Jan 292013
 

“เรื่องตลกวุ่น ๆ” ในเรื่องความเข้าใจแบบหักโค้งระหว่างภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ

——————————————————————————————————

ชื่อเรื่อง….Go a head = ดำเนินการได้เลย
(去个头! qù gè tóu) = ไสหัวไป !

Mŏu gōngsī jīnglĭ jiào mìshū zhuăn chéng gōngwén gěi lăobăn:
某公司经理叫秘书转呈公文给老板∶
ผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่งได้ให้เลขานุการส่งเอกสารราชการให้กับนายห้าง ความว่า∶

“Bàogào lăobăn, xià gè yuè ōuzhōu yŏu yì pī dìng dān, wŏ jué de gōngsī xūyào dài rén qù hé tā kāi huì。”
“报告老板,下个月欧洲有一批订单,我觉得公司需要带人去和他开会。”
“เรียนนายห้าง∶ เดือนหน้าทางยุโรปจะมีใบสั่งจองสินค้า 1 ใบ, ผมคิดว่าบริษัทของเราจำเป็นต้องส่งคนไปร่วมประชุมกับทางเขา”

Lăobăn zài gōngwén hòu miàn duăn duăn qiān xià:“Go a head!”
老板在公文后面短短签下“Go a head!”
ที่ด้านหลังเอกสารราชการ นายห้างได้เขียนสั้นๆ ว่า “Go a head!”

Jīnglĭ shōu dào zhī hòu, mă shàng zhĭ shì xià shŭ măi jīpiào, nĭ xíng chéng, zìjĭ zé shì zhěng lĭ xíng li。 Lín chū fā nà tiān, bèi mìshū dăng xià lái。
经理收到之后,马上指示下属买机票,拟行程,自己则是整理行李。临出发那天,被秘书挡下来。
หลังจากผู้จัดการได้รับคำตอบแล้ว, ได้รีบสั่งการให้ลูกน้องซื้อตั๋วเครื่องบิน, ร่างแผนการเดินทาง, ตัวเองก็ตระเตรียมสัมภาระ/กระเป๋าเดินทาง。 ใกล้วันออกเดินทาง, ได้ถูกเลขานุการรั้ง/ขวางเอาไว้

Mìshū: “nĭ yào gàn shén me?”
秘书:“你要干什么?”
เลขานุการ: “คุณกำลังจะทำอะไรคะ”

Jīnglĭ: “qù ōuzhōu kāi huì ā!”
经里:“去欧洲开会啊!”
ผู้จัดการ: “ก็ไปประชุมที่ยุโรปไง!”

Mìshū: “lăobăn yŏu tóngyì ma?”
秘书:“老板有同意吗?”
เลขานุการ: “นายห้างเห็นด้วยไหม?”

Jīnglĭ: “lăobăn bú shì duì wŏ shuō Go a head ma?”
经里:“老板不是对我说 Go a head 吗?”
ผู้จัดการ: “นายห้างได้บอกกับผมไม่ใช่หรือว่า Go a head?”

Mìshū: “lái gōngsī duō me jiŭ, nŏndào nĭ hái bú zhīdào lăobăn de yīngwen chéngdù ma?” Lăobăn de yìsī shì: qù gè tóu!“
秘书:“来公司多么久,难道你还不知道老板的英文程度吗?老板的意思是:去个头!”
เลขานุการ: “อยู่กับบริษัทมาตั้งนาน, หรือว่าคุณไม่รู้ระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนายห้างเราเป็นอย่างไรบ้าง? ความหมายของนายห้างก็คือ: ไสหัวไป!”
————————————
อธิบายศัพท์….
秘书 = เลขานุการ; 经理 = ผู้จัดการ; 老板 = นายจ้าง/นายห้าง;公文 = หนังสือราชการ/หนังสือทางการ; 订单 = ใบสั่งจองสินค้า ;欧洲 = ยุโรป; 指示 = สั่งการ; 下属 = ลูกน้อง/ผู้ใต้บังคับบัญชา;
拟行程 = ร่างแผนการเดินทาง; 行李 = สัมภาระ/กระเป๋าเดินทาง; 挡 = ขวางไว้; 程度 = ระดับความรู้; 意思 = ความหมาย

สำนวน…
Go ahead => 继续前进,取得进展 (เดินหน้าไปได้เลย/ดำเนินการต่อไปได้เลย)
Continue reading »

Jan 272013
 

一翦梅 [費玉清-เฟ่ยอี้ว์ชิง]

一翦梅 [蔡幸娟-ใช่ซิ่งเจือน]

真情像草原广阔
น้ำใจจริงแท้ ดั่งทุ่งราบกว้างใหญ่层层风雨 不能阻隔
พายุหนาหนัก ยังมิอาจกั้นขวาง总有云开 日出时候
เมื่อท้องฟ้าเปิด ตะวันอวดโฉม万丈阳光 照耀你我
สาดแสงเรืองรองส่องสว่างเธอฉัน真情像梅花开过
น้ำใจจริงแท้ ดั่งดอกเหมยผลิบาน

