สนุกกับภาษาจีนพูดได้   Click to listen highlighted text! สนุกกับภาษาจีนพูดได้
Jun 232011
 

拔苗助長 [bámiáozhùzhǎng] ดึงต้นกล้าให้โต

Could not parse XML from YouTube

拔 [bá] ดึง
苗 [miáo] หน่อ ต้นกล้า
助 [zhù] ช่วย
長 [zhǎng] เติบโต

กาลครั้งหนึ่ง(古時候) เมื่อย่างเข้าฤดูหว่านไถ มีชาวนารัฐซ่ง (宋國) ผู้หนึ่งที่มีนิสัยใจร้อน ภายหลังหว่านกล้าลงนาเรียบร้อย เขาก็เฝ้ารอคอยโดยหวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วๆ

ดังนั้น ทุกๆวันเขาจะไปนั่งที่ทุ่งนา และเฝ้าคิดว่าเหตุใด ต้นกล้า(禾苗) เหล่านี้จึงเติบโต(長得) ช้าเหลือเกิน(太慢) จนอดรนทนไม่ไหว(心裡很着急) เขาจึงพยายามขบคิดหาวิธีการที่จะทำให้ต้นกล้าโตเร็วกว่าเดิม

สุดท้ายจึงคิด “วิธีที่ดีที่สุด” ออกมาได้ นั่นคือ ใช้มือดึงให้ต้นกล้าโผล่พ้นดินขึ้นมามากขึ้น(動手把禾苗一株株地往上拔高一節) ซึ่งเมื่อมองดูจะคล้ายต้นกล้าเติบโตและสูงขึ้นกว่าที่เป็น

หลังจากปฏิบัติการตามวิธีที่คิดได้มาทั้งวันจนเสร็จสิ้น เขาพอใจผลงานของตนเองเป็นอันมาก จึงเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และเมื่อถึงบ้าน(回到家裡) เขาจึงเล่าให้คนในครอบครัวฟังว่า(對家裡的人說) “วันนี้ข้าทำงานเหนื่อยเหลือเกิน(今天可把我累壞了) แต่ก็คุ้มค่าเพราะช่วยทำให้ต้นข้าวโตเร็วขึ้นมาอีกหลายข้อเลย” (我一下子讓禾苗長高了許多)

เมื่อบุตรชายของเขาได้ฟัง(他的兒子聽了) ก็รีบวิ่งไปที่ทุ่งนา(連忙跑到田裡去看) เพื่อดูผลงานของผู้เป็นบิดา แต่ทว่า…สิ่งที่พบคือ ต้นกล้านั้นได้เหี่ยวเฉาตายเต็มท้องทุ่งนา(田裡的禾苗全部枯萎了)

ภายหลัง “拔苗助長 [bámiáozhùzhǎng] ดึงต้นกล้าให้โต” ใช้เปรียบเทียบกับการพยายามฝืนกฏเกณฑ์(違背規律) ธรรมชาติ(事物都有自己的規律) หรือการรีบร้อนเร่งให้งานใดๆสำเร็จโดยใช้วิธีที่ผิด(蠻幹) จนก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา(就必然受到懲罰)

枯萎 [kūwěi] เหี่ยวเฉา แห้งเหี่ยว
寓意 [yùyì]  เรื่องสอนใจ
懲罰 [chéngfá] ลงโทษ
蠻幹 [mángàn] การกระทำที่มุทะลุ Continue reading »

Jun 222011
 

畫餅充饑 [huàbǐngchōngjī] : วาดรูปแป้งทอดแก้ความหิวโหย

畫 [huà] วาดภาพ
餅 [bǐng] แป้งทอด
充 [chōng] เติมเต็ม
飢 [jī] หิวโหย

“ฮว่าปิ่งชงจี” คำแปล วาดรูปแป้งทอดแก้ความหิวโหย

ในสมัยสามก๊ก มีชายผู้หนึ่งนามว่า หลูอี้ว์(盧毓 [lúyù]) ซึ่งรับราชการอยู่ในรัฐเว่ย และเนื่องจากเขาได้คอยเสนอแนวคิดในการปกครองที่เป็นประโยชน์ต่ออ๋องเว่ยเหวิ นตี้มากมาย ดังนั้นท่านอ๋องจึงให้ความสำคัญกับเขาอย่างยิ่ง และแต่งตั้งเขาเป็นอัครเสนาบดี

ครั้งหนึ่ง อ๋องเว่ยเหวินตี้กล่าวกับหลูอี้ว์ว่า “รัฐของเราจะมีผู้มีความสามารถมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการคัดเลือกของท่าน จงอย่าเลือกใช้คนที่ชื่อเสียง เพราะผู้ที่มีชื่อเสียงก็เปรียบเสมือนการวาดรูปแป้งทอดลงบนพื้นดิน ได้แต่มองดูไม่สามารถกิน ”

หลูอี้ว์ ตอบว่า “อาศัยเพียงชื่อเสียงไม่สามารถวัดความสามารถของผู้ใดก็จริงแต่ก็สามารถทำให้ ค้นพบผู้ที่มีความสามารถ เพราะคนเราเมื่อมีความสามารถ พฤติกรรมดีก็เป็นธรรมดาที่ย่อมมีชื่อเสียง ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามพวกเขาไป ดังนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าสิ่งสำคัญคือต้องทดสอบพวกเขา ว่าพวกเขามีความสามารถจริงหรือไม่ ทว่าตอนนี้ไม่มีระบบการสอบเพื่อคัดเลือกคนมีความสามารถ แต่อาศัยเพียงชื่อเสียงของผู้นั้นในการมอบตำแหน่งให้พวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ” 

