Feb 102011
 

 

หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่า วันวาเลนไทน์ นั้นมีจุดเริ่มต้นจาก “คริสตศาสนา”

ขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับความรักจากพระคริสต์คัมภีร์ภาคภาษาไทยมาให้อ่านก่อนนะครับ

ทำไมวันแห่งความรัก ต้องเป็น วันที่ 14 กุมภาพันธ์

วันวาเลนไทน์คืออะไร ? และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
วาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักทำไมต้องเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นคำถามที่น่าสงสัยใช่ไหม วันวาเลนไทน์ วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine)ผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงแต ่เขาต้อง จบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ในจักรวรรดิโรมัน
ประวัติความเป็นมาของเรื่องนี้ เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 3 มีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ “วาเลนตินัส” เขา เป็นคนที่มีความรักและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มาก โดยทุก ๆ วันเขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็น ไปวางไว้ประตูหน้าบ้านของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้ ซึ่งในสมัยนั้นนะคะ ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน และถือว่าใครที่
นับถือ ศาสนาคริสต์ จะมีความผิดร้ายแรงมาก พวกคริสเตียนจึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนักเพื่อบังคับให้เลิกเป็น คริสเตียน ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์จะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง วาเลนตินัส ก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญและทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุก ในข้อหาเป็นคริสเตียน ในขณะ ที่เขาถูกจับขังคุกนั้น ก็พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้น และด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของคนรักของเขาซึ่งเธอตาบอด หายเป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุมและครอบครัวของเขาหันมานับถือศาสนาคริสต์ เมื่อความนี้นี้เองรู้ถึงจักพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม พระองค์ทรงกริ้วมาก สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัส อย่างหนักด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ
ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น เขาได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรัก ของเขาและลงท้ายในจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของเธอ” รุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วา เลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะและเอาศพไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์ซึ่งภายหลัง มีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้เพื่อเป็น อนุสรณ์รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา คนทั่วไปประทับใจกับความรักของเขาจึงยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันวาเลนไทน์” ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentine’s Day หรือ Valentine’s

Saint Valentine’s Day หรือวันแห่งความรัก ซึ่งต่อมาได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา และเข้ามาในทวีปเอเชียด้วย

จากหนังสือพระคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาใหม่ 1โครินธ์ 13:1-13 ได้พูดถึงความรักดังนี้

­13:1 แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาของมนุษย์ก็ดี และภาษาของทูตสวรรค์ก็ดี แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง

我若能说万人的方言、并天使的话语、却没有爱、我就成了鸣的锣、响的钹一般。

13:2 แม้ ข้าพเจ้ามีของประทานแห่งการพยากรณ์ และเข้าใจในความลึกลับทั้งปวงและมีความรู้ทั้งสิ้น และแม้ข้าพเจ้ามีความเชื่อทั้งหมดพอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย

我若有先知讲道之能、也明白各样的奥秘、各样的知识.而且有全备的信、叫我能够移山、却没有爱、我就算不得甚么。

13:3 แม้ข้าพเจ้ามอบของสารพัดเพื่อเลี้ยงคนยากจน และแม้ข้าพเจ้ายอมให้เอาตัวข้าพเจ้าไปเผาไฟเสีย แต่ไม่มีความรัก จะหาเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าไม่

我若将所有的周济穷人、又舍己身叫人焚烧、却没有爱、仍然与我无益。

13:4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ความรักไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง

爱是恒久忍耐、又有恩慈.爱是不嫉妒.爱是不自夸.不张狂.

13:5 ไม่ทำสิ่งที่ไม่บังควร ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด

不作害羞的事.不求自己的益处.不轻易发怒.不计算人的恶.

13:6 ไม่ชื่นชมยินดีในความชั่วช้า แต่ชื่นชมยินดีในความจริง

不喜欢不义.只喜欢真理.