冷冷冰雪 不能淹没
หิมะเยือกเย็น ยังมิอาจกลบฝัง

就在最冷枝头绽放
ยามเหน็บหนาวที่สุดบนกิ่งก้านยังเบ่งบาน

看见春天走向你我
มองเห็นฤดูใบไม้เคลื่อนเข้าใกล้ฉันเธอ

* 雪花飘飘 北风啸啸
เกล็ดหิมะปลิดปลิว ลมเหนือหวีดหวิว

天地 一片苍茫
ผืนฟ้าดิน กว้างใหญ่ไพศาล

一剪寒梅 傲立雪中
เหมยกิ่งหนึ่งยืนต้นทระนงกลางหิมะ

只为伊人飘香
เพียงเพื่อส่งกลิ่นกรุ่นหอมสู่เธอที่รัก

爱我所爱 无怨无悔
รักมั่นในคนที่ฉันรัก ไม่เคืองแค้นไม่เสียใจ

此情(此情)长留(长留)心间
ความรู้สึกนี้ คงอยู่ยืนนาน ในหัวใจ

ซ้ำ * 1 รอบ

อธิบายศัพท์

  • 草原 [cǎoyuán]  ทุ่งราบกว้างที่เต็มไปด้วยต้นหญ้า
  • 广阔 [guǎngkuò] กว้างใหญ่ไพศาล
  • 阻隔 [zǔgé] แยกห่าง ตัดทอน
  • 照耀 [zhàoyào] ส่องให้สว่าง
  • 万丈 [wànzhàng] สูงหรือลึกมาก
  • 淹没 [yānmò] ปกคลุม
  • 傲立 [àolì] หยัดยืนด้วยความภูมิใจ
  • 伊人 [yīrén] เป็นคำเรียกหญิงอันเป็นที่รัก
  • 枝头 [zhītóu] บนกิ่งก้าน
  • 绽放 [zhànfàng] เบ่งบาน(ดอกไม้)
  • 啸啸 [xiàoxiao] เสียงที่เกิดจากธรรมชาติ, เสียงพัดของลม
  • 飘飘 [piāopiāo] ปลิดปลิว(ลมพัด)
  • 苍茫 [cāngmáng] กว้างใหญ่ไพศาล
  • 无怨无悔 [wúyuànwúhuǐ] ไม่เคืองแค้นไม่เสียใจ

 

 

Continue reading »

Jan 262013
 

 

忆往事 悄悄的溜走
รำลึกเรื่องราวความหลัง เดินจากไปอย่างเงียบๆ
就像流水 永不回头
เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลไป ไม่หวนกลับมาตลอดกาล

不回头 不回头
ไม่หวนคืน ไม่หวนคืน
不停留 不停留
ไม่หยุดไหล ไม่หยุดไหล
看那江河的水 悠悠泪长流
มองสายน้ำนั้น น้ำตาไหลดั่งสายน้ำ
江水问你 为谁忧愁。。。
สายน้ำถามเธอว่า เศร้าเสียใจเพื่อใคร

长相忆 长长的相守
รำลึกถึงกันนานวัน  เฝ้าเคียงกันยาวนาน
我要问你 何时回头
ฉันขอถามเธอ เมื่อไหร่เธอจะกลับมา

Jan 262013
 

水长流-谢采妘
สายน้ำไหลไปยาวไกล -เซี่ยไฉ่หวิน
—————
水长流流去不回头 就像我俩的爱情一发不能收 生生世世到永久
สายน้ำไหลไปยาวไกลไม่หวนกลับ ช่างเหมือนความรักหว่างเราสอง พอเริ่มต้นไม่อาจหยุดลง ตลอดไปทุกชาติภพ

看那江河水长流 啊…..啊…..
ดูสายน้ำไหลยาวไกลในแม่น้ำนั้น อา…อา…

浪涛涛 岁悠悠 啊..
คลื่นลูกระลอก ไหลเคลื่อนคล้อยผ่านเดือนปี อา…
江河水长流
สายน้ำไหลยาวไกล

水长流流转千万周 就像我俩的爱情永远不停留 只有开始无止休
สายน้ำไหลยาวไปหมุนวนนับไม่ถ้วน ช่างเหมือนความรักหว่างเราสองไม่หยุดลงตลอดกาล เพียงเริ่มต้นก็มิอาจหยุดพัก
奔向江河水长流 啊…..啊…..
สายน้ำำไหล่ยาวไกลมุ่งหน้าไป อา… อา…
江河深 情更深厚 啊..
น้ำลึก รักยิ่งลึกซึ้ง
江河水长流
สายน้ำไหลยาวไกล