อ๋องเว่ยเหวินตี้เห็นด้วยกับความเห็นของ หลูอี้ว์ และกำหนดให้มีการใช้ระบบการสอบเพื่อเข้ารับราชการ

ปัจจุบัน “畫餅充饑 [huàbǐngchōngjī]” ใช้เพื่อเปรียบเทียบกับการวาดมโนภาพขึ้นในใจเพื่อปลอบโยนตนเอง

Jun 062011
 

(一)
詩詞名: 一望二三里
作者:無名

一去二三里,煙村四五家,門前六七樹,八九十枝花。

(二)
詩詞名: 詠鵝
作者: 駱賓王

鵝,鵝,鵝,曲項向天歌。
白毛浮綠水,紅掌撥清波。

(三)
詩詞名: 靜夜思
作者: 李白

床前明月光,疑是地上霜。
舉頭望明月,低頭思故鄉。

注釋 :
這是一首膾炙人口的遊子思鄉名詩。靜靜的夜晚,床前被明月的光輝照得一片潔白,幾乎使人以為是地上鋪了一層霜。仰頭看看明月,不由得低頭深深懷念遙遠的家鄉。

(四)
詩詞名: 遊子吟
作者: 孟郊

慈母手中線,遊子身上衣。
臨行密密縫,意恐遲遲歸。
誰言寸草心,報得三春暉。

注釋 :
1. 遊子吟:遊子,在外作客的人。吟,詩歌的一種名稱。
2. 寸草:在這裡象徵子女。
3. 心:草木的基幹叫做心。在這裡“心”字雙關。

(五)
詩詞名: 春曉 รุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ
作者:孟浩然 [Mèng Hàorán]
朝代:唐

春眠不覺曉,處處聞啼鳥。[chūnmiánbùjúexiăo, chùchùwéntíniăo]
夜來風雨聲,花落知多少。 [yèláifēngyŭshēng, huāluòzhīduōshăo]

注釋 :
1.春曉:春天的早晨。
2.聞:聽。

春 [chūn] ฤดูใบไม้ผลิ
曉 [xiǎo] ย่ำรุ่ง รุ่งอรุณ
春曉 [chūnxiǎo] รุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ (A spring sunrise)

Jan 292011
 
Lesson 42 Full text >>
tóu shǔ jì qì 投鼠忌器 tóu shǔ jì qì
投鼠忌器
Lesson 41 Full text >>
tù sǐ hú bēi 兔死狐悲 tù sǐ hú bēi
兔死狐悲
Lesson 40 Full text >>
wăng kāi yī miàn 網開一面 wăng kāi yī miàn
網開一面
Lesson 39 Full text >>
wáng yáng bǔ láo 亡羊補牢 wáng yáng bǔ láo
亡羊補牢
Lesson 38 Full text >>
yī jì zhī cháng 一技之長 yī jì zhī cháng
一技之長
Lesson 37 Full text >>
wán huŏ zì fén 玩火自焚 wán huŏ zì fén
玩火自焚
Lesson 36 Full text >>
zhèng rén măi lǚ 鄭人買履 zhèng rén măi lǚ
鄭人買履
Lesson 35 Full text >>
nán yuán bĕi zhé 南轅北轍 nán yuán bĕi zhé
南轅北轍
Lesson 34 Full text >>
shú néng shēng qiăo 熟能生巧 shú néng shēng qiăo
熟能生巧
Lesson 33 Full text >>
pò fǔ chén zhōu 破釜沉舟 pò fǔ chén zhōu
破釜沉舟
Lesson 32 Full text >>
wò xīn cháng dăn 卧薪嘗膽 wò xīn cháng dăn
卧薪嘗膽
Lesson 31 Full text >>
pò jìng chóng yuán 破鏡重圓 pò jìng chóng yuán
破鏡重圓
Lesson 30 Full text >>
xiāng jìng rú bīn 相敬如賓 xiāng jìng rú bīn
相敬如賓
Lesson 29 Full text >>
tú qióng bĭ xiàn 圖窮匕現 tú qióng bĭ xiàn
圖窮匕現
Lesson 28 Full text >>
jīng wèi tián hăi 精衛填海 jīng wèi tián hăi
精衛填海
Lesson 27 Full text >>
xiào lĭ cáng dāo 笑裡藏刀 xiào lĭ cáng dāo
笑裡藏刀
Lesson 26 Full text >>
yī yán wéi zhòng
一言為重
Lesson 25 Full text >>
shì wài táo yuán
世外桃源
Lesson 24 Full text >>
àn tú suǒ jì
按圖索驥
Lesson 23 Full text >>
huà bǐng chōng jī
畫餅充饑
Lesson 22 Full text >>
kè zhōu qiú jiàn
刻舟求劍
Lesson 21 Full text >>
dǎ cǎo jīng shé
打草驚蛇
Lesson 20 Full text >>
wàng méi zhǐ kě
望梅止渴
Lesson 19 Full text >>
yī xiāng qíng yuàn
一廂情願
Lesson 18 Full text >>
jīng gōng zhī niăo
驚弓之鳥
Lesson 17 Full text >>
hài qún zhī mă
害群之馬
Lesson 16 Full text >>
qǐ sǐ huí shēng
起死回生
Lesson 15 Full text >>
sài wēng shī mă
塞翁失馬
Lesson 14 Full text >>
duì niú tán qín
對牛彈琴
Lesson 13 Full text >>
dōng shī xiào pín
東施效顰
Lesson 12 Full text >>
bá miáo zhù zhăng
拔苗助長
Lesson 11 Full text >>
huà lóng diăn jīng
畫龍點睛
Lesson 10 Full text >>
yī gŭ zuò qì
一鼓作氣
Lesson 9 Full text >>
hú jiǎ hǔ wēi
狐假虎威
Lesson 8 Full text >>
hán dān xué bù
邯鄲學步
Lesson 7 Full text >>
zhāo sān mù sì
朝三暮四
Lesson 6 Full text >>
yăn ěr dào líng
掩耳盜鈴
Lesson 5 Full text >>
qián lǘ jì qióng
黔驢技窮
Lesson 4 Full text >>
làn yú chōng shù
濫竽充數
Lesson 3 Full text >>
huà shé tiān zú
畫蛇添足
Jan 292011
 