13:7 ไม่แคะไค้คุ้ยเขี่ยความผิดของเขา และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และเพียรทนเอาทุกอย่าง

凡事包容.凡事相信.凡事盼望.凡事忍耐。

13:8 ความรักไม่มีวันสูญสิ้น แม้คำพยากรณ์ก็จะเสื่อมสูญไป แม้การพูดภาษาต่างๆนั้นก็จะมีเวลาเลิกไป แม้ความรู้ก็จะเสื่อมสูญไป

爱是永不止息.先知讲道之能、终必归于无有.说方言之能、终必停止、知识也终必归于无有。

13:9 เพราะที่เรารู้นั้นก็รู้แต่ส่วนหนึ่ง และที่เราพยากรณ์นั้นก็พยากรณ์แต่ส่วนหนึ่ง

我们现在所知道的有限、先知所讲的也有限.

13:10 แต่เมื่อความสมบูรณ์มาถึงแล้ว ความบกพร่องนั้นก็จะสูญไป

等那完全的来到、这有限的必归于无有了。

13:11 เมื่อ ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าพเจ้าพูดอย่างเด็ก คิดอย่างเด็ก ใคร่ครวญหาเหตุผลอย่างเด็ก แต่เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าก็เลิกอาการเด็กเสีย

我作孩子的时候、话语像孩子、心思像孩子、意念像孩子.既成了人、就把孩子的事丢弃了。

13:12 เพราะ ว่าบัดนี้เราเห็นสลัวๆเหมือนดูในกระจก แต่เวลานั้นจะได้เห็นหน้ากันชัดเจน เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้ารู้แต่ส่วนหนึ่ง แต่เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนได้รู้จักข้าพเจ้าแล้วด้วย

我们如今彷佛对着镜子观看、模糊不清.〔模糊不清原文作如同猜谜〕到那时、就要面对面了.我如今所知道的有限.到那时就全知道、如同主知道我一样。

13:13 ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด

如今常存的有信、有望、有爱、这三样、其中最大的是爱。

1ยอห์น4:16 ฉะนั้นเราทั้งหลายจึงรู้ และเชื่อในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงเป็นความรัก
และผู้ใดที่อยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในผู้นั้น / แหล่งของความรักนั้นคือพระเจ้านั้นก็คือหัวใจของคริสเตียนทุกคน
โรม12:9 จงรักด้วยใจจริง จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี ความรักนั้นต้องมีความจริงใจ
โรม13:10 ความรักไม่ทำอันตรายเพื่อนบ้านเลย เหตุฉะนั้นความรักจึงเป็นการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน / คำพูด การกระทำ /ความรักย่อมบริสุทธิ์ สะอาด ใส สว่าง
ยอห์น 15:13 ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน ความรักคือการเสียสะละอย่างแท้จริง
เอเฟซัส 4:2คือจงมีใจถ่อมลงทุกอย่าง และใจอ่อนสุภาพอดทนนาน และอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก ความรักย่อมอดทนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น / ครอบครัว เพื่อนบ้าน
ความรักย่อมให้อภัยและเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาได้
กาลาเทีย5:13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด / เสรีภาพมักทำให้เสียคนความรักย่อมเป็นเหตุให้รู้จักบังคับตน
เอเฟซัส4:15 แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์ /ยอมให้ความรักควบคุมชีวิตเรา เพราะความรักคือคุณธรรมที่สูงสุด เป็นพระประสงค์ที่จะมอบให้กับเราทุกคน
โคโลสี 3:12-14 12 เหตุฉะนั้นในฐานะที่เป็นพวกซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก
จงสวมใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน
13 จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน* และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงยกโทษให้กันและ
กัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดยกโทษให้ท่านฉันใด ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน**
14 แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความ
สมบูรณ์ / ความรักเป็นเหตุให้ชีวิตคริสตชนสมบูรณ์ไม่ว่าเราจะเป็นใครเผ่าพันธุ์ใหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ขี้โกรธ ขี้โมโห ขี้อิจฉา มีความชั่วมากมายขนาดใหนจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความสมบูรณ์
สุดท้าย 1โครินธ์ 13:13 ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด ให้เราอยู่ในพระเจ้า และความรักก็จะอยู่ในเรา 365 ทุกวันคือวันแห่งความรักอาเมน