水长流流去不回头 就像我俩的爱情一发不能收 生生世世到永久
สายน้ำไหลไปยาวไกลไม่หวนกลับ ช่างเหมือนความรักหว่างเราสอง พอเริ่มต้นไม่อาจหยุดลง ตลอดไปทุกชาติภพ
看那江河水长流 啊…..啊…..
ดูสายน้ำไหลยาวไกลในแม่น้ำนั้น อา…อา…
浪涛涛岁月悠悠 啊..
คลื่นลูกระลอก ไหลเคลื่อนคล้อยผ่านเดือนปี อา…
江河水长流
สายน้ำไหลยาวไกล

Jan 262013
 

หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “等” หรือ “等等” กันมาบ้าง เวลาอ่าน หรือพูดภาษาจีน เราก็มักจะใช้อยู่บ่อยๆ ใช้ไปใช้มาก็อดจะสับสนว่า เมื่อไรควรจะใช้ “等” เมื่อไรควรจะใช้ “等等”

วันนี้ เราจะมาดูกฎเกณฑ์วิธีการใช้คำ 2 คำนี้ รวมทั้งคำว่า “什么的” ด้วย จะได้หายงงซะที (หรือจะงงยิ่งกว่าเดิม???)

1. “等” และ “等等” ใช้ได้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน ส่วน “什么的” ใช้เฉพาะในภาษาพูดเท่านั้น

(ถ้าเปรียบเทียบเฉพาะ “等” กับ “等等” — “等” จะพบ หรือนิยมใช้ในภาษาเขียนมากกว่า ส่วน “等等” มักพบในภาษาพูดมากกว่า อันนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ ให้จำแค่กฎเกณฑ์สำคัญ หลักๆ ก็พอ คือใช้ได้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน)

2. หลัง “等” สามารถตามด้วยคำ หรือวลีบอก (หรือสรุปท้าย) สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมาได้ ส่วน “等等” โดยทั่วไป จะไม่ตามด้วยคำ หรือวลีบอก (หรือสรุปท้าย) สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมา ส่วน “什么的” จะวางท้ายประโยคเท่านั้น (ข้างหลังจะมีส่วนประกอบอื่นอีกไม่ได้) ตัวอย่างเช่น

  • 水、电、暖气、煤气等设备的检修工作均已完毕。(มี “设备” สรุปท้าย)
  • 青年人积极、热情、有朝气 (zhāo qì)、肯于学习、接受新事物快等等,这些都是难能可贵的优点。(หลัง “等等” ไม่มีคำ หรือวลีสรุปท้าย)

3. เมื่อยกตัวอย่างชื่อเฉพาะ หรือวิสามัญนาม (专有名词) (เช่น ชื่อคน, ชื่อสถานที่ เป็นต้น) ต้องใช้ “等” เท่านั้น จะใช้ “等等” และ “什么的” ไม่ได้ เพราะ (คนจีนถือว่า) สื่อถึงความไม่สุภาพ โดยเฉพาะเมื่อยกตัวอย่างชื่อคน อาทิเช่น

  • 学习结束后,我们将西安、四川等地旅游。(ชื่อสถานที่)
  • 唐代著名的诗人有李白、杜甫、白居易等。(ชื่อคน)

และเมื่อ “什么的” ใช้ในภาษาพูด สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมากล่าวถึงจึงมักเป็นเรื่องธรรมดาสามัญทั่วๆ ไป เช่น

  • 我刚买了些啤酒、火腿、面包什么的,咱们一起吃吧。

4. ถ้ายกตัวอย่างเพียงสิ่งเดียว เรื่องเดียว ต้องใช้ “等” หรือ “什么的” เท่านั้น จะใช้ “等等” ได้ ต้องยกตัวอย่างอย่างน้อย 2 สิ่งขึ้นไป ตัวอย่างเช่น

  • 雅典 (Athens) 等城市输出的精美的手工艺品,都是奴隶血汗的结晶。 (ตัวอย่างเดียว)
  • 妻子在家做饭什么的,丈夫在外打工什么的,日子过得倒也蛮好。 (ตัวอย่างเดียว)
  • 思想、意识等等是主观的东西,做或行动是主观见于客观的东西。 (2 ตัวอย่าง)

5. เราสามารถใช้ “等等” ซ้ำคำ กลายเป็น “等等, 等等” ได้ (อย่าลืมเครื่องหมาย “,” ระหว่างกลางด้วย) ถ้าต้องการสื่อว่า สิ่งที่ยกตัวอย่างยังมีอีกเป็นจำนวนมาก หรือมีนัยสื่อถึงสิ่งที่กล่าวถึงนั้นมีเป็นจำนวนมาก (很多) และในบางกรณี “等等” ยังวางหลัง “如此” ได้ด้วย เช่น