自相矛盾 ขัดแย้งกันเอง

自 相 矛 盾 [zì xiāng máo dùn]

從前, 有個賣矛又賣盾的人, 為了招攬顧客, 高 聲 叫賣 : “ 快來看, 快來瞧, 快來買我的盾和矛!”

他先舉起自己的盾說 : “我的盾特別堅固, 無論用什麼鋒利的矛去刺, 都刺不透它!”

接着,他又喊道 : 快來瞧,快來看, 要不鋒利不要錢, 一邊喊一邊又舉起自己的矛誇口說 :

“你們再看我的矛,它鋒利無比, 無論怎麼堅固的盾,它都能刺透!”

站在旁邊的人聽了他的這番話以後, 覺得很可笑。 其中一個人站出來問他 :

“ 既然你的盾堅固得什麼也刺不透, 你的矛又鋒利得什麼都刺的透, 那麼, 請問,用你的矛去刺你的盾, 結果會怎麼樣呢?”
這個賣矛和盾的人, 被問得說不出來話來。

=============================================
自相矛盾 [zìxiāngmáodùn] ขัดแย้งกันเอง
盾 [dùn] โล่
矛 [máo] หอก
刺 [cì] แทง
透 [tòu] ทะลุ
從前 [cóngqián] สมัยก่อน
為了 [wèile] เพื่อ
招攬 [zhāolǎn] เรียกร้อง,ชักชวน,ขอร้อง,วิงวอน,เชื้อเชิญ
顧客 [gùkè] ลูกค้า
高聲 [gāoshēng] เสียงดัง
叫賣 [jiàomài] เร่ขายสินค้า
舉起 [jǔqǐ] ยกขึ้น,ชัก,ดึง
接着 [jiēzhe] เอามือจับไว้
自己 [zìjǐ] ตัวเอง
特別 [tèbié] พิเศษ
堅固 [jiāngù] แข็งแกร่ง
無論 [wúlùn] ไม่ว่าอะไรก็ตาม
什麼 [shénme] อะไร
鋒利 [fenglì] แหลมคม
要不 [yàobù] ถ้าไม่
不要 [bùyào] ไม่ต้อง
一邊 [yībiān] ด้านหนึ่ง, ขณะเดียวกัน
誇口 [kuākǒu] คุยโวโอ้อวด
無比 [wúbǐ] ไม่มีอะไรเทียบได้
怎麼 [zěnme] อย่างไร
旁邊 [pángbiān] ด้านข้าง
以後 [yǐhòu] หลังจากนั้น
覺得 [juéde] รู้สึก
可笑 [kěxiào] น่าขำ
其中 [qízhōng] ท่ามกลาง
出來 [chūlai] ปรากฎออกมา
那麼 [nàme] ถ้างั้น
請問 [qǐngwèn] ขอถามหน่อย
結果 [jiéguǒ] ผลลัพธ์
怎麼樣 [zěnmeyàng] จะเป็นอย่างไร
這個 [zhègè] อันนี้, นี้

Jan 292011
 

東 施 效 顰 dōng shī xiào pín

春秋時代,越國有一位美女名叫西施。她的美貌簡直到了傾國傾城的程度。無論是她的舉手投足,還是她的音容笑貌,樣樣都惹人喜愛。西施略用淡妝,衣着樸素,走到哪裡,哪裡就有很多人向她行“注目禮”,沒有人不驚嘆她的美貌。

西施患有心口疼的毛病。有一天,她的病又犯了,只見她手捂胸口,雙眉皺起,流露出一種嬌媚柔弱的女性美。當她從鄉間走過的時候,鄉里人無不睜大眼睛注視。

ยุค ชุนชิว แคว้นเยว่มีสาวงามผู้หนึ่งนามว่า ซีซือ ( ไซซี — หนึ่งในสี่สาวงามในประวัติศาสตร์จีน ) รูปร่างหน้าตาที่งดงามของนางเข้าขั้นร่ำลือกันทั่วทั้งแคว้น ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าเยื้องย่างกรีดกราย หรือรอยยิ้มพริ้มเพราบนใบหน้า ทุกอิริยาบถล้วนดึงดูดให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดู ซีซือมักจะแต่งแต้มใบหน้าเพียงเล็กน้อย สวมใส่เสื้อผ้าเรียบๆ เดินไปทางไหน ที่นั่นก็จะมีผู้คนจำนวนมาก “เฝ้ามองด้วยความชื่นชม” ตลอดทางที่นางสัญจรผ่าน ไม่มีใครที่จะไม่ตกตะลึงพรึงเพริศในรูปลักษณ์ที่งดงามของนาง

ซีซือ ไม่ค่อยสบายมักมีอาการเจ็บปวดที่หน้าอก วันหนึ่ง อาการป่วยของนางกำเริบขึ้น จึงเห็นนางเอามือกุมที่หน้าอก หน้านิ่วคิ้วขมวด เผยให้เห็นความงามในแบบออดอ้อนแลดูอ่อนแอของสตรีเพศ ยามที่นางเยื้องย่างไปในเมือง ชาวเมืองล้วนเบิ่งตาโตจ้องมองไม่วางตา

