Jan 252011
 

เรื่องเล่าจากดอยช้าง-วาวี (1)

เพื่อนของผมคนหนึ่งเค้าอยู่สุราษฎร์ธานี  ทุกๆ ปีในช่วงเวลานี้จะมาเที่ยวเชียงใหม่ โดยจุดหมายปลายทางของคือภูเขาซักลูก ผมยังเชียร์ให้ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ให้หมดเรื่องหมดราวไป ไหนๆน้องสาวก็ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว  เค้ามาชวนผมเที่ยวดอยช้าง-วาวีตั้งแต่กลางเดือนตุลา ผมใช้เวลาคิดอยู่ประมาณ 30 วินาทีก็รับปากไป  ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เพราะปีที่แล้วผมก็รับปากแล้วก็ยกเลิก เนื่องจากมีงานเข้ามาพอดีในช่วงนั้น  ถึงแม้ในปีนี้อาจารย์เพิ่งจะนัดสอบวิชา International Economics ในวันอาทิตย์ที่ 14 และผมยังอ่านหนังสือไปได้ไม่ถึงไหนเลย

วิธี การเดียวที่จะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุขก็คือ ไปเที่ยวกับเค้า และขนหนังสือไปอ่านด้วย ซึ่งในเวลาต่อมาผมก็ได้รู้ว่า ผมคิดถูกและคิดผิดในเวลาเดียวกัน

การไปดอยช้าง-วาวีนั้นไม่ยากครับ คนส่วนใหญ่ก็คงจะมาเชียงใหม่ก่อน เช่ารถ pick-up ซัก คัน หรือชอบความนุ่มจะเอาเก๋งก็พอได้ เพราะทางไม่ลำบากมาก จากนั้นขับตามเส้นทางที่จะไปเชียงราย ผ่านอำเภอดอยสะเก็ต อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอแม่สรวย (น่าจะอ่านว่าแม่สะ-หรวย) พ้น อำเภอแม่สรวยไปนิดเดียวจะมีทางแยกบอกว่าไปดอยวาวี แต่หลังจากแยกนั้นก็ใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงดอยช้างนะครับ ส่วนดอยวาวีเลยไปอีกหน่อยและไปง่ายกว่า  รวมแล้วขับจริงๆจังๆไม่น่าจะไม่เกิน 4 ชั่วโมง  แต่พวกผมเที่ยวเล่น+หลงทางไปพอสมควร  ออกเดินทาง 09:00 ไปถึงดอยช้างเอาเกือบๆ 16:00 ^^

ระหว่าง ทางมีวิวสวยๆหลายจุด มีลำธารและแม่น้ำเล็กๆ เห็นน้ำใสๆ ขนาบไปกับถนนตลอดทาง เลยอำเภอดอยสะเก็ตไปหน่อยจะมีน้ำพุร้อนแม่ขะจานอยู่ทางซ้ายมือนะครับ ผมแค่ลงไปเดินเล่นเฉยๆ เค้าก็เจาะเป็นบ่อให้น้ำร้อนพุ่งขึ้นมา   ผมว่าภาพนี้ภาพเดียวบรรยายความเป็นน้ำพุร้อนเมืองไทยได้หมดเลยครับ ไม่ต้องเปลืองพื้นที่ ^^

เขื่อน แม่สรวย อยู่ระหว่างทางจากตัวอำเภอแม่สรวยและดอยวาวี เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรจะแวะดูวิวนะครับ โดยเฉพาะเมื่อมองจากสันเขื่อนลงไป จริงๆแล้วผมอยากจะเรียกว่า ฝาย มากกว่า เพราะมีน้ำล้นจากข้างบนโดยตลอดที่เป็นเป็นม่านน้ำขาวๆ  แต่คิดว่าถึงน้ำจะไม่ล้นก็น่าจะมีวิธีระบายได้น้ำได้อยู่  น้ำ ที่ไหลลงมากลายเป็นลำธารขนาดใหญ่ (หรือคิดกลับกัน เขื่อนทำให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่เหนือสันเขื่อน) น้ำใสแจ๋วเลย ลำธารตื้นมากเห็นชาวบ้านออกมาจับสัตว์น้ำกันยกใหญ่

