สนุกกับภาษาจีนพูดได้   Click to listen highlighted text! สนุกกับภาษาจีนพูดได้

เรียนภาษาจีนกับอาจารย์อี้

Jul 312013
 

คุยหนังดูเพลง เสนอ โฮโมน วัยว้าวุ่น 荷爾蒙(héěrméng)
*มีศัพท์น่ารู้พร้อมpinyinตอนท้ายบทจ้ะ

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์ไทยเเละ ละครไทยถือได้ว่าเป็นละครระดับคุณภาพคับเเก้วในสายตาของคนจีน โดยเฉพาะเเนวFeel-good 舒暢影片 เเนวเขย่าขวัญ恐怖影片 แล้วก็ 偶像劇ละครหลังข่าว/น้ำเน่า หลายคนอาจจะงงๆว่า ไอ้ละครหลังข่าวที่มีนางร้ายตบตีเเย่งผัวชาวบ้านกันเเทบทุกตอนมันมีคุณภาพตรงไหน??? อ่ะฮ่า นี่คือมุมหนึ่งที่คนบ้านเราอาจมองไม่ออก เพราะเราดูกันตั้งเเต่เด็กจนโต ดูกันจนเอียนเเละพบว่ามันไม่มีอะไรพัฒนาขึ้นเลย “แต่” เราอาจลืมไปว่า บางครั้งการหยุดอยู่กับที่ อาจเป็น “ความเสถียร” สำหรับคนบางคนก็ได้ ละครไทยในสายตาของกองเซ็นเซอร์ของจีนทีว่ากันว่าเขี้ยวที่สุดในโลก(เป็นรองเเค่คิวบากับเกาหลีเหนือกระมัง) กลับรู้สึกดีกับละครไทย เพราะคาดเดาง่าย ไม่มีเนื้อหาทางการเมืองเเอบเเผงอย่างละครจากตะวันตก ที่สำคัญนำเสนอ “ความร้ายกาจของคน” เเบบผิดคือผิด ถูกคือถูก ไม่ใช่ละครประเภทเสี้ยมให้เด็กวัยรุ่นเป็นมาเฟียหรือเสี้ยมให้คนเป็นขบฎ จะตบตีกันกี่ตลบเเต่สุดท้าย นางร้ายพวกนี้จะกรรมตามทัน นางเอกสบายเฮ อันนี้กองเซ็นเซอร์จีนชอบครับ ถือว่าเร้าใจเเต่ไม่ปลุกระดม เเถมจะกี่เรื่องโครงเรื่องก็เหมือนเดิม เป็นสไตล์ละครที่มีความเสถียรสูงมาก ^^”

ผมจำได้ดี ตอนเด็กๆ ละครต่างประเทศที่จีนยอมนำเข้าฉายในโทรทัศน์ ส่วนมากจะเป็นละครจาก บราซิล สเปน เเละ อิตาลี่ เพราะเนื้อหาง่ายๆ วนเวียนกับการชิงรักหักสวาท ตบตีกันให้ครื้นเครง เเล้วจบด้วยคนเลวรับผลกรรมไป โดยที่คนดีก็ไม่ต้องไปจองเวรอะไรให้มาก เข้าใจง่าย อย่างอิตาลีนี่ถือว่าเป็นเจ้าพ่อละครฟิวกู๊ดก็ว่าได้ เป็นเเนวเจ็บๆคันๆขำๆ ตัวละครจะเเนวเยอะ จู้จี้จุกจิ๊ก เเต่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร เข้าใจง่าย ส่วนละครกลุ่มบราซิล อาเจนติน่า จะมาเเนวบ้านทรายทองเลย นางเอกโดนรังเเก พระเอกเป็นคุณชาย/นายทหารหน้าตาหล่อเหลา จบด้วยการเเพ้ภัยตัวเองของนางร้ายเกือบทุกเรื่อง ดูเเล้วคนจิตใจดีก็มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป อะไรเเนวๆนี้ ส่วนละครญี่ปุ่นจะโดดเด่นในเรื่องความรันทดสู้ชีวิตหรือไม่ก็สู้กับโรคร้าย เเต่การนำเข้าละครญี่ปุ่นจะไม่เยอะ เพราะมันไม่ได้คาดเดาง่ายเหมือนละครอิตาลี/บราซิล (ส่วนละครไทย สมัยนั้นโทรทัศน์จีนยังไม่รู้จักละครไทยหรอก ตอนเด็กผมเคยดูหนังไทยเเค่สองสามเรื่อง คือ วัลลี ฉุยฉาย เเละคนเลี้ยงช้าง) Continue reading »