鄉下有一個醜女子,名叫東施,不僅相貌難看,而且沒有修養。她平時動作粗俗,說話大聲大氣,卻一天到晚做着當美女的夢。今天穿這樣的衣服,明天梳那樣的髮式,卻仍然沒有一個人說她漂亮。

這一天,她看到西施捂着胸口、皺着雙眉的樣子竟博得這麼多人的青睞,回去以後,她也學着西施的樣子,手捂胸口、緊皺眉頭,在村裡走來走去。哪知東施的矯揉造作使她原本就醜陋的樣子更難看了。結果,人們見了這個怪模怪樣模仿西施心口疼在村裡走來走去的東施簡直像見了瘟神一樣,都遠遠地躲開了。

ใน เมืองมีหญิงอัปลักษณ์นางหนึ่งนามว่าตงซือ ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ไม่ชวนมอง ทั้งยังขาดการอบรมบ่มนิสัย ปกติแล้วนางจะประพฤติตัวหยาบกระด้าง พูดจาเอะอะโวยวาย แต่ วันทั้งวันก็เฝ้าฝันว่าตนเป็นหญิงงาม วันนี้แต่งตัวแบบนี้ พรุ่งนี้หวีผมแบบนั้น แต่กระนั้น ก็ยังไม่มีชาวเมืองชมนางว่าสวยสักคน

วันหนึ่ง นางเห็นซีซือทำท่าเอามือกุมหน้าอก หน้านิ่วคิ้วขมวด เป็นที่น่ารักน่าเอ็นดูของผู้คนอย่างล้นหลาม เมื่อกลับไป นางก็เลียนแบบท่าทางของซีซือ เอามือกุมหน้าอก ขมวดคิ้วเขม็ง เดินไปเดินมาอยู่ในหมู่บ้าน คิดไม่ถึงว่าท่าทางแต่งจริตของตงซือ ยิ่งทำให้ความอัปลักษณ์ของนางดูแย่ยิ่งกว่าเดิม ส่งผลให้ คนที่เห็นตงซือเลียนแบบทำท่าเจ็บหน้าอกพิลึกกึกกือเดินไปเดินมาในหมู่บ้าน ราวกับได้พบเห็นเทพแห่งกาฬโรค ต่างพากันเผ่นหนีไปซ่อนแต่ไกล

東施只知道西施皺眉的樣子很美,卻不知道她為什麼很美,而去簡單模仿她的樣子,結果反被人譏笑。看來,盲目模仿別人的做法是愚蠢的。

ตง ซือรู้เพียงว่าท่าทางขมวดคิ้วของซีซือดูงดงามมาก แต่กลับไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงงามเช่นนั้น กลับเลียนแบบท่าทางอย่างไม่คิดให้ดี ส่งผลให้ผู้คนหัวเราะเยาะ ดูแล้ว ก็คือคนเขลาเบาปัญญาที่หลับหูหลับตาเลียนแบบผู้อื่นอย่างนั้น

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://imandarinpod.com/forum
=================================================