  • 除了这些正在受罪的人以外,长廊两侧还摆着压杠、老虎凳、皮鞭、竹钎、手铐、脚镣,等等,等等。
  • 这个说 “离铁矿太远了”,那个说 “附近没有水源”,还有的说 “交通也很不方便”,如此等等。…… (แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า “เช่นนี้เป็นต้น”)

6. “等” ยังสามารถตามด้วยตัวเลขที่เป็นจำนวนรวม (เท่ากับ) สิ่งต่างๆ ที่ยกตัวอย่าง หรือกล่าวถึงได้ด้วย เช่น

  • 我国古代有造纸、印刷术、指南针、火药等四大发明。
  • 中国有北京、上海、天津、重庆等四个中央直辖市。
Jan 262013
 

เวลาพูดถึงสภาวะ “เงียบสงบ”, “เงียบสงัด”, “ไร้สุ้มเสียง” ฯลฯ เรามักนึกถึงคำว่า “安静” ก่อน … เพราะนักเรียนภาษาจีนส่วนใหญ่มักได้เรียนรู้คำคุณศัพท์คำนี้ก่อนคำอื่น นอกจาก “安静” แล้ว ภาษาจีนยังมีคำศัพท์อื่นที่ใช้บรรยายสภาพ สภาวะนี้ได้อีก … Love Chinese ตอนนี้จะว่าถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ

1. “安静”、”宁静” และ “平静” ทั้ง 3 คำนี้ เป็นคำคุณศัพท์ (形容词) ทั้งหมด มีความหมายว่า “เงียบสงบ”, “สงัด”, “ไร้ซุ่มเสียง”, “ไม่เคลื่อนไหว” (静) ทั้งสิ้น แต่ทั้ง 3 คำมีจุดเน้น และวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน เรามาดูกันเลย

  • “安静” และ “宁静” ใช้บรรยายสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ไม่มีเสียง ถ้าเปรียบเทียบกัน “宁静” จะเงียบสงบกว่า “安静” เล็กน้อย
  • “安静” จะเน้นที่ “ไม่มีเสียงรบกวน”, “ไม่มีเสียงดังอึกทึกคึกโครม” มักใช้กับสภาพแวดล้อมที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน หรือมีขอบเขตชัดเจน สถานที่จำเพาะเจาะจงที่ใดที่หนึ่ง
  • “宁静” จะเน้นที่ “ความเงียบสงบ”, “เงียบสงบเป็นพิเศษ”, “ไม่มีเสียง หรือไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลยสักนิดเดียว” มักจะใช้กับสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่

ลองเปรียบเทียบตัวอย่างกันดู

  • 安静的屋子里,只有我在看书。(เน้นความเงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน)
  • 宁静的教室里,只听到考生们唰唰地写字声。(ประโยคนี้ใช้ “宁静” ได้ ถ้าต้องการเน้นถึงความเงียบสงบมากๆ ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงขีดเขียน)
  • 阅览室里很安静,同学们都在认真地读书。(สถานที่, สภาพแวดล้อมมีขอบเขตจำเพาะชัดเจน)
  • 宁静的夜空中,只有三三两两的星星在眨着眼。(สภาพแวดล้อมมีขอบเขตกว้างใหญ่)

“平静” จะเน้นสภาพที่ “ไม่เคลื่อนไหว, (เหตุการณ์, สถานการณ์, สภาพแวดล้อม) คงที่” มักใช้บรรยายสภาพแวดล้อม (เช่น น้ำ, ผิวน้ำ) ที่สงบคงที่ ไม่เคลื่อนไหว เช่น

  • 湖面上平静得很,一只小船浮在上面一动也不动。(บรรยายสภาพน้ำ)
  • 外面很平静,不像有敌人打进来的样子。(สภาพแวดล้อมไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหว)

–> ดังนั้น ถ้าเราต้องการบรรยายถึงสภาพแวดล้อมที่ “เงียบสงบ ไม่มีเสียง” จะใช้ “平静” ไม่ได้ เพราะ “平静” จะเน้นที่ “ไม่เคลื่อนไหว” เป็นสำคัญ (ไม่เน้นความเงียบสงบ)

2. “安静”、”宁静”、”平静” นอกจากใช้บรรยายสภาพแวดล้อมแล้ว ยังใช้บรรยายสภาพ หรือสภาวะจิตใจของคน และชีวิตความเป็นอยู่ที่ราบรื่น, ราบเรียบ ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ลุ่มๆ ลอนๆ ฯลฯ สื่อถึง “ความมั่นคงปลอดภัย” (安稳) ในชีวิต บางกรณีใช้แทนกันได้ แต่จุดเน้นต่างกัน

  • “安静” เน้นสภาพจิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบ เป็นปกติ มั่นคง (安定)
  • “平静” เน้นสภาพจิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบ ราบรื่น ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ลุ่มๆ ดอน (没有不安和动荡)
  • “宁静” เน้นสภาพจิตใจ หรือชีวิตความเป็นอยู่ที่ราบเรียบ สงบสุขอย่างยิ่ง ไม่มีสิ่งรบกวน ทำให้กังวลใจ (特别地平和,没有一点儿骚扰) แต่ “宁静” จะใช้กับชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า (ใช้กับสภาพจิตใจน้อย)