=================================
ศัพท์วาเลนไทน์ 情人节词汇
爱慕 [àimù] ชอบ,เลื่อมใสศรัทธา
爱人 [àirén] คนรัก-lover
爱恋 [àiliàn] รัก
爱神 [àishén] กามเทพ- Cupid
丘比特[Qiū​bǐ​tè​] กามเทพ-Cupid
奥秘 [àomì] เร้นลับ ลึกลับ
包容 [bāoróng] ให้อภัย ยกโทษให้
钹 [bó] ฉาบ-cymbals
不得 [bùdé] ใช้หลังคำกริยา มีความหมายแสดงว่าไม่ได้หรือไม่สามารถที่จะ
初恋 [chūliàn] รักครั้งแรก, การมีความรัก (恋 มาจาก 恋爱[liàn’ài] รัก)
慈 [cí] เมตตา
大团圆结局 [dàtuányuánjiéjú] จบอย่างมีความสุข-a happy ending
丢弃 [diūqì] ทิ้ง
订婚 [dìnghūn] หมั้น
定义 [dìngyì] คำจำกัดความ, นิยาม
恩 [ēn]บุญคุณ
而且 [érqiě] โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
发怒 [fānù] บ้า, เดือดดาลโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
方言 [fāngyán] ภาษาท้องถิ่น
焚烧 [fénshāo] เผา
凡事 [fánshì] ทุกเรื่อง
告白 [gàobái] ประกาศให้ทราบโดยทั่วไป, สารภาพรัก-爱的告白
归于 [guīyú] เป็นของ, ผลลัพธ์
观看 [guānkàn] ชม, มองดู
孩子 [háizǐ] เด็กๆ
害羞 [hàixiū] อาย, เขิน, น่าละอาย
恒 [héng] ถาวร,ตลอดไป
花束 [huāshù] ช่อดอกไม้
嫉妒 [jídù] อิจฉา, ริษยา
计算 [jìsuàn] นับ, คำนวณ, พิจารณา, วางแผน
结婚 [jiéhūn] แต่งงาน
镜子 [jìngzi] กระจกส่อง, เลนส์กล้องถ่ายรูป
就要 [jiùyào] จะ
就算 [jiùsuàn] แม้ว่า
来到 [láidào] มาถึง
浪漫 [làngmàn] โรแมนติก
恋爱 [liàn’ài] รัก
锣ิ [luó] ฆ้อง -gong
那时 [nàshí] ขณะนั้น
能够 [nénggòu] สามารถ
没有 [méiyǒu] ไม่มี
玫瑰 [méiguī] ดอกกุหลาบ
蜜月 [mìyuè] ฮันนีมูน-honeymoon.
鸣 [míng] เสียงร้องของสัตว์ เช่น นก/แมลง
明白 [míngbai] เข้าใจ, รู้
模糊 [móhu] เบลอ, ไม่ชัดเจน
面对面 [miànduìmiàn] เผชิญหน้ากัน
盼望 [pànwàng] ความหวัง
奇妙的感觉[qímiàodegănjué] ความรู้สึกที่วิเศษ
情人节 [qíngrénjié] วันวาเลนไทน์/ เทศกาลวันแห่งความรัก-Valentines Day
情人节快乐 [qíngrénjiékuàilè] สุขสันต์วันวาเลนไทน์
情人节卡片 [qíngrénjiékăpiàn] การ์ดวันวาเลนไทน์
轻易 [qīngyì] อย่างงายๆ
求婚 [qiú hūn] ขอแต่งงาน-Propose
求爱 [qiú ài] ขอความรัก
其中 [qízhōng] ในนั้น
穷人 [qióngrén] คนจน
忍耐 [rěnnài] อดทน
仍然 [réngrán] ยังคง
如今 [rújīn] จนบัดนี้, ขณะนี้
如同 [rútóng] เหมือน
若 [ruò] เหมือน
舍 [shě] ทิ้ง สละ
舍不得 [shěbùdé] ทิ้งไม่ลง
圣经 [shèngjīng] พระคัมภีร์
时候 [shíhòu] เวลา
甚么 [shénme] อะไร
誓言 [shìyán] คำสาบาน
所有 [suǒyǒu] ทั้งหมด, สิ่งที่มีอยู่
天生一对 [tiānshēngyíduì] ฟ้าส่งมาคู่กัน, คู่รักคู่สม
停止 [tíngzhǐ] หยุด
天使 [tiānshǐ] ฑูตสววรค์
我们 [wǒmén] พวกเรา
完全 [wánquán] ทั้งหมด
无益 [wúyì] ไม่มีประโยชน์
勿忘我[wùwàngwŏ] อย่าลืมฉัน
喜欢 [xǐhuān] ชอบ
先知 [xiānzhī] ผู้ที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
现在 [xiànzài] ปัจจุบัน
先知讲道之能 [xiānzhījiǎngdàozhīnéng] คำพยากรณ์
相信 [xiāngxìn] เชื่อ
心思 [xīnsī] ความคิด, อารมณ์
心形的[xīnxíngde] รูปหัวใจ
一样 [yīyàng] เหมือนกัน
一见钟情 [yíjiànzhōngqíng] รักแรกพบ
益处 [yìchù] ประโยชน์ , ดี
永不 [yǒngbù] ไม่เคย
有限 [yǒuxiàn] จำกัด
友谊 [yǒuyì] มิตรภาพ
有望 [yǒuwàng] มีความหวัง
约会 [yuē huì] นัดพบ, เดท- date
永恒 [yŏnghéng] ชั่วนิรันดร
真爱 [zhēnài] รักแท้- truelove
止息 [zhǐxī] หยุด
知道 [zhīdào] รู้, ทราบ
醉心 [zuìxīn] ลุ่มหลง
一般 [yībān] ทั่วไป
坠入爱河 [zhuì rù ài hé] ตกหลุมรัก- fall In Love [坠 zhuì ตกลง]
知识 [zhīshí] ความรู้
周济 [zhōujì] บรรเทาทุกข์
真理 [zhēnlǐ] ความจรืง
自己 [zìjǐ] ตัวเอง
张狂 [zhāngkuáng] สะเพร่า ประมาทเลินเล่อ
烛光晚餐 [zhúguāngwăncān] ดินเนอร์ใต้แสงเทียน