  • 越國 [yuèguó] แคว้นเยว่
  • 西施 [xīshī] ซีซือ(ชื่อบุคคล) ก็คือไซซีหนึ่งในสี่สาวงามในประวัติศาสตร์จีน [春秋時越國姓施的一個美女,曾被越王句踐獻給吳王夫差。後作為美女的代稱。]
  • 傾國傾城 [qīngguóqīngchéng] (ความงดงามของหญิงสาว) ร่ำลือกันทั่วทั้งเมือง
  • 東施 [dōngshī] ตงซือ (ชื่อบุคคล)
  • 效 [xiào] เอาอย่าง
  • 顰 [pín] แปลว่าขมวดคิ้ว
  • 春秋時代 [chūnqiūshídài] ยุคชุนชิว
  • 國有 [guóyǒu] ประเทศชาติมี
  • 美女 [měinǚ] สาวสวย
  • 美貌 [měimào] รูปร่างที่สวยงามชวนดู
  • 簡直 [jiǎnzhí] ง่ายๆ, เรียบๆ
  • 程度 [chéngdù] ระดับ, องศา
  • 無論 [wúlùn] ไม่ว่าจะ
  • 舉手 [jǔshǒu] ยกมือ
  • 還是 [háishì] หรือ
  • 音容 [yīnróng] เสียงและหน้าตา
  • 樣樣 [yàngyàng] ทุกอย่าง
  • 喜愛 [xǐ’ài] ชอบ, รักใคร่
  • 衣着 [yīzhuó] เสื้อผ้า
  • 樸素 [pǔsù] ง่ายๆ, เรียบๆ, ไม่ฉูดฉาดหรูหรา
  • 哪裡 [nǎli] ที่ไหน
  • 沒有 [méiyǒu] ไม่มี
  • 驚嘆 [jīngtàn] รู้สึกประหลาดใจ, ,บุคคลที่น่าพิศวงหรือชื่นชม
  • 有心 [yǒuxīn] มีใจ
  • 毛病 [máobing] ข้อเสียเล็กๆ, ข้อบกพร่องเล็กน้อย, ผิดปกติ
  • 一天 [yītiān] วันหนึ่ง
  • 惹 [rě] ก่อให้เกิดเรื่อง
  • 患 [huàn] ภัยพิบัติ, ทุกข์ทรมาน, กังวล
  • 犯 [fàn] ฝ่าฝืน, กระทำผิด, กำเริบ
  • 捂 [wǔ] ปกคลุม
  • 胸口 [xiōngkǒu] บริเวณทรวงอก
  • 流露 [liúlù] เปิดเผย, แสดงให้เห็น
  • 嬌媚 [jiāomèi] ออดอ้อน
  • 柔弱 [róuruò] อ่อนแอ
  • 女性 [nǚxìng] เพศหญิง
  • 鄉間 [xiāngjiān] ชนบท
  • 時候 [shíhòu] ช่วงเวลา, เวลา
  • 鄉里 [xiānglǐ] ในหมู่บ้าน
  • 無不 [wúbù] ไม่มียกเว้น
  • 眼睛 [yǎnjing] ตา
  • 注視 [zhùshì] จ้องมอง
  • 鄉下 [xiāngxià] ในชนบท
  • 女子 [nǚzǐ] หญิงสาว
  • 不僅 [bùjǐn] ไม่เพียงแต่
  • 相貌 [xiàngmào] รูปโฉม, ลักษณะท่าทาง
  • 難看 [nánkàn] ไม่น่าดู
  • 而且 [érqiě] ยิ่งกว่านั้น
  • 修養 [xiūyǎng] ศิลปความรู้ที่ได้รับการฝึกฝนมา
  • 平時 [píngshí] ช่วงเวลาปกติ
  • 動作 [dòngzuò] การกระทำ
  • 粗俗 [cūsú] หยาบคาย
  • 說話 [shuōhuà] การพูดจา
  • 大氣 [dàqì] หายใจแรง
  • 一天到晚 [yītiāndàowǎn] เช้ายังเย็น, ตลอดทั้งวัน
  • 今天 [jīntiān] วันนี้
  • 這樣 [zhèyàng] แบบนี้
  • 衣服 [yīfu] เสื้อผ้า
  • 明天 [míngtiān] พรุ่งนี้
  • 那樣 [nàyàng] แบบนั้น, เช่นนั้น
  • 仍然 [réngrán] ยังคง
  • 個人 [gèrén] ตัวบุคคล
  • 漂亮 [piàoliàng] สวย, น่ามอง
  • 看到 [kàndào] มองเห็น
  • 樣子 [yàngzi] กริยาท่าทาง
  • 博得 [bódé] ได้รับ, ชนะ
  • 這麼 [zhème] เป็นสรรพนามบอกระดับหรือสภาพ
  • 青睞 [qīnglài] โปรดปราน, น่ารักน่าเอ็นดูของผู้คน
  • 回去 [huíqu] กลับไป
  • 以後 [yǐhòu] ภายหลัง
  • 皺眉頭 [zhòuméitóu] ขมวดคิ้ว
  • 矯揉造作 [jiǎoróuzàozuò] ดัดจริต
  • 原本 [yuánběn] ต้นฉบับเดิม
  • 醜陋 [chǒulòu] น่าเกลียด
  • 更難 [gèngnán] แย่กว่าเดิม
  • 結果 [jiéguǒ] ผลลัพธ์
  • 人們 [rénmén] ผู้คน
  • 怪模怪樣 [guàimúguàiyàng] รูปร่างหน้าตาประหลาด
  • 模仿 [mófǎng] เลียนแบบ
  • 心口 [xīnkǒu] ทรวงอก
  • 瘟神 [wēnshén] เทพเจ้าแห่งโรคระบาด/โรคห่า
  • 一樣 [yīyàng] เหมือนกัน
  • 躲開 [duǒkāi] หลบ, หลีก
  • 知道 [zhīdào] ทราบ, รู้
  • 皺眉 [zhòuméi] ขมวดคิ้ว
  • 不知 [bùzhī] ไม่รู้, ไม่ทราบ
  • 為什麼 [wèishénme] ทำไม
  • 簡單 [jiǎndān] ง่ายๆ
  • 譏笑 [jīxiào] หัวเราะเยาะ
  • 看來 [kànlai] ดูเหมือน
  • 盲目 [mángmù] ตาบอด
  • 別人 [biérén] คนอื่น
  • 做法 [zuòfǎ] วิธีการทำ
  • 愚蠢 [yúchǔn] โง่เขลา
Jan 292011
 

畫蛇添足 [huà shé tiān zú] วาดงูเติมขา

有個楚國貴族,在祭祀過祖宗後,把一壺祭酒賞給門客們喝。門客們拿着這壺酒,不知如何處理。他們覺得,這麼多人喝一壺酒,肯定不夠,還不如乾脆給一個人喝,喝得痛痛快快還好些。可是到底給誰好呢?於是,門客們商量了一個好主意,就是每個人各自在地上畫一條蛇,誰先畫好了這壺酒就歸誰喝。大家都同意這個辦法。
門客們一人拿一根小棍,開始在地上畫蛇。

有一個人畫得很快,不一會兒,他就把蛇畫好了,於是他把酒壺拿了過來。正待他要喝酒時,他一眼瞅見其他人還沒把蛇畫完,他便十分得意地又拿起小棍,邊自言自語地說:“看我再來給蛇添上幾隻腳,他們也未必畫完。”邊說邊給畫好的蛇畫腳。
不料,這個人給蛇畫腳還沒完,手上的酒壺便被旁邊一個人一把搶了過去,原來,那個人的蛇畫完了。

這個給蛇畫腳的人不依,說:“我最先畫完蛇,酒應歸我喝!”

那個人笑着說:“你到現在還在畫,而我已完工,酒當然是我的!”