*** โดยสรุป ถ้าใช้กับสภาพจิตใจ เราจะใช้ “平静” เป็นหลัก ถัดมา คือ “安静” ส่วน “宁静” จะใช้น้อยที่สุด เช่น

  • 听了他的事迹,我们激动的心情久久不能平静。
  • 大家好不容易有了这样一个环境,可以平平静静/安安静静的生活了。
    • เน้นสภาพชีวิตที่สงบ ราบรื่น ใช้ “平静”  (平 ราบรื่น)
    • เน้นสภาพชีวิตที่มั่นคง เป็นปกติ ใช้ “安静” (安 ความปลอดภัย)
    • จะสังเกตว่า 2 คำนี้ความหมายค่อนข้างใกล้เคียงกัน จึงใช้แทนกันได้ในบางกรณี ขึ้นกับจุดที่ต้องการเน้น
  • 过了好长时间,他的心情才平静/安静/宁静下来。(ประโยคนี้ ใช้ได้ทั้ง 3 คำ)

—> และถ้าต้องการบรรยายสภาพจิตใจที่ไม่สงบ, วุ่นวาย, สับสน เปลี่ยนสภาพกลายเป็น (จิตใจที่) สงบ เป็นปกติ ไม่มีความกังวลใจ ต้องใช้ “平静” เท่านั้น เช่น

  • 读了妈妈的信,她的心怎么也平静不下来了。

นอกจากนั้น ในบางกรณี “安静” และ “宁静” ยังใช้บรรยายบุคลิกของคนได้อีกด้วย เช่น

  • 他是一个那么安静/宁静的男孩儿。

“平静” ยังสามารถใช้กับทัศนคติของคนที่สบายๆ ไม่เคร่งเครียด, ไม่ตื่นเต้น ฯลฯ

  • 他异常平静地说,“我同意离婚”。

3. ในแง่ไวยากรณ์ หรือวิธีการใช้งาน “安静”、”平静” ใช้ได้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน ส่วน “宁静” ใช้ในภาษาเขียนเท่านั้น

“安静”、”平静” ใช้ในรูปการซ้ำคำเป็น “AABB” ได้ แต่ “宁静” ซ้ำคำแบบนี้ไม่ได้ เช่น

  • 安安静静地座。
  • 平平静静地处理问题。

“安静”、”平静” เป็นบทขยายภาคแสดง (状语) และบทเสริม (补语) ได้ ส่วน “宁静” ใช้แบบนี้ไม่ได้ เช่น

  • 孩子总算安静地睡着了。(เป็น 状语)
  • 教室里显得异常安静。(เป็น 补语) (异常安静 เงียบผิดปกติ)
  • 他平静地注视着那几个人。(เป็น 状语)
  • 她表现得很平静。(เป็น 补语)

นอกจากนั้น “安静” ยังเป็นคำกริยา (动词) ได้อีกด้วย เมื่อเป็นคำกริยาจึงสามารถซ้ำคำในรูป “ABAB” ได้ด้วย เช่น

  • 请大家安静一下。
  • 你安静一会儿,好不好?
  • 你们安静安静好吗?我们要休息了?

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 202013
 

คำว่า “คู่” (สักษณะนาม) ในภาษาจีน มีให้เลือกใช้ 2 คำ คือ “对” และ “双”

2 คำนี้ เมื่อใช้เป็นลักษณะนามจะใช้กับสิ่งของ (รวมทั้งคน) ที่มีอยู่เป็นจำนวน 2 (คน, ชิ้น, อัน ฯลฯ) อาจหมายถึงสิ่งของที่อยู่ด้วยกัน เข้าคู่กัน หรือเป็นคู่กันก็ได้ ปกติจะใช้แทนกันไม่ได้ และมีคำ (หรือสิ่งของ) จำนวนน้อย (มากๆ) ที่ใช้ได้ทั้ง “对” และ “双”

“对” ใช้กับสิ่งของเป็นคู่ (จำนวน 2) โดยสิ่งของนั้น เกิดจากคนทำขึ้น สร้างขึ้น (ให้เป็นคู่กัน) พูดอีกนัยหนึ่ง คือไม่ได้เกิดขึ้น หรืออยู่เป็นคู่กันมาตั้งแต่ดั้งเดิมตามธรรมชาติ

สิ่งของเป็นคู่ที่ใช้ “对” เป็นลักษณะนาม มักเป็นของที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน หรือเข้าคู่กัน (เช่น เพศชายหญิง, ตัวผู้ตัวเมีย ฯลฯ) จะเป็นคน, สัตว์, สิ่งของก็ได้ บางกรณียังใช้กับคน หรือสิ่งของประเภท หรือชนิดเดียวกันที่นำมาเข้าคู่ หรือจัดให้เป็นคู่กันได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น