Jul 202013
 

ภาษาจีนคำละวัน เช้านี้ เสนอคำว่า 跑酷(pǎokù)

跑酷(pǎokù) คำนี้ เป็นทั้งคำเเปลเเละคำทับศัพท์ ของคำว่า Parkour(ปาคัวร์) หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Free Running ถือว่าเป็นกีฬาท้าโลก (Extreme Sports) ประเภทหนึ่ง คิดค้นโดยนายเดวิด เบล ชาวฝรั่งเศส โดยมีเเรงบันดาลใจจากพ่อที่เป็นนักดักเพลิงที่ต้องเสี่ยงตายปีนตึกสูงกู้ภัยอยู่เสมอ ผสมผสานจากจิตนาการในฉากเเอ็คชั่นของเฉินหลิง成龍(chéng lóng) จนกลายเป็นศิลปะParkour(ปาคัวร์) ซึ่งมีความหมายว่า ศิลปะเเห่งการเคลื่อนไหว เหล่านักกีฬาปาร์คัวร์จะสรรหาทำเลตามตึกสูง กระโดดเด้งดึ๋งข้ามจากตึกหนึ้่งไปอีกตึกหนึ่งอย่างสนุกสนาน ถ้าคุณลองสังเกตุตามหลังคาหรือมุมตึกย่านราชเทวีจนถึงสุขุมวิท อาจเห็นล่องรอยของพวกเขา ผุดๆโผล่ๆ ช่วงบ่ายๆเย็นๆก็ได้ ในบ้านเรา ก็มีทีมฟรีรันนิ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่ทีมหนึ่ง คือ Farang(ฝรั่ง) นั่นเอง มีสมาชิกคนสำคัญ(น่าจะเป็นคนก่อตั้งทีมด้วยมั้ง) คือคุณอนัน อันวา นั่นเอง ได้ข่าวว่าทีมนี้ฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา คว้าเเชมป์ระดับโลกมาเเล้วหลายรางวัลอีกต่างหาก

คำศัพท์อื่นๆ

  • 極限運動 (jíxiànyùndòng) กีฬาท้าโลก/เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต
  • 滑板 (huábǎn) สเก็ตบอร์ด
  • 單板滑雪 (dānbǎnhuáxuě) สโนว์บอร์ด 單板=กระดานแผ่นเดียว 滑雪=สกี
  • 寬板滑水 (kuānbǎnhuáshuǐ) เวคบอร์ด
  • 迷彩漆彈 (mícǎiqīdàn) เพ้นท์บอล
  • 直排滑輪 (zhípáihuálún) อินไลน์สเก็ต/อินไลน์(บ้านเรามักเรียกว่า โรลเลอร์เบรด ซึ่งความจริงแล้ว โรลเลอร์เบรดเป็น อินไลน์ฯยี่ห้อหนึ่ง)
  • 衝浪 (chōnglàng) โต้คลื่น/กระดานโต้คลื่น
  • 特技飛行 (tèjìfēixíng) การบินผาดโผน
  • 極限燙衣 (jíxiàntàngyī) Extreme Ironing หรือ รีดผ้าท้าโลก 0_o” 555 งงละสิว่ามันคือกีฬาบ้าอะไร เป็นกีฬาสุดเพี้ยนน้องใหม่ในตระกูลกีฬาท้าโลกครับ วิธีเล่นไม่มีอะไรมาก สรรหาวิธีพิลึกพิลั่นที่สุดเท่าที่คุณนึกออก เพื่อรีดผ้า เช่น รีดผ้าบนขอบเหว รีดผ้าขณะโดดร่ม(ก่อนร่มกางด้วยนะ) รีดผ้าในบ่อจระเข้ รีดผ้าขนาดขี่จักรยาน(ไม่เชื่อลองถามน้องกูเกิลเลย เดี่ยวนี้!) หรือแม้กระทั่งรีดผ้าบนปากปล่องภูเขาไฟ ถามว่า ทำไปทำไม? ไม่ต้องถาม เพราะมันคือ Extreme sports ไงเล่า o(>,,<)o ไม่รู้ว่ะ เเล้วเเต่ปุ๊!!