畫蛇腳的人爭辯說:“我早就畫完了,現在是趁時間還早,不過是給蛇添幾隻腳而已。”

那人說:“蛇本來就沒有腳,你要給它添幾隻腳那你就添吧,酒反正你是喝不成了!”
那人毫不客氣地喝起酒來,那個給蛇畫腳的人卻眼巴巴看着本屬自己而現在已被別人拿走的酒,後悔不已。
有些人自以為是,喜歡節外生枝,賣弄自己,結果往往弄巧成拙,不正像這個畫蛇添足的人嗎?

——————————
畫蛇添足 [huà shé tiān zú] : วาดงูเติมขา

畫 [huà] วาด
蛇 [shé] งู
添 [tiān] เติม, เพิ่ม
足 [zú] เท้า(ขา)

ในสมัยสงครามระหว่างรัฐ(จั้นกั๋ว) มีครอบครัวครอบครัวหนึ่งในรัฐฉู่ เมื่อทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้วมักจะมอบสุราให้กับผู้ที่มาช่วยงานเป็นการ ตอบแทน 1 ไห แต่ในความเป็นจริงแล้วสุรา 1 ไหมีปริมาณน้อยเกินไป หากแบ่งให้ทุกคนดื่มต่างก็ดื่มได้ไม่เต็มที่ ไม่สู้ดื่มเพียงคนเดียว

ผู้ที่มาช่วยงานผู้หนึ่งจึงออกความเห็นว่า “เพื่อความเป็นธรรม เอาอย่างนี้ดีกว่า พวกเราวาดรูปงูแข่งกัน ใครวาดเสร็จก่อนก็ได้สุราไหนั้นไป”

คนอื่นๆ ต่างเห็นด้วย จึงพากันวาดรูปงูลงบนพื้น สักพักมีคนผู้หนึ่งวาดเสร็จก่อน แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ เห็นคนอื่นยังคงก้มหน้าก้มตาวาดกันอยู่ เขาจึงกระหยิ่มใจ และคิดว่าเพื่อเป็นการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตนวาดภาพเร็วมาก หากวาดขาเติมลงไปในรูปงูของตนเองอีก 4 ข้างก็ยังทัน คิดได้ดังนั้นจึงวาดต่อ แต่วาดยังไม่ทันเสร็จ มีคนอีกผู้หนึ่งวาดรูปงูเสร็จแล้ว และเดินไปหยิบไหสุรามาถือไว้ก่อนใคร ทั้งยังเดินมากล่าวกับชายที่เติมขาให้งูว่า
“ท่านจะมัวเติมขาให้งูไปทำไม ในเมื่อความจริงงูไม่มีขา งูที่มีขาย่อมไม่ใช่งู”

หลังจากกล่าวจบก็ดื่มสุราไหนั้นจนหมดเกลี้ยง นั่นคือที่มาของสุภาษิต “ฮว่าเสอเทียนจู๋” หรือ “วาดงูเติมขา”

ปัจจุบันใช้เพื่อเปรียบเทียบกับการทำสิ่งที่เกินจำเป็น เกินพอดี ไม่มีเหตุผล ซึ่งนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังเสียเวลา และอาจจะทำให้เรื่องราวเลวร้ายลงไปอีกด้วย

楚國 [chǔguó] รัฐฉู่
貴族 [guìzú] ผู้ดีมีตระกูล
祭祀 [jìsì] เซ่นไหว้
祖宗 [zǔzōng] บรรพบุรุษ
門客 [ménkè] ปัญญาชนที่เหล่าขุนนางเลี้ยงไว้เป็นที่ปรึกษา
不知 [bùzhī] ไม่รู้
如何 [rúhé] อย่างไร
處理 [chǔlǐ] จัดการ
覺得 [juéde] รู้สึก, คิด
這麼 [zhème] แบบนี้
肯定 [kěndìng] ตกลงกัน
不夠 [bùgòu] ไม่เพียงพอ
乾脆 [gāncuì] ตรงไปตรงมา
個人 [gèrén] แต่ละคน
痛快 [tòngkuài] มีความสุข
還好 [háihǎo] ไม่เลว
可是 [kěshì] แต่
到底 [dàodǐ] สุดท้าย, ที่สุด
於是 [yúshì] ดังนั้น
商量 [shāngliáng] ปรึกษากัน
主意 [zhǔyì] ความคิดเห็น
就是 [jiùshì] ก็คือ
各自 [gèzì] ต่างคนต่าง
大家 [dàjiā] ทุกคน
同意 [tóngyì] เห็นด้วย
這個 [zhègè] อันนี้
辦法 [bànfǎ] วิธีการ
開始 [kāishǐ] เริ่ม
不一 [bùyī] แตกต่างจาก
把酒 [bǎjiǔ] ยกแก้วเหล้าขึ้น
過來 [guòlái] เข้ามา
喝酒 [hējiǔ] ดื่มเหล้า
瞅見 [chǒujiàn] มองเห็น
其他 [qítā] คนอื่นๆ
十分 [shífēn] มั่นใจเต็มที่, อย่างแน่นอน
得意 [déyì] ภาคภูมิใจ
自言自語 [zìyánzìyǔ] พูดกับตัวเอง
未必 [wèibì] ทำไมไม่
不料 [bùliào] ไม่ได้คาดคิด
酒壺 [jiǔhú] กาเหล้า
旁邊 [pángbiān] ด้านข้าง
過去 [guòqu] เอาไป
原來 [yuánlái] ต้นตอ
那個 [nàge] อันนั้น
完了 [wánliǎo] เสร็จ, จบ
不依 [bùyī] ไม่ยอม
最先 [zuìxiān] ก่อนใคร
現在 [xiànzài] ตอนนี้, ขณะนี้
完工 [wángōng] งานเสร็จ
當然 [dāngrán] อย่างแน่นอน
爭辯 [zhēngbiàn] ถกเถียง
時間 [shíjiān] เวลา
不過 [bùguò] เพียงแต่
而已 [éryǐ] เท่านั้นเอง
本來 [běnlái] ต้นแบบ
沒有 [méiyǒu] ไม่มี
反正 [fǎnzheng] อย่างไรก็ตาม
不成 [bùchéng] ไม่สำเร็จ
毫不 [háobù] ไม่เลย
客氣 [kèqi] สุภาพ, ถ่อมตน
眼巴巴 [yǎnbābā] ตาปริบๆ
自己 [zìjǐ] ตัวเอง
別人 [biérén] คนอื่น
後悔 [hǒuhuǐ] เสียใจ
不已 [bùyǐ] ไม่หยุด
有些 [yǒuxiē] บางส่วน, บ้าง
自以為是 [zìyǐwéishì] ตัวเองคิดว่าใช่
喜歡 [xǐhuān] ชอบ
節外生枝 [jiéwàishēngzhī] มีปัญหาแทรกซ้อนขึ้นมา
賣弄 [màinong] แสดงฝีมือโอ้อวด
結果 [jiéguǒ] ผลลัพธ์
往往 [wǎngwǎng] มักจะ
弄巧成拙 [nòngqiǎochéngzhuō] ทำเป็นอวดเก่งสุดท้ายก็ผูกมัดตัวเอง