  • 一对夫妇 (คู่สามีภรรยา)
  • 一对男女 (คู่ชายหนุ่มหญิงสาว)
  • 一对金鱼 (ปลาทอง 1 คู่)
  • 一对鸳鸯 (เป็ดแมนดาริน 1 คู่)
  • 一对花瓶 (แจกันดอกไม้ 1 คู่)
  • 一对矛盾 (ความขัดแย้ง 1 คู่)
  • 一对对联 (โคลงคู่ 1 คู่)
  • 一对电池 (ถ่านไฟฉาย 1 คู่)
  • 两对枕头 (หมอน 2 คู่)

“双” ใช้กับสิ่งของเป็นคู่ (จำนวน 2) ที่อยู่เป็นคู่ (ใช้เป็นคู่, มีเป็นคู่ ฯลฯ ) มาแต่ดั้งเดิมตามธรรมชาติอยู่แล้ว มักเป็นสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะร่างกายของคน (รวมทั้งสัตว์) หรืออวัยวะที่แบ่งเป็นด้านซ้าย – ขวา

เพราะฉะนั้น ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง “对” กับ “双” — “双” จะเน้นจำนวนเลข 2 มากกว่า “对” ตัวอย่างเช่น

  • 一双眼睛 (ดวงตา 1 คู่)
  • 一双手 (มือ 1 คู่)
  • 一双筷子 (ตะเกียบ 1 คู่)
  • 一双翅膀 (ปีกนก/ปีกแมลง 1 คู่)
  • 一双鞋 (รองเท้า 1 คู่)
  • 五双袜子 (ถุงเท้า 5 คู่)

ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า มีคำ (หรือสิ่งของ) จำนวนน้อย (มากๆ) ที่ใช้ได้ทั้ง “对” และ “双” เป็นลักษณะนาม (ดูตัวอย่างข้างล่าง) ข้อแตกต่าง คือ เมื่อใช้ “对” จะเน้นที่ความเป็นคู่ตรงข้าม หรือเข้าคู่กัน (เช่น เพศชายหญิง) แต่ถ้าใช้ “双” จะเน้นที่จำนวนเลข 2 ของสิ่งของนั้นเป็นสำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • 一对/双眼睛 (ดวงตา 1 คู่)
  • 一对/双翅膀 (ปีกนก/ปีกแมลง 1 คู่)
  • 一对/双儿女 (ลูกชายหญิง 1 คู่)

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 202013
 

หลายคนเรียนภาษาจีนมาได้สักระยะหนึ่ง อาจจะงงๆ หรือสับสนเกี่ยวกับการซ้ำคำกริยาในภาษาจีน เช่น 看看、看(一)看 และ 看了看 ว่าควรใช้ยังไง เมื่อไรดี

วันนี้มาดูกันคร่าวๆ พอให้หายงงกันหน่อย

การซ้ำคำกริยา ถ้าเป็นคำกริยาพยางค์เดียว จะซ้ำในรูป AA หรือ A(一)A และ A了A เช่น

  • 看看
  • 看(一)看 (“一”ในวงเล็บ สามารถละไม่พูดได้ หรืออยู่ในรูป AA นั่นเอง)
  • 看了看

ถ้าเป็นคำกริยาพยางค์คู่ จะซ้ำในรูป ABAB และ AB了AB เช่น

  • 介绍介绍
  • 介绍了介绍

การซ้ำคำกริยาจะใช้เมื่อกริยาเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว หรือในเวลาสั้นๆ เราจะใช้ การซ้ำคำกริยาในกรณีใดบ้าง มาดูตัวอย่างการซ้ำคำกริยาคำว่า “看” กัน

1. ถ้าผู้พูด (ตนเอง) ต้องการดู (ทำกริยานั้น) สักครู่ สักหน่อย สักประเดี๋ยว หรือเชิญชวนให้คนอื่นดู (ทำกริยานั้น) สักหน่อย เราจะใช้ 看看 หรือ 看(一)看 และเหตุการณ์ (หรือกริยานั้น) ยังไม่เกิดขึ้น เพื่อสื่อถึงความสุภาพในการสื่อสาร เช่น

  • 请等一下,让我看(一)看。
  • 老师,这是我的功课,请你看(一)看。

2. ถ้าต้องการสื่อถึงการดู (ทำกริยานั้น) อย่างรวดเร็ว และเหตุการณ์ (กริยานั้น) ได้เกิดขึ้นแล้ว จะใช้ 看了看 เช่น

  • 老师拿过我的作业,看了看,很快发现有个错误。

(จะสังเกตว่า หลังกริยา 看了看 มักจะมีกริยาอีกตัวหนึ่ง เกิดขึ้นต่อเนื่องทันที)