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเรามายืนอยู่สันเขาที่อยู่ระหว่างเส้นทางลัดไปสถานีวิจัยเกษตรบนที่สูงดอยช้าง  สองข้างทางวิวสวยมากเช่นกัน แต่เนื่องจากครึ้มฟ้าครึ้มฝนผมก็เลยกดไป 2-3 รูปเท่านั้น (เป็นอุปนิสัยที่ไม่ดี นักถ่ายภาพไม่ควรหวังน้ำบ่อหน้านะครับ) กะว่าขากลับอากาศน่าจะดี ค่อยถ่ายเยอะๆ  แต่ ปรากฏว่าขับรถไปได้อีกหน่อยเดียว ถนนกลายเป็นทางดินลัดเลาะไปตามภูเขา รถสวนไม่ได้ เพื่อนโทรไปถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า เหลือระยะทางอีก 6 กิโล เท่านั้น ก็เยอะอยู่นา และมาคันเดียวด้วย ถ้าเกิดติดหล่มขึ้นมาใครจะมาลากตูละเนี่ย เลยกลับลงมาใช้เส้นทางปกติที่ไม่ลัดแทน ซึ่งไปทางเดียวกับดอยวาวี ต้องผ่านชุมชนบ้านไคร้ ก่อนจะแยกไปทางขึ้นดอยช้างเป็นทางคอนกรีตขึ้นเขาประมาณ 10 กิโลเมตร  สรุป ว่ากว่าจะถึงที่หมายก็เกือบบ่ายสี่ ซึ่งที่นี่ก็มืดเร็วมาก ก่อนลงจากรถตรวจดูระดับความสูงจาก GPS ได้ประมาณ 1260 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

หมายเหตุ : สองคนนี้คนหนึ่งมาจากสุราษฎร์ อีกคนจากภูเก็ต ไม่ได้เป็นอะไรกัน หลังจากนี้จะเป็นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจห้องพักที่เราไปอยู่เป็นแบบอาคารรวมนะครับ แต่แยกห้อง ค่าที่พักเพียงคืนละ 100 บาทเท่านั้น คนที่เกเรหัวไม้ไม่น่าคิดจะมาแสดงอิทธิฤทธิ์ไกลถึงขนาดนี้นะครับ ดังนั้นพักรวมๆกันก็ไม่น่าจะมีอะไร  แต่ อีกกลุ่มหนึ่งที่มาพักด้วยซึ่งมีลูกเด็กเล็กแดงและคนแก่ กลับออกไปในตอนเช้ามืด ไม่รู้ว่าพวกเราส่งเสียงดังเป็นที่น่าหวาดกลัวหรือเปล่า โดยเฉพาะสองคนข้างคนนั่น
ช่วง โพล้เพล้ออกมาสำรวจหมู่บ้านกันเล็กน้อย เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นชุมชนของชาวอาข่า แต่เราจะไม่ได้เห็นแบบนิตยสารของ ททท. นะครับ หมู่บ้านและผู้คนก็ดูเหมือนตามชนบทบนที่สูงในภาคเหนือทั่วๆไป  บ้าน ของชาวอาข่าที่ดอยช้างส่วนมากจะเป็นหลังคามุงด้วยหญ้า ฝาบ้านเป็นแผ่นไม้ บ้านไหนรวยหน่อยก็มีจานดาวเทียม และหลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องลอน ตากผ้ากันฉูดฉาดบาดตาทุกบ้าน ไม่เกรงใจแขก แต่เวลาผมเข้ากรุงเทพ ขับรถบนทางด่วนผ่านราบบ่อนไก่ก็เห็นภาพประมาณนี้ แสดงว่าความเจริญไม่ได้สร้างความแตกต่าง ^^


คุณ ป้าคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากไร่กาแฟ บนหลังมีฟืนหอบใหญ่ เนื่องจากใกล้ค่ำแล้วจึงไม่ได้เข้าไปในไร่กาแฟซึ่งก็ปลูกกันโดยทั่วไปบน พื้นที่ลาดเขานะครับ


ผมพยายามยืนดูเด็กกลุ่มนี้อยู่พักใหญ่ ไม่รู้จริงๆว่าเค้าพูดอะไรกัน เพราะฟังไม่ออก แต่คุยกันมันมาก