…สวัสดี

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jul 052013
 

คำเฉพาะที่เกี่ยวกับ สาขาคอมพิวเตอร์ / นิเทศศาสตร์ / เทคโนโลยีการสื่อสาร ที่ชีวิตประจำวันใช้บ่อยเเละควรรู้

  • 計算機科學與技術系 (jìsuànjī kēxuéyǔjìshùxì) วิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
  • 多媒體設計 (duōméitǐ shèjì) ส่วนมัลติมิเดียดีไซน์
  • 電腦(diànnǎo)เป็นภาษาพูด ส่วน計算機(jìsuànjī)เป็นภาษาเขียน เเปลว่า คอมพิวเตอร์/เครื่องคำนวณ(คิดเลข) ก็ได้
  • 計算機圖形 (jìsuànjī túxíng) คอมพิวเตอร์กราฟิก

คำอื่นๆที่ใช้บ่อยก็จะมี 複雜網絡(fùzáwǎngluò)คอมเพล็กเน็ตเวิร์ค

  • 信息技術(xìnxījìshù) เทคโนโลยีสารสนเทศ/IT (แต่คนไต้หวันกับฮ่องกงมักจะเรียก 資訊科技(zīxùnkējì)
  • 社交網絡(shèjiāowǎngluò) โซเชียลเน็ตเวิร์ค
  • 平面設計(píngmiànshèjì)กราฟฟิคดีไซน์(ออกแบบเรขศิลป์)
  • 計算機動畫(jìsuànjīdònghuà) คอมพิวเตอร์ อนิเมชั่น
  • 三維動畫(sānwéidònghuà) 3D อนิเมชั่น
  • 傳媒設計(chuánméishèji) คอมมูนิเคชั่นดีไซน์/การออกแบบนิเทศศิลป์(ครอบคลุมสื่อทุกสาขา ตั้งแต่ ภาพยนตร์/วีดีทัศน์/สิ่งพิมพ์/การอัดเสียง/วิทยุและโทรทัศน์ บางสถาบันมีเรียนด้านกลิ่นและสมองด้วย)
  • 視覺傳達設計(shìjuéchuándáshèji) วิชวลคอมมูนิเคชั่นดีไซน์/บ้านเราเรียกเทคโนโลยีเพื่อออกแบบนิเทศศิลป์ (ตอบสนองสื่อทางสายตาเป็นหลัก)

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jul 052013
 

ภาษาจีนคำละวัน วันนี้ เสนอคำว่า 開(kāi) เปิด ควบคุม ยิง เริ่ม …

  • 開炮(kāipào)ยิงปืนใหญ่
  • 開槍(kāiqiāng)ยิงปืน
  • 開火(kāihuǒ)เปิดฉากยิงกัน / ยิงโจมตี
  • 開門(kāimén)เปิดประตู
  • 開窗(kāichuāng)เปิดหน้าต่าง
  • 開張(kāizhāng)เปิดกิจการ
  • 開車(kāichē)ขับรถ
  • 開機器(kāijīqì)เดินเครื่อง / ควบคุมเครื่องจักร
  • 開工(kāigōng)เริ่มงาน
  • 開拓(kāituò)บุกเบิก
  • 開場(kāichǎng)เริ่มการแข่งขัน/เริ่มการแสดง
  • 開關(kāiguān)สวิทช์เปิดปิด

ใช้เป็นคำคุณศัพท์ก็ได้นะครับ

  • 開水(kāishuǐ)น้ำต้มสุก / น้ำที่ผ่านการต้มแล้ว
  • 煮開了(zhǔkāile)ต้มจนสุก/ต้มจนเดือด
  • 熱開水(rèkāishuǐ)น้ำร้อน
  • 涼開水(liángkāishuǐ)น้ำเย็น

ปล.น้ำเดือดนิยมใช้คำว่า 滾水(gǔnshuǐ) / 滾開水(gǔnkāishuǐ) ;โดยนิยามในทางวิทยาศาสตร์แล้ว 開水(kāishuǐ)หมายถึง น้ำที่เย็นตัวลงตามธรรมชาติหลังจากที่ผ่านจุดเดือดไปแล้ว

สวัสดี (-/i\-)
ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jun 292013
 

เกร็ดมังกร ตอน วันอาทิตย์ (ตอนที่2) 周日(zhōurì)

ตอนที่แล้ว ผมได้นำเสนอเกี่ยวกับที่มาของคำว่า禮拜(lǐbài)และ星期(xīngqī) ซึ่งมีความหมายว่า สัปดาห์ทั้งคู่ คำว่าวันอาทิตย์ในภาษาจีนจึงสามารถใช้ตั้งแต่คำว่า 星期日(xīngqīrì) 星期天(xīngqītiān) 禮拜日(lǐbàirì) จนถึง禮拜天(lǐbàitiān)และยังทิ้งท้ายไว้ว่า คำที่แปลว่าสัปดาห์ ในภาษาจีนยังมีอีกคำหนึ่ง นั่นคือคำว่า 周日(zhōurì)