อ้างอิงคำแปลจาก http://www.somdom.com/archiver/tid-3487.html

Jan 292011
 

伯樂相馬 [bólèxiāngmǎ]
是在 http://www.studythai.net  泰語社區上看到的,帖過來與大家共享~~

ป๋อเล่อเซี่ยงหม่า(伯樂相馬) : ป๋อเล่อเลือกม้า

伯樂 [bólè] คำเรียกคนคัดสรรม้าศึกในสมัยโบราณ
相 [xiāng] เลือก
馬 [mǎ] ม้า
伯樂相馬 [bólèxiāngmǎ] ป๋อเล่อเลือกม้า

เชื่อกันว่าในสรวงสวรรค์มีเซียนวิเศษที่ทำหน้าที่ดูแลอาชาแห่งสวรรค์ ส่วนในโลกมนุษย์ก็มีผู้ที่มีความสามารถในการคัดเลือกยอดอาชาเช่นกัน โดยบุคคลเหล่านี้จะถูกเรียกว่า “ป๋อเล่อ”

ป๋อเล่อคนแรกในประวัติศาสตร์ มีชื่อเดิมว่า ซุนหยัง เป็นคนสมัยชุนชิว และเนื่องจากว่าเขามีความรู้เรื่องม้าอย่างลึกซึ้ง โดดเด่น ทำให้ผู้คนต่างพากันเรียกเขาว่าป๋อเล่อ แทนชื่อจริง

วันหนึ่ง เขาได้รับมอบหมายจากอ๋องรัฐฉู่ ให้ไปซื้อหาม้าห้อพันลี้ ซึ่งมีฝีเท้าจัดเป็นเลิศในแผ่นดินมาถวายเป็นมาศึก ป๋อเล่อตอบตกลงโดยกล่าวกับท่านอ๋องว่า
“อันว่ายอดอาชาในแผ่นดิน มีจำนวนนับได้ การเสาะหาคงไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลา ดังนั้นขอให้ท่านอ๋องใจเย็นๆ ” กล่าวจบจึงออกเดินทางไปเสาะหาม้าที่เหมาะสมทันที

ป๋อเล่อเดินทางไปยังหลายรัฐหลายประเทศ แม้แต่ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นถิ่นกำเนิดยอดอาชา อย่างรัฐเอียน(燕) และรัฐเจ้า(趙) แต่ก็ไม่ปรากฏม้าที่มีลักษณะต้องประสงค์

วันหนึ่งขณะที่เดินทางกลับจากการไปเสาะหาม้ายังรัฐฉี ป๋อเล่อพลันพบเห็นม้าตัวหนึ่งกำลังออกแรงลากเกวียนบรรทุกเกลืออยู่อย่างยาก ลำบาก มันหอบหายใจเสียงดัง และมีท่าทางอิดโรยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความที่ป๋อเล่อมีชีวิตผูกพันกับม้ามาโดยตลอด ทำให้เขารู้สึกสงสารและเข้าไปหาม้าตัวนั้น

เมื่อม้าพบเห็นป๋อเล่อเข้ามาใกล้ พลันเงยหน้า เบิ่งตาจ้องมอง พร้อมกับร้องออกมาด้วยเสียงดังกังวาน ราวกับจะบอกอะไรกับเขา ในครานั้นเองป๋อเล๋อได้แยกแยะจากเสียงร้องของเจ้าม้าบบรทุกเกลือ และพบว่า นี่เองคือสุดยอดอาชาที่เขาปรารถนา

ป๋อเล่อจึงกล่าวกับเจ้าของม้าในขณะนั้นว่า
“ม้าตัวนี้หากวิ่งอยู่ในสนามรบ ฝีเท้าของมันจักไม่มีม้าตัวใดเทียบเทียมได้ แต่หากนำมาบรรทุกของ มันกลับไม่อาจเปรียบกับม้าธรรมดาๆ ตัวอื่น ท่านมิสู้มอบมันให้กับเราเถิด”

เจ้าของม้าได้ยินก็เข้าใจว่าป๋อเล่อนั้นช่างโง่เขลา เนื่องจากที่ผ่านมา ม้าตัวนี้แทบไม่มีแรงลากเกวียน แถมยังกินจุ และมีขาที่ผอมราวกับไม้ฟืน จึงรีบตกลงขายให้กับโป๋เล่อไป

ป๋อเล่อนำม้ากลับมายังรัฐฉู่ ขณะที่กำลังเดินเข้าสู่ที่ประทับของท่านอ๋อง ป๋อเล่อก็กล่าวเบาๆ กับม้าว่า
“ข้าหาเจ้านายที่คู่ควรมาให้เจ้าแล้ว” ม้าราวกับเข้าใจคำพูดของป๋อเล่อ พลันดีดขาหน้าขึ้นตะกุยอากาศ พร้อมทั้งร้องเสียงดังกังวาน จนกระทั่งท่านอ๋องได้ยินเสียง และรีบออกมาชมดู

ป๋อเล่อเมื่อพบท่านอ๋องก็กล่าวว่า
“ข้าน้อยนำยอดอาชากลับมาแล้ว ท่านโปรดพิจารณาดู”

ฝ่ายท่านอ๋องเมื่อเห็นม้ามีลักษณะทึ่มทื่ออย่างยิ่ง ก็รู้สึกผิดหวัง เข้าใจว่าโดนป๋อเล่อหลอก จึงกริ้วและตรัสกับป๋อเล่อว่า
“ข้าใช้ท่านหาม้า ก็เพราะเชื่อว่าท่านมีความสามารถ แต่ท่านกลับนำตัวอะไรไม่รู้มาให้ข้า ดูท่าทางมันแล้วขนาดเดินเฉยๆ ยังยาก จะให้ขี่ลงสนามรบคงเป็นไปไม่ได้”

ป๋อเล่อรีบกล่าวว่า “ม้าตัวนี้ลักษณะทึ่มทื่อก็เพราะมันผ่านความยากลำบากมามาก แต่หากเจ้าของดูแลเอาใจใส่ ข้าน้อยรับรองว่าไม่เกินครึ่งเดือนมันจะกลับคืนสู่ลักษณะที่แท้จริง ”

เมื่อได้ฟัง ท่านอ๋องมิได้เชื่อเท่าใดนัก แต่ก็ให้ทหารนำม้าไปดูแลอย่างดี ป้อนอาหารชั้นดีให้มันกิน จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นาน มันก็กลับคืนสู่ลักษณะของยอดอาชา ยามที่ท่านอ๋องขึ้นขี่ เพียงใช้แส้กระตุ้นเบาๆ มันก็พุ่งทะยานไปมากกว่า 100 ลี้

ต่อมามันได้กลายเป็นม้าศึกคู่กายอ๋อง และอ๋องรัฐฉู่ก็กลับมาให้ความนับถือในตัวป๋อเล่อดังเดิม

ป๋อเล่อเซี่ยงหม่า ปัจจุบันใช้เปรียบเปรยถึงผู้ที่มีสายตาแหลมคมในการคัดสรรคนดีมีฝีมือ

อ้างอิงจาก www.somdom.com/archiver/tid-3487.html

Jan 292011
 

杞人憂天 [qǐrényōutiān] : คนเมืองฉี่กังวลว่าฟ้าจะถล่ม

ในสมัยอดีตกาล รัฐฉี่(สมัยโจว ปัจจุบันอยู่ในมณฑลหูหนาน) มีชายผู้หนึ่งเป็นคนขี้ขลาดตาขาว และสติไม่ค่อยสมประกอบ เขามักจะขบคิดอยู่กับปัญหาแปลกประหลาด และเป็นปัญหาที่เมื่อเอาไปถามใครก็ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไร้สาระ หาแก่นสารไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเขารับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว ก็ถือพัดออกไปนั่งอยู่ที่หน้าประตูบ้าน และรำพึงรำพันกับตัวเองว่า

“ถ้าวันใดวันหนึ่ง ฟ้าถล่มลงมา แล้วเราจะทำยังไงดีนะ จะหนีก็คงหนีไม่ทัน ต้องโดนฟ้าทับตายอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่แน่ๆ”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็เอาแต่วิตกกังวลอยู่กับปัญหานี้ เพื่อนฝูงเมื่อเห็นว่าสติเขาเริ่มฟั่นเฟือนลงไปทุกวันๆ หน้าตาก็เศร้าหมองอมทุกข์ ก็ต่างเป็นห่วงเป็นใย และช่วยกันเตือนสติชายผู้นี้ว่า

“เพื่อน ท่านอย่างมานั่งวิตกกังวลกับปัญหาแบบนี้เลย ท้องฟ้าไม่มีทางถล่มลงมาหรอก หรือถ้าสมมติว่าฟ้าถล่มลงมาจริง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านเพียงคนเดียวมาขบคิดวิเคราะห์แล้วสามารถแก้ไขได้ เพราะใต้ฟ้าก็ไม่ได้มีท่านเพียงคนเดียว ปล่อยวางเสียเถอะ”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะตักเตือนหรือปลอบใจอย่างไร ชายชาวเมืองฉี่ผู้นี้ก็ไม่เชื่อ ยังคงวิตกกังวลกับปัญหานี้ต่อไป

ต่อมา คนยุคหลังได้นำเรื่องเล่านี้มาตั้งเป็นสุภาษิต ฉี่เหรินโยวเทียน แปลตรงตัวคือ คนเมืองฉี่กังวลต่อฟ้า โดยในเรื่องคือคนเมืองฉี่กลัวฟ้าถล่ม ใช้เปรียบเทียบผู้ที่มัววิตกกังวลอยู่กับเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ หรือเรื่องที่ไม่มีที่มาที่ไป ไร้สาระ
sugarcane 發表於 2008-5-10 12:24

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.somdom.com/archiver/tid-3487.html

Click to listen highlighted text!