Feb 092011
 

การแยกชนิดของคำในภาษาจีน ก็เหมือนกับภาษาอื่นๆ คือ คำนาม, คำสรรพนาม, คำกริยา, คำคุณศัพท์, …

การที่เราสามารถแยกชนิดคำเป็น จะมีส่วนช่วยให้เราสามารถจัดเรียงคำในประโยคได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยกรณ์ และช่วยในเรื่องของการทำข้อสอบต่างๆ แม้ว่าเราจะแปลความหมายของประโยคนั้นไม่ออกก็ตาม เช่น การเติมคำ การเรียงประโยค เป็นต้น

ชนิดของคำในภาษาจีน

1. คำนาม (Noun) 名词 (míng cí) เช่น 飞机(เครื่องบิน), 汉语(ภาษาจีน)
2. คำสรรพนาม (Pronoun) 代词 (dài cí) เช่น 我, 你, 他
3. คำกริยา (Verb) 动词 (dòng cí) เช่น 吃, 想, 爱, 要求
4. คำกริยานุเคราะห์ 助动词 (zhù dòng cí) เช่น 会, 能, 可以, 应该, 得(děi), 要
5. คำคุณศัพท์ (Adjective) 形容词 (xíng róng cí) เช่น 好, 白(สีขาว), 快, 认真(จริงจัง)
6. คำบอกจำนวน (Number) 数词 (shù cí) เช่น 一, 二, 几
7. คำลักษณะนาม 量词 (liàng cí) เช่น 个(อัน), 对(คู่), 次(ครั้ง), 遍(รอบ)
8. คำวิเศษณ์ (Adverb) 副词 (fù cí) เช่น 不, 才, 一般, 全, 都, 只, 太, 可能, 正好
9. คำบุพบท (Preposition) 介词 (jiè cí) เช่น 从, 跟, 在, 对
10. คำสันธาน (Conjunction) 连词 (lián cí) เช่น 不但, 因为, 如果
11. คำเสริม 助词 (zhù cí) เช่น 的, 得, 地, 所, 了, 着, 过, 呢, 吧
12. คำอุทาน 叹词 (tàn cí) เช่น 阿(ā ประหลาดใจ ทึ่ง), 哎哟(āi yō อูย เจ็บปวด)
13. คำเลียนเสียง 象声词 (xiàng shēng cí) เช่น 哈哈(hā hā เสียงหัวเราะ), 咕咕(gū gū เสียงไก่นกร้อง หรือท้องร้อง)