สำหรับคนที่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น จะรู้ว่าอักษรคันจิ(อักษรฮั่นในระบบภาษาญี่ปุ่น) คำว่า周(zhōu)แปลว่า “สัปดาห์” แสดงว่า คำว่า周日(วันอาทิตย์) ในภาษาจีนได้รับอิทธิพลจากภาษาญี่ปุ่นใช่หรือไม่? คำตอบคือ ใช่เลยครับ แต่ก็ไม่เชิง…? เอ๊ะ มันยังไงกัน

เรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ชาวจีนก็เริ่มใช้ระบบการนับวันแบบ7วันต่อหนึ่งสัปดาห์ โดยรับอิทธิพลทั้งจากศาสนาพุทธจากอินเดียและโหราศาสตร์แบบเปอร์เชียด้วย ซึ่งยังเป็นที่ ถกเถียงกันอยู่ว่า อินเดียกับเปอร์เชีย ใครเข้ามาก่อนกัน
จากคัมภีร์โหราศาสตร์ฉบับพระโพธิสัตว์มันชูศรีและทวยเทพ《文殊師利菩薩及諸仙所說吉凶時日善惡宿曜經》 แปลและเรียบเรียงโดยพระอาจารย์ปู้คง不空 (สมัยราชวงศ์ถัง) ได้อธิบายหลักวันทั้ง7 ที่ว่าด้วย 七曜者(qīyàozhě)เทพทั้งเจ็ดแห่งดวงดาว (พระอาทิตย์ พระจันทร์…พระเสาร์) และลูกศิษย์ของพระอาจารย์ปู้คงได้เพิ่มเติมเชิงอรรถภายหลังว่า 夫七曜者,所為日月五星下直人間,一日一易,七日周而復始 เทพทั้งเจ็ด หมายถึง พระอาทิตย์และพระจันทร์และอีก5พระดวงดาว ลงมาจุติ สลับหมุนเวียนวันต่อวัน รอบละเจ็ดวัน คำว่ารอบ คือ 周 นั่นเอง แต่ในสมัยราชวงศ์ถัง พจนานุกรมจีนยังไม่ได้กำหนดคำว่า “สัปดาห์” เป็นคำที่ชาวบ้านและหมอดูเรียกกันเอง รู้กันเอง เมื่อสืบทอดไปถึงญี่ปุ่นอักษร周 ถึงจะถูกเพิ่มความหมายว่า “สัปดาห์”
แล้วคำว่า周日วันอาทิตย์ในภาษาญี่ปุ่น กลับมาถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาษาจีนได้อย่างไร? คำตอบคือ เกิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์ชิงและรัฐบาลแมนจูเลีย(รัฐบาลหุ่นเชิดของลัทธิเผด็จการทหารของญี่ปุ่น) เรื่องของสงครามและการรุกรานจีน ขอไม่พูดถึงในบทความนี้ เดี๋ยวจะน้ำตาท่วมจอ เลือดนองคีบอร์ดกันเสียเปล่าๆ Continue reading »