3. ถ้าเป็นการดู (ทำกริยานั้น) เป็นประจำ สม่ำเสมอ จะใช้ 看看 เพื่อสื่อถึงการทำกริยานั้นแบบเรื่อยๆ สบายๆ เป็นประจำ ไม่จริงจัง ไม่เป็นการเป็นงาน เช่น

  • 他退休以后,每天看看书,看看报,散散步,过得很愉快。

แต่ถ้าต้องการสื่อถึงการดู (ทำกริยานั้น) ด้วยอาการยุ่ง, จริงจัง เป็นการเป็นงาน เคร่งเครียด ฯลฯ จะซ้ำกริยาไม่ได้ เช่น

  • 他每天很忙,又要看书,又要写文章。

 

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 192013
 

“只是”、”不过”、”可是”、”但是” และ “然而” ทั้งหมด เป็นคำสันธาน (连词) ใช้เชื่อมข้อความ (ประโยคย่อย, อนุประโยค) ที่มีความสัมพันธ์แบบ 转折 (หมายถึงข้อความ (ประโยค) ส่วนหน้า และส่วนหลัง มีความสัมพันธ์แบบหักมุม, ตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกัน)

ข้อแตกต่าง และวิธีการใช้คำสันธานเหล่านี้ คือ

1. ในแง่น้ำหนัก (ความหนักเบา) ของความหมายของความสัมพันธ์แบบ 转折

  • “只是”、”不过” — สื่อ หรือบอกความหมายของความสัมพันธ์แบบ 转折 น้อย (เบา)
  • ส่วน “可是”、”但是”、”然而” — สื่อ หรือบอกความหมายของความสัมพันธ์แบบ 转折 มาก (หนัก หรือชัดเจน) โดยเฉพาะ “然而” สื่อความหมายของความสัมพันธ์แบบ 转折 มาก (หนัก) ที่สุด

ถ้าเรียงลำดับน้ำหนัก (ความหนักเบา) ของ (ความหมายของ) ความสัมพันธ์แบบ 转折 จากมาก (หนัก) ไปหาน้อย (เบา) จะเป็น ดังนี้

  • 然而 > 但是 > 可是 > 不过 > 只是

2. ในแง่การใช้งาน “只是”、”可是” มักใช้ในภาษาพูด “不过”、”但是” ใช้ทั้งในภาษาพูด และภาษาเขียน ส่วน “然而” เป็นภาษาจีนโบราณ (文言) ใช้ในภาษาเขียนเป็นหลัก

3. “只是” ใช้เสริมความ, ขยายความ หรืออธิบายข้อความ (หรือประโยค) ที่อยู่ข้างหน้า ส่วน “不过” ใช้เสริมความ, ขยายความในบางกรณีได้ด้วยเช่นเดียวกัน เช่น

  • 我早想来你这儿看看,只是没有时间。(เสริมความ)
  • 老师很欣赏你的才干,不过他还是希望你在下面多锻炼锻炼。(เสริมความ)

ส่วน “可是”、”但是”、”然而” สื่อ หรือบอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้ามของข้อความ (ประโยค) ส่วนหน้า และส่วนหลัง (ดังนั้น) ความสำคัญ หรือสาระที่ (ผู้พูด) ต้องการสื่อจะอยู่ที่ข้อความ หรือประโยคหลัง เช่น

  • 这菜看上去不怎么样,可是吃起来却挺不错。(บอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้าม)
  • 她的声音虽然不大,但是却很坚决。(บอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้าม)
  • 试验多次被迫停止,然而他们并不灰心。(บอกความขัดแย้ง, ตรงกันข้าม)

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเป็นการเสริมความ, ขยายความ หรืออธิบายข้อความ (หรือประโยค) จะใช้ “可是”、”但是”、”然而” ไม่ได้

และถ้าเป็นการสื่อ หรือบอกความขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกัน (ของข้อความ หรือประโยคส่วนหน้า และส่วนหลัง) จะใช้ “只是” ไม่ได้ (ดูตัวอย่างข้างบน)

4. คำที่ใช้ร่วมกัน (เข้าคู่กัน)

เมื่อใช้ “只是”、”不过” น้ำเสียงที่สื่อออกมาจะเบา, ไม่ชัดเจนตรงไปตรงมา (เป็นการสื่ออย่างอ้อมๆ หรือนุ่มนวล) ดังนั้น จะไม่ใช้ร่วมกับ “虽然” และ “却” (ข้อความ หรือประโยคส่วนหน้าจะไม่ใช้ “虽然” และประโยคส่วนหลังจะไม่ใช้ “却”) เช่น

  • 我其实很想去看看那个展览,只是太忙。
  • 她的脾气一向很大,不过现在好多了。

ส่วน “可是”、”但是” น้ำเสียงที่สื่อออกมาจะหนัก, ชัดเจน, ตรงไปตรงมา ดังนั้น มักจะใช้ร่วมกับ “虽然” และ “却” หรือ “还” เช่น