———————————————–

1. คำนาม(Noun) 名词 (míngcí) เช่น 飞机(เครื่องบิน), 汉语(ภาษาจีน)

名词 míng cí หรือคำนาม นั่นเอง ลักษณะไม่แตกต่างจากภาษาไทยเลยครับ คือมีทั้งรูปธรรมและนามธรรม หน้าที่หลักของคำนามนั้นคือทำหน้าที่เป็นภาคแสดง และกรรม

ตัวอย่างของคำนาม

  • 同学 tóng xué นักเรียน
  • 老师 lǎo shī อาจารย์
  • 家 jiā บ้าน
  • 鸟 niǎo นก
  • 无情 wú qíng ความว่างเปล่า
  • 爱情 ài qíng ความรัก

2. คำสรรพนาม(Pronoun) 代词 (dàicí) เช่น 我, 你, 他

3. คำกริยา(Verb) 动词 (dòngcí) เช่น 吃, 想, 爱, 要求 ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับภาษาไทยเช่นกัน โดยมีลักษณะดังนี้

ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง ในภาษาจีนนั้นรูปประโยคบอกเล่ามีลักษณะเหมือนภาษาไทย และภาษาอังกฤษ คือมีโครงสร้าง ประธาน-กริยา-กรรม (Subject-Verb-Object)

ตัวอย่างประโยค

  • 同学学习中文 tóngxué xuéxí zhōngwén นักเรียนเรียนภาษาจีน  –> ในที่นี้คำ 学习 xuéxí – เรียน เป็นคำกริยาครับ

ทำให้เป็นรูปปฏิเสธได้โดยใช้คำ 不 bù – ไม่ นำหน้า

  • 我不明白 wǒ bù míngbái – ผมไม่เข้าใจ –>ในที่นี้คำ 明白 míngbái – เข้าใจเป็นคำกริยา

ใช้ปัจจัย 了 le เพื่อทำให้เป็นรูปอดีตได้

  • 孩子起来了 háizǐ qǐlái le – เด็กน้อยตื่นแล้ว –>ในที่นี้คำ 起来 qǐlái – ตื่นนอน เป็นคำกริยา

โดยส่วนใหญ่สามารถมีกรรมตามหลัง

  • 我读课文 wǒ dú kè wén – ผมอ่านบทเรียน  –>ในที่นี้ำคำ 读 dú อ่าน เป็นคำกริยา

4. คำกริยาช่วย 助动词 (zhùdòngcí) เช่น 会, 能, 可以, 应该, 得(děi), 要  ใช้เพื่อขยายกริยาแท้หรือคุณศัพท์(ที่ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง)ของประโยค

4.1 คำกริยาแสดงความเป็นไปได้

  • 能 néng   สามารถ
  • 能够 nénggòu สามารถ, อาจจะ
  • 会 huì สามารถ
  • 可以 kěyǐ สามารถ
  • 可能 kěnèng เป็นไปได้