Jun 292013
 

痔
ภาษาจีนคำละวัน ตอน ฉันมี…ริดสีดวง痔(zhì) แอร๊ยยยย???
เป็นภาพที่ชินตามากครับ เมื่อเราเดินไปตามถนนข้าวสารหรือตามแหล่งท่องเที่ยว ฝรั่งหลายคนจะมีเสื้อยืดลายกิ๊บเก๋เป็นอักษรจีน บางทีก็เป็นรอยสักตามตัวบ้าง บ้างก็เท่ระเบิดเถิกเทิง แต่บ้างก็เฟลผุดๆก็มีให้เห็นกันบ่อยไป ก็เคยสงสัยครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น เป็นเพราะพี่ฝรั่งเขากะเอาฮาแต่แรกแล้วหรือว่าเกิดความเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง? เอาแค่ที่ผมเคยเจอกับตัวนะครับ เนื่องด้วยตอนม.ปลาย เคยทำงานพิเศษอยู่มาบุญครอง มีเพื่อนเป็นช่างสักลายและเจาะหูเจาะลิ้นเจาะสะดือเจาะทุกอย่างในโลก ปรากฏว่า สิ่งทีเกิดขึ้นทุกอาทิตย์คือ พี่ช่างสักต้องเดินมาหาผม เพื่อให้ผมช่วยดูว่าอักษรจีนที่ฝรั่งต้องการให้สักลงบนร่างกาย มีความหมายถูกต้องไหม? เช่นคำยอดนิยมหลายคำที่มักสับสนก็คือคำว่า 志(zhì)ปณิธาน/ความแน่วแน่ 摯(zhì)ความจริงใจ 智(zhì)ปัญญา 豸(zhì)ความศักดิ์สิทธิ์(มาจากคำว่า 獬豸(xièzhì)สัตว์วิเศษคล้ายกิเลนแต่มีเขาแหลมกลางหน้าผาก เป็นตัวแทนของกฏหมายและการลงโทษ) ฝรั่งหลายคนจะเอามาเเต่เสียงอ่าน(พินอิน拼音) ผมก็ต้องถามให้เเน่ใจว่า คำนี้ เสียงอ่านนี้ คำเเปลนี้ใช่หรือไม่ เอาให้เเน่ แล้วบางครั้งไม่รู้ว่าพี่ฝรั่งเขาไปเอามาจากไหน กลายเป็นคำว่า 痔(zhì) …เอ่อม…คำนี้แปลว่า ริดสีดวงทวาร ย่อมาจากคำว่า 痔瘡(zhìchuāng) อึ๋ย… ผมว่าฝรั่งคนนั้นต้องไปจำมาจากเสื้อยืดแบบในภาพแน่ๆเลย -___-“ ภาษาจีนมีคำพ้องเสียงเยอะครับ ต้องระวัง ยังดีนะครับ ในรูปภาพที่แนบมา เด็กฝรั่งคนนี้แค่ใส่เสื้อลายสกรีนคำว่า “ริดสีดวงทวาร” ส่วนฝรั่งที่สักคำนี้ลงบนร่างกายไปแล้วก็…คงต้องไว้อาลัย ณ ที่นี้

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jun 292013
 

ภาษาจีนคำละวัน วันนี้ 武(wǔ) ยุทธ์ (บู๊)
武俠(wǔxiá)จอมยุทธ์
武林(wǔlín)ยุทธภพ 江湖(jiānghú)ยุทธภพ โอ๊ะโอว ทำไมคำว่ายุทธภพมีสองคำ ต้องอธิบายหน่อยแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า:
คำว่ายุทธภพ คนโบราณใช้คำว่า武林(wǔlín) คำว่า武คือการยุทธ์/การต่อสู้ 林คือ ป่า แต่มีความหมายที่สองว่า “วงการ” ส่วนคำว่า 江湖(jiānghú) ความจริงแล้วเป็นคำแสลงในหมู่มาเฟียฮ่องกง แปลว่าวงการนังเลงมาเฟีย แต่ท่านกิมย้ง金庸(jīnyōng)ได้หยิบยืมคำว่า江湖(jiānghú) คำนี้มาใช้ในนิยายของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ ในผลงานนิยายกำลังภายในของกิมย้ง金庸(jīnyōng) คำว่ายุทธภพจะใช้คำว่า江湖(jiānghú) แทนที่จะเป็นคำว่า武林(wǔlín)ตามบันทึกประวัติศาสตร์ ที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่ว่าท่านกิมย้งขาดความเข้าใจหรือไม่รู้ประวัติศาสตร์หรอก แต่เป็นเทคนิคการสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง นั่นคือการสร้าง “จักรวาลคู่ขนาน” ของตัวเองขึ้น เพื่อปลดปล่อยจิตนาการของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยที่ยังคงรักษาเค้าโครงและมนต์ขลังแบบยุคสมัยนั้นๆไว้