  • 他虽然很忙,可是还是抽出时间来医院看你。
  • 实验虽然被迫停止,但是他并没有停止研究。

ส่วน “然而” ถึงแม้น้ำเสียงจะสื่อความสัมพันธ์แบบ 转折 ชัดเจน แต่ (โดยทั่วไป) จะไม่ใช้ร่วมกับ “虽然” เช่น

  • 条件确实很差,然而没有一个被它吓倒。

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese

Jan 192013
 

“点儿” กับ “些” เป็นคำลักษณนาม (量词) ทั้งคู่ ทั้งสองคำ หมายถึงจำนวนที่ไม่แน่นอน “จำนวนหนึ่ง”

ระหว่าง “点儿” กับ “些” ในแง่จำนวน “点儿” จะมีจำนวนน้อยกว่า “些” เช่น

  • 去商店买了点儿吃的。
  • 去商店买了些吃的。
  • 我还有点儿事要跟你商量呢。
  • 我还有些事要跟你商量呢。

“点儿” กับ “些” เมื่อใช้ร่วมกับ “这/那” หรือ “这么/那么” จะกลายเป็นคำสรรพนามชี้เฉพาะ ความหมายของทั้ง 2 คำนี้จะแตกต่างกัน คือ

1.ในด้านความหมาย

1.1 “这些/那些” หมายถึง “จำนวนหนึ่ง” (มากกว่าหนึ่ง แต่ไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน) แต่ไม่ได้สื่อ หรือบอกว่าเป็นจำนวน “มาก” หรือ “น้อย” เช่น

  • 这些礼物是送给谁的?
  • 把那些书发给大家。

1.2 “这点儿/那点儿”นอกจากหมายถึงจำนวนน้อยแล้ว ยังเป็นการเน้นจำนวนที่ “น้อยมาก” อีกด้วย เช่น

  • 这点儿饭够谁吃呀?
  • 那点儿活一会儿就干完了。

1.3 “这么些/那么些” ใช้เมื่อผู้พูดต้องการเน้นจำนวนที่ “มาก” เช่น

  • 这么小的车哪儿能坐下这么些人啊?
  • 今天要洗那么些衣服啊。

1.4 “这么点儿/那么点儿” ใช้เมื่อผู้พูดต้องการเน้นจำนวนที่ “น้อยมากๆ” เช่น

  • 这么点儿作业也嫌多,还想不想学了?
  • 怎么就来了那点儿人啊,不是说有十几个人吗?

2.ในด้านการใช้งาน หรือไวยากรณ์

2.1 “点儿” กับ “些” เมื่อวางหลังคำคุณศัพท์ (形容词) หรือคำกริยา (บางคำ) (动词) จะทำหน้าที่เป็นบทเสริม หรือ 补语 หมายถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง (แล้วแต่กรณี) กรณีนี้ “点儿” กับ “些” สามารถใช้แทนกันได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกัน “些” จะมีความหมาย “หยาบ” กว่า “点儿” เล็กน้อย (หมายถึง “些” ให้ความรู้สึกไม่ชัดเจนเท่า “点儿”) เช่น

  • 贵了点儿/贵了些
  • 高兴点儿/高兴些
  • 放松点儿/放松些
  • 注意点儿/注意些

2.2 หน้า “点儿” สามารถมี “一”、“半” อยู่ได้ หรืออยู่ในรูป “一点儿”、“半点儿” โดยจะใช้ในรูปปฏิเสธ เป็นการเน้นการปฏิเสธทั้งหมด เช่น

  • 爸爸最近忙不过来,一点儿时间也没有。
  • 你怎么半点儿信心也没有?

2.3 “点儿” สามารถใช้ในรูปซ้อนคำ และข้างหน้ามี “一” หรืออยู่ในรูป “一点点儿” หมายถึงจำนวนน้อยมากๆ ได้ด้วย เช่น

  • 就这么一点点儿东西,够我们吃吗?
  • 我只会一点点儿汉语。

2.4 หน้า “些” สามารถมีคำ เช่น “好”、“老” อยู่ได้ หรืออยู่ในรูป “好些”、“老些” หมายถึงจำนวนมาก หรือ “多” นั่นเอง เช่น

  • 外面来了好些人。
  • 吃了好些东西。

2.5 นอกจากนั้น “些” ยังสามารถวางหลัง “某” โดยทำหน้าที่เป็นบทขยายนาม หรือ 定语 ได้ด้วย หมายถึงจำนวนที่ไม่ระบุชัดแน่นอน เช่น

  • 某些公司 (บริษัทบางแห่ง)
  • 某些地区 (บางพื้นที่, พื้นที่บางแห่ง)

โดย Gunth Lpnm ใน Love Chinese