ก่อน กลับที่พักมายืนตะวันตกดินบนเนินลูกหนึ่ง มีเด็กๆ 4-5 คนมาปืนป่ายขึ้นเนินดินก่อนจะไถลตัวลงไป และทำซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบรอบ มีคุณยายคนหนึ่งมาเรียกให้เด็กกลับบ้าน แต่กว่าจะกลับกันได้ เด็กๆก็แสดงให้พวกผมดูว่าที่นี่เค้าเล่นกันยังไง เมื่อก่อนผมเคยสงสัยว่าทำไมชุดนักเรียนของเด็กบนเขาถึงได้ดขมุกขมอมเต็มทน ทั้งๆที่เนื้อผ้าบางทีก็ยังใหม่อยู่  ตอนนี้หายสงสัยแล้ว


ภาพสุดท้ายสำหรับวันนี้ คู่เดิมกำลังชี้นกชี้ไม้ ส่วนเด็กกับหมาพบแถวนี้นะครับ ไม่ได้นำมาด้วย


วันนี้ไปนี่บนดอยช้างตอนหัวค่ำอุณหภูมิประมาณ 16 องศา นะครับ กำลังทานข้าวอร่อย ทางศูนย์เค้าบริการนักท่องเที่ยวได้ค่อนข้างดี มีกาแฟสด และหุงหาอาหารให้ทาน พี่ๆเค้าบอกว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวน้อย (คุ้นจริงๆประโยคนี้ ไปที่ไหนก็ได้ยิน) ปีก่อนๆจะวุ่นวายกันมากเลย

โปรดติดตามตอนต่อไป … คาดว่าเรื่องนี้จะมี 3 ตอนครับ

Jan 252011
 
CCTV Learn Chinese Series

For Beginners

Growing up with Chinese

Easy Chinese
CRI Chinese Studio

For Intermediate Learners

Communicate in Chinese

For Advanced Learners

Happy Journey Across China
Happy Chinese S1
Happy Chinese S2
Travel in Chinese
Sports Chinese
Special Chinese
Jan 242005
 

ผมว่าเสน่ห์ของภาษาจีนอยู่ที่ ตัวอักษรจีน และการออกเสียง  อักษรจีนนั้นน่าหลงไหลคลั่งไคล้ เธอสวยงาม และมีชีวิตชีวา ไม่งั้นผมคงไม่หลงรักเธอหรอกครับ ผมแอบหลงรักเธอมาหลายปีแล้วครับ (แต่อย่าไปบอกแฟนผมนะครับเดียวงานเข้า) จนคิดว่าจะแต่งงานกับเธอให้ได้  แต่… เธออาจจะไม่ชอบหรือไม่อยากแต่งงานกับผมก็ได้ ถ้าผมไม่ขยันจีบ ขี้เกียจหรือไม่จริงใจกับเธอ(ฝึกภาษาจีนอย่างไม่ตั้งใจและต่อเนื่อง) ผมต้องแสดงให้เธอเห็นว่าผมรักเธอจริง (ตั้งใจเรียน)  ผมจะต้องรู้จักตัวเธอ(อักษรจีน) ให้ได้ทุกซอกทุกมุม แบบเห็นไส้เห็นพุงกันเลย ผมต้องบอกเธอให้ได้ว่า “ผมรักเธอมากที่สุดในโลก” ถ้าคุณอยากเก่งภาษาจีนล่ะก็ คุณต้องแสดงความจริงใจว่าชอบและรักเธอให้มากๆ(พูดให้ได้) ศึกษาในตัวเธอ(อักษรจีน)และนิสัย(การใช้งาน)ของเธอให้มากๆ นะครับ เคล็ด(ไม่)ลับ มีแค่นี้เอง  ผมจะขออาสาพาคุณไปให้รู้ัจักกับเธอ และขอเธอแต่งงานด้วยให้ได้ ถ้าคุณรักเธอจริงๆ “นั่นคือภารกิจของเรา คนรักอักษรจีน”

  • 学好中文要靠不断的练习。 เรียนภาษาจีนให้ชำนาญนั้นต้องอาศัยการเรียนและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง (เข้าทำนองรักจริงหวังแต่ง -จะเกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย)

การเรียนภาษาจีน ก็เหมือนกับการต่อจิ๊กซอร์ ถ้าคุณต่อเพียงแค่ไม่กี่ชิ้น คุณก็ไม่มีวันได้เห็นภาพของโลกอักษรจีน(สาวสวยหรือหนุ่มหล่อที่เต็มไปด้วย ความสวยงาม)  แล้วจะมาบอกว่าคุณ “รักฉัน(อักษรจีน)” ได้อย่างไรกัน 555

Jan 012005
 

Custom Search