บางท่านอาจไม่ค่อยเข้าใจคำว่า จักรวาลคู่ขนาน ก็เลยสาธิตให้ดูกันนะครับ  เช่น พี่อี้เป็นอาจารย์สอนภาษาจีนยืนสอนนักเรียนอยู่หน้าชั้น แต่ในจักรวาลคู่ขนานอีกแห่งหนึ่งที่พี่อี้หรือคนอื่นจิตนาการขึ้น พี่อี้ในวัยเดียวกันก็มีบทบาทอื่น เช่น เป็นจอมยุทธ์ที่กำลังต่อสู้กับเหล่าร้าย อะไรงี้ พูดง่ายๆคือการเขียนนิยาย โดจิน同人小說(tóngrénxiǎoshuō) นั่นเอง หรือแม้แต่พวก มาเวลคอมมิคและดีซีคอมมิค ก็เช่นกัน อย่างในมาเวลคอมมิค สงครามโลกครั้งที่สองกองทัพนาซีกลายเป็นพวกนักวิทยาศาสตร์จิตวิปลาส ส่วนพระเอกเป็นกับตันอเมริกันผู้สง่างามอะไรงี้ ส่วนในนิยายจีน จักรวาลก็ถูกยึดครองโดยเหล่าจอมยุทธ์ที่มีกำลังภายในนั่นเอง จะเป็นหมัดเทพเจ้าดาวเหนือ ดราก้อนบอล วูล์ฟเวอรีน ฮัลค์ ก๊วยเจ๋ง เตียบ่อกี้ มันก็คือกันครับ เป็นบทบาทของใครบางคนที่ถูกจำลองขึ้นในจักรวาลคู่ขนาน เพื่อความความพริ้วไหวในการอ่านชม ประมาณนั้น
สวัสดี (-/i\-)
ของแถม

  • 平行宇宙(píngxíngyǔzhòu) จักรวาลคู่ขนาน Parallel universes
  • 多重宇宙(duōzhòngyǔzhòu) จักรวาลเชิงซ้อน / พหุภพ Multiverse
  • 武器(wǔqì)อาวุธ
  • 武力(wǔlì)กำลังอาวุธ
  • 武裝(wǔzhuāng) ติดอาวุธ/อาวุธครบมือ
  • 武術(wǔshù)วรยุทธ์
  • 功夫(gōngfu)ความชำนาญ/ความแก่กล้า/ฝีมือ
  • 輕功(qīnggōng)วิชาตัวเบา
  • 內功(nèigōng)กำลังภายใน

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jun 222013
 
วันอาทิตย์ 星期日

วันอาทิตย์ 星期日

เกร็ดมังกร ตอน วันอาทิตย์
星期日(xīngqīrì) 星期天(xīngqītiān) 禮拜日(lǐbàirì) 禮拜天(lǐbàitiān) คำว่าวันอาทิตย์ เขียนแบบไหนถึงจะถูกต้องที่สุด? เชื่อว่านักเรียนส่วนใหญ่ต่างก็เคยสับสนกับคำๆนี้ เพราะในภาษาจีน คำว่าวันอาทิตย์เขียนได้ตั้งสี่แบบ เอ๊ะ ไม่ใช่แค่สี่ ยังมีคำว่า 周日ซึ่งก็แปลว่าวันอาทิตย์เหมือนกัน ฉะนั้นในภาษาจีนจึงมีคำว่าวันอาทิตย์ตั้ง 5 แบบ โอว…พระ…

เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ ต้องอธิบายคำว่า 星期(xīngqī) กับ 禮拜(lǐbài)ก่อน
คำว่า星期(xīngqī) แปลว่า สัปดาห์ คำศัพท์คำนี้เกิดจากคำว่า星(xīng)ดวงดาว + 期(qī)รอบ/ระยะ รวมความหมายว่า รอบของดวงดาว เป็นระบบการนับวันที่เกิดจากชาวบาบิโลน (ประมาณ600-700ปีก่อนคริสตกาล) ชาวบาบิโลนบูชาดวงดาว
เชื่อว่า มีเทพประจำดวงดาว 7 องค์คอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนดูแลโลกอยู่ โดยเริ่มจาก เทพแห่งสุริยะ เทพแห่งจันทรา
เทพแห่งอังคาร .พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ และเสาร์ตามลำดับ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกวันในสัปดาห์นับแต่นั้นมา ฉะนั้นคำว่าวันอาทิตย์ตามระบบบาบิโลนนี้จึงเรียกว่า星期日(xīngqīrì) นั่นเอง และระบบนี้ถูกสืบทอดโดยชาวกรีก-โรมัน และแพร่กระจายไปทั่วโลก ในประเทศไทย เชื่อว่าเราได้รับอิทธิพลจากภาษาอินเดีย ซึ่งอินเดียโบราณก็ได้รับอิทธิพลมาจากชาวโรมันอีกที ส่วนในประเทศจีน ระบบวันแบบเรียกชื่อตามดวงดาว ได้รับอิทธิพลมาจากมุสลิมที่เดินทางมาจากทางเปอร์เซีย

คำว่า禮拜(lǐbài)แปลว่า พิธีกราบไหว้/พิธีนมัสการ ซึ่งหมายถึงการนมัสการพระเจ้า แบบชาวคริสต