ตัวอย่างประโยค

  • 我能写汉语文 wǒ néng xiě hàn yǔ wén ฉันเขียนคำจีนได้

ตัวอย่างประโยค

  • 他可能喜欢你 tā kě néng xǐhuan nǐ เขาอาจชอบเธอ

4.2 คำกริยาแสดงความจำเป็น

  • 应该 yīnggāi ควร
  • 应当 yīngdāng ควรจะ
  • 该 gāi ควร
  • 要 yào ต้อง

ตัวอย่างประโยค

  • 现在, 你应该走吃饭了xiànzài, nǐ yīnggāi zǒu chī fàn lē ตอนนี้เธอน่าจะไปกินข้าวได้แล้วนะ

4.3 คำกริยาแสดงความแน่ใจหรือบังคับ ด้วยเหตุผล

  • 必须 bìxu จำเป็นต้อง
  • 得 děi  จะต้อง

ตัวอย่างประโยค

  • 我必须回家了 wǒ bǐxu huí jiǎ le ฉันต้องกลับบ้านแล้วละ

4.4 คำกริยาแสดงความต้องการ

  • 要 yào
  • 想 xiǎng
  • 愿意 yuànyì
  • 敢 gǎn
  • 肯 kěn
  • 准 zhǔn

ตัวอย่างประโยค

  • 你要永远在我的心中 nǐ yào yǒngyuǎn zài wǒ dē xīn zhōng เธอจะสถิตอยู่กลางใจฉันตลอดกาล

–> กลุ่มคำกริยาช่วยที่กล่าวมาข้างต้นนี้มีคุณสมบัติที่เหมือนกันคือ

  1. สามารถใช้ 不 bù วางไว้ข้างหน้าเพื่อทำให้เป็นรูปปฏิเสธได้ เช่น 我不能够用它 wǒ bù nénggōu yòng tā ผมใช้มันไม่เป็น
  2. ใช้รูปประโยค บอกเล่า-ปฏิเสธ เพื่อใช้เป็นประโยคคำถามได้ เช่น 你要不要走? nǐ yào bù yào zǒu เธอจะไปหรือไม่?
  3. ใช้คำเหล่านี้ตอบคำถามข้อ 2 ได้โดยไม่ต้องพูดประโยคเต็ม เช่น 你要不要走? nǐ yào bù yào zǒu ; 要 yào เธอจะไปหรือไม่ไป? ไปสิ
  4. ไม่สามารถใช้คำปัจจัย 了, 着, 过 ขยายคำกริยาวิเศษเหล่านี้ได้
  5. ไม่สามารถซ้ำคำได้
  6. ไม่สามารถมีคำนามตามหลังได้(ถ้ากลุ่มคำเหล่านี้ปรากฎอยู่ในลักษณะดังกล่าว คำคำนั้นไม่ใช่คำกริยาช่วย)
  7. สามารถใช้ร่วมกันหลายๆ คำในประโยคเดียวได้เช่น 我可能要走你家

อย่างไรก็ดีคำกริยาช่วยแต่ละคำก็มีจุดที่แตกต่างกันอยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค โดยรายละเอียดดังกล่าว ผมจะค่อยนำมาเล่าให้ฟังกันนะครับ

5. คำคุณศัพท์ (Adjective) 形容词 (xíngróngcí) เช่น 好, 白(สีขาว), 快, 认真(จริงจัง)

คำคุณศัพท์ (形容词) ก็คือ คำที่ใช้แสดงคุณลักษณะของสิ่งที่กล่าวถึงนั้น ว่ามีลักษณะหรือคุณสมบัติอย่างไร เช่น ใหญ่ เล็ก ขาว สูง อ่อนแอ แข็งแรง เรียบร้อย นุ่ม สวย ดี เหงา ง่าย ยาก ซับซ้อน ฯลฯ วิธีสังเกตุคำคุณศัพท์อย่างง่ายๆก็คือ จะเป็นคำที่มีความหมายแบบจับต้องไม่ได้

