财神 [cáishén]เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง
  • 门神 [ménshén] ประตูเทพเจ้า
  • 可以 [kěyǐ] ได้
  • 路人 [lùrén] คนอื่น (คนเดินถนน)
  • 福气 [fúqi] โชคดี มีความสุข
  • 所有 [suǒyǒu] ทั้งหมด
  • 这些 [zhèxiē]เหล่านี้
  • 都是 [dōushì] ล้วน
  • 增添 [zēngtiān]เพิ่มเติม
  • 足够 [zúgòu]เพียงพอ
  • 喜庆 [xǐqìng] ยินดีปรีดา
  • 气氛 [qìfēn] บรรยากาศ
  • 名称 [míngchēng] ชื่อเรียก
  • 过去 [guòqu] ผ่านไป
  • 传说 [chuánshuō]เรื่องเล่า
  • 为人 [wéirén] การปฎิบัติตัว, ความเป็นคน
  • 带来 [dàilái] นำมา
  • 运气 [yùnqi] โชค
  • 想象 [xiǎngxiàng] จินตนาการ
  • 中的 [zhòngdì] ถูกเป้า
  • 动物 [dòngwù] สัตว์
  • 树木 [shùmù] ต้นไม้
  • 凋蔽 [diāobì]เหี่ยวเฉา
  • 万物 [wànwù] สรรพสิ่ง
  • 生长 [shēngzhǎng]เติบโต
  • 鲜花 [xiānhuā] ดอกไม้สด
  • 如何 [rúhé]เป็นอย่างไร
  • 才能 [cáinéng] ความสามารถ
  • 鞭炮 [biānpào] ประทัด
  • 于是 [yúshì] ดังนั้น
  • 习俗 [xísú] ขนบธรรมเนียมและประเพณี
  • 其实 [qíshí] แท้จริง
  • 烘托 [hōngtuō] การเพิ่มเฉดสีรอบๆ วัตถุเพื่อทำให้วัตถุนั้นเด่นเด่นขึ้นมา
  • 场面 [chǎngmiàn] ฉากในเหตุการณ์
  • 方式 [fāngshì] รูปแบบ
  • 欢乐 [huānlè] มีความสุข
  • 亲人 [qīnrén] ญาติสนิท
  • 团聚 [tuánjù] อยู่พร้อมหน้ากัน
  • 孩子 [háizǐ]เด็กๆ
  • 回家 [huíjiā] กลับบ้าน
  • 欢聚 [huānjù] อยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุข
  • 除夕 [chúxī] วันส่งท้ายปีเก่า, การผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน
  • 旧交 [jiùjiāo]เพื่อนเก่า
  • 时候 [shíhòu]เวลา
  • 守岁 [shǒusuì] อยู่จนดึก, อยู่กันทั้งคืนเพื่อต้อนรับปีใหม่
  • 重要 [zhòngyào] สิ่งสำคัญ
  • 之一 [zhīyī] หนึ่งใน
  • 晚上 [wǎnshàng] ตอนกลางคืน
  • 老小 [lǎoxiǎo] grown-ups and children; one’s family.
  • 一起 [yīqǐ] พร้อมกัน
  • 酣饮 [hānyǐn] ดื่มให้เต็มที่
  • 共享 [gòngxiǎng] สนุกสนานร่วมกัน
  • 天伦之乐 [tiānlúnzhīlè] ครอบครัวที่มีความสุข
  • 北方 [běifāng] ทิศเหนือ
  • 地区 [dìqū] พื้นที่,สถานที่
  • 饺子 [jiǎozi]เกี๊ยวซ่า
  • 作法 [zuòfǎ] วิธีทำ
  • 和面 [huómiàn] นวดแป้ง
  • 谐音 [xiéyīn] พ้องเสียง
  • 南方 [nánfāng] ทิศใต้
  • 年糕 [niángāo]เค้กปีใหม่
  • 象征 [xiàngzhēng]เป็นสัญลักษณ์
  • 一年生 [yīniánshēng] ปีเดียว
  • 甜蜜 [tiánmì] หวานชื่น สุขใจ
  • 步步 [bùbù]เป็นขั้นตอน
  • 第一声 [dìyīshēng]เสียงแรกในสี่เสียง (การออกเสียงพินอิน)
  • 钟声 [zhōngshēng]เสียงนาฬิกา
  • 响声 [xiǎngshēng]เสียง(ดัง)
  • 此起彼伏 [cǐqǐbǐfú] ต่อเนื่องกันไปเป็นระลอก
  • 喜气洋洋 [xǐqìyángyáng] ปลื้มปิติยินดี
  • 男女 [nánnǚ] ชายหญิง
  • 穿着 [chuānzhuó] แต่งตัว
  • 盛装 [shèngzhuāng] การแต่งตัวที่หรูหรา
  • 家族 [jiāzú] วงศ์ตระกูล
  • 长者 [zhǎngzhě] ผู้ที่มีอายุสูงกว่า, ผู้อาวุโส
  • 拜年 [bàinián] อวยพรปีใหม่
  • 祝寿 [zhùshòu] อวยพรวันเกิด
  • 儿童 [értóng]เด็ก
  • 压岁钱 [yāsuìqián]เงินที่ให้กับเด็กในวันตรุษจีน(สมัยก่อน)
  • 亲戚 [qīnqi] ญาติ
  • 朋友 [péngyǒu]เพื่อน
  • 相互 [xiānghù] ร่วมกัน
  • 道贺 [dàohè] แสดงความยินดี
  • 祝福 [zhùfú] อวยพร
  • 恭贺 [gōnghè] แสดงความยินดี
  • 恭喜发财 [gōngxǐfācái] ขอให้ร่ำรวย
  • 恭喜 [gōngxǐ] การแสดงความยินดี
  • 热烈 [rèliè] อบอุ่น
  • 不仅 [bùjǐn] ไม่เพียงแต่
  • 洋溢 [yángyì]เต็มเปี่ยม
  • 各地 [gèdì] ทุกที่
  • 大街小巷 [dàjiēxiǎoxiàng] ถนนสายหลักและตรอกเล็กซอยน้อย
  • 地方 [dìfang] สถานที่
  • 街市 [jiēshì] ถนนคนเดิน
  • 狮子 [shīzi] สิงห์โต
  • 龙灯 [lóngdēng] โคมมังกร (โคมไฟ)
  • 庙会 [miàohù] งานศาลจ้าว
  • 期间 [qījiān] ช่วงระยะเวลา
  • 花灯 [huādēng] โคมไฟที่มีลวดลายสวยงาม ใช้ประกวดในเทศกาลโคมไฟ
  • 游人 [yóurén] นักท่องเที่ยว
  • 非凡 [fēifán] อย่างยิ่ง,เหนือชั้น
  • 盛况 [shèngkuàng] โอกาสทอง
  • 空前 [kōngqián]เป็นประวัติการณ์
  • 十五 [shíwǔ] ตัวเลขสิบห้า
  • 元宵节 [yuánxiāojié]เทศกาลโคมไฟ (January 15 on the lunar calendar)
  • 过后 [guòhòu] หลังจากนั้น
  • 真正 [zhēnzhèng] จริงๆ
  • 结束 [jiéshù] จบ, สรุป
  • 汉族 [hànzú] ชนชาติฮั่น (เป็นชนชาติหลักของจีน)
  • 但是 [dànshì] แต่
  • 蒙古 [Měnggǔ] มองโกเลีย
  • 高山 [gāoshān] เทือกเขาสูง,เทือกเขาแอลป์
  • 几个 [jīgè] หลาย
  • 少数民族 [shǎoshùmínzú] ชนเผ่าส่วนน้อย
  • 只是 [zhǐshì] เกือบ,เพียง
  • 过节 [guòjié]เฉลิมฉลองเทศกาล
  • 形式 [xíngshì] รูปร่าง,รูปทรง
  • 自己 [zìjǐ] ด้วยตัวเอง
  • 民族 [mínzú] ชนชาติ
  • 特色 [tèsè] ลักษณะที่พิเศษ
  • 无穷 [wúqióng] ไม่มีที่สิ้นสุด

 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

祝你 [zhùnǐ]

Click to listen highlighted text!