คำคุณศัพท์บางคำฟังดูแล้วจะมีความหมายคล้ายๆคำกริยา (คล้ายๆกับกริยานั้นมองไม่เห็น) ซึ่งการจะแยกว่าคำอะไรเป็นคำประเภทไหนคิดว่าตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะธรรมชาติของทุกภาษา เวลาเราพูด (ยกตัวอย่างภาษาไทยเราเอง) เรายังไม่มานั่งนึกเลยใช่ไหมครับว่า คำไหนเป็นคุณศัพท์ คำไหนเป็นกริยา เวลาที่เราพูดออกไป แต่ที่สำคัญก็คือเราต้องหัดอ่านและหัดแปลเยอะๆครับ แล้วจำเป็นรูปๆประโยคๆไป จากนั้นเราจะแยกออกเองว่าคำนี้ควรวางตำแหน่งไหน และเป็นคำอะไร

สำหรับ 形容词 ให้ดูว่าคำไหนสามารถใส่ 很 ข้างหน้าได้ สามารถเข้าใจโดยปริยายเลยครับว่า คำนั้นคือ 形容词 เช่น 早 สามารถเติม 很ข้างหน้าได้ คือ 很早 ดังนั้น 早เป็นคำคุณศัพท์ครับ คำว่า 对 สามารถเขียนเป็น 很对 ได้เหมือนกัน แต่ค่อนข้างจะเป็นภาษาพูด (口语)แต่ 很 ก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าคำนั้นๆเป็นคำคุณศัพท์ได้ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะปัจจุบันนี้คนจีนเองก็เอาคำว่า 很 ไปใช้อธิบายคำนามได้เหมือนกัน เช่น 很中国 หมายถึง จีนมากๆ classical ,很男人 หมายถึง สุภาพบุรุษมากๆ ผู้ช๊ายผู้ชาย วิธีที่ดีที่สุดที่จะเข้าใจความหมายของมันคือ ใช้ความรู้สึกครับ 很中国,很男人,很女人,很爸爸,很妈妈 ปัจจุบันนี้คนจีนพูดกันครับ แต่ไม่ถูกตามหลักไวยกรณ์นะครับ ใช้ได้ในภาษาพูด ทำให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นภาพได้ชัดขึ้นครับ

6. คำบอกจำนวน (Number) 数词 (shùcí) เช่น 一, 二, 几

7. คำลักษณะนาม 量词 (liàngcí)เช่น 个(อัน), 对(คู่), 次(ครั้ง), 遍(รอบ) …อ่านคำลักษณะนามเพิ่มเติม

8. คำวิเศษณ์ (Adverb) 副词 (fùcí) เช่น 不, 才, 一般, 全, 都, 只, 太, 可能, 正好

คำวิเศษณ์ (副词) ก็คือคำที่ต้องวางอยู่ระหว่างภาคประธานและภาคแสดงในประโยคเสมอ เพื่อช่วยบอกขอบเขตของภาคแสดง (ที่ต่อภาคประธาน) ว่าควรจะเป็นไปอย่างไร เช่น

  • 我们都是好朋友。 –>我们(ภาคประธาน)都(คำวิเศษณ์)是好朋友(ภาคแสดง)
  • 不认真看书的那些学生果然不会有好成绩。 –>不认真看书的那些学生(ภาคประธาน,ประธานคือ 那些学生) 果然(คำวิเศษณ์) 不会有好成绩 (ภาคแสดง)

คำวิเศษณ์นี้จะพบได้น้อยว่าคำคุณศัพท์ แล้วก็จะจำได้ง่ายกว่า สังเกตุได้ง่ายๆว่าคำวิเศษณ์จะอยู่ต้นๆของประโยค อันนี้ก็เช่นกันต้องหัดอ่านหัดแปลบ่อยๆ จะทำให้เราได้คำศัพท์ด้วย แล้วก็รูปประโยคด้วย โดยไม่ต้องไปเคร่งครัดกับไวยากรณ์มาก

คำวิเศษณ์ที่แสดงน้ำหนักหรืออารมณ์ของประโยคที่พบบ่อยได้แก่:

  • 可… สักนิด  –> 我可不愿意跟你一起去。ฉันไม่ยอมไปกับคุณแน่
  • 幸亏โชคดีที่… –> 我幸亏没有真的爱上你。โชคดีที่ฉันไม่ได้หลงรักคุณเข้าจริงๆ
  • 难道 นี่…เลยเรอะ? –> 难道你没有爱过我吗?นี่คุณไม่เคยรักผมเลยหรือ?
  • 究竟/到底… กันแน่? –> 你究竟爱谁? คุณรักใครกันแน่?
  • 偏偏 ฝืนจะ…ให้ได้ –> 为什么你偏偏不爱我?ทำไมคุณ ฝืน/ดื้อดึง ที่จะไม่รักผม?
  • 反正 ยังไงซะ… –> 我反正不爱你,你放弃吧。ยังไงซะฉันก็ไม่รักคุณ คุณปล่อยวางเถอะ
  • 简直 แทบจะ… –> 我简直无法相信。 ผมแทบไม่อยากจะเชื่อเลย
  • 差点儿 เกือบจะ… –> 我差点儿爱上你了,可是我没有。ฉันเกือบรักคุณเข้าแล้ว แต่ฉันเปล่า
  • 几乎 เกือบจะ –> 我几乎疯了。ผมแทบจะบ้าตาย
  • 果然… จริงๆด้วย –> 你果然骗我。คุณหลอกผมจริงๆด้วย
  • 明明… ชัดๆ –> 你明明是个魔鬼!我却爱上了你! คุณนี่มันมารร้ายชัดๆ แต่ผมกลับหลงรักคุณ

* 反正 幸亏 果然 难道 สามารถใช้ขึ้นต้นประโยคได้(วางไว้ด้านหน้าของประธาน เช่น

  • 我幸亏没有真的爱上你。 เป็น幸亏我没有真的爱上你。
  • 我反正不爱你。 เป็น 反正我不爱你

คำวิเศษณ์ที่ใช้แสดงสถานการณ์หรือสภาพของการกระทำที่มักพบเห็นบ่อยมีดังนี้:

  • 依然 ยังคง… –> 十年了,我依然想念着他。สิบปีแล้ว ฉันยังคงคิดถึงเขาอยู่
  • 仍然 ยังคง… –> 我抛弃了他,他自然恨我。ฉันทอดทิ้งเขา เขาย่อมเกลียดฉันอยู่แล้ว
  • 自然… แน่อยู่แล้ว –> 我抛弃了他, 他自然恨我。 ฉันทอดทิ้งเขา เขาย่อมเกลียดฉันอยู่แล้ว
  • 显然… อย่างเห็นได้ชัด –> 他显然还在生气。เห็นได้ชัดว่าเขายังโกรธฉันอยู่
  • 亲自… ด้วยตนเอง –> 这次我该亲自去跟他解释。คราวนี้ฉันควรจะไปอธิบายกับเขาด้วยตัวเอง
  • 互相… ซึ่งกัน –>  希望我们能互相原谅。หวังว่าเราสามารถให้อภัยซึ่งกันและกัน
  • 特地… โดยเฉพาะ –>我特地为他织了一件毛衣。ฉันทักเสื้อไหมพรมตัวหนึ่งเพื่อเขาโดยเฉพาะ
  • 专门… โดยเฉพาะ
  • 存心/故意จงใจ –> 他知道我不是存心伤害他的。เขารู้ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขา

*** อ้างอิงจากคัมภีร์เตรียมสอบจีน ฉบับตงฟางอี้

9. คำบุพบท(Preposition) 介词 (jiècí)เช่น 从, 跟, 在, 对

10. คำสันธาน(Conjunction) 连词 (liáncí) เช่น 不但, 因为, 如果

11. คำเสริม 助词(zhùcí)เช่น 的, 得, 地, 所, 了, 着, 过, 呢, 吧

12. คำอุทาน 叹词 (tàncí) เช่น 阿(ā ประหลาดใจ ทึ่ง), 哎哟(āi yō อูย เจ็บปวด)

13. คำเลียนเสียง 象声词 (xiàngshēngcí) เช่น 哈哈(hā hā เสียงหัวเราะ), 咕咕(gū gū เสียงไก่นกร้อง หรือท้องร้อง)

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://enjoychinese.net/, http://www.oknation.net/blog/pranithan/2010/01/31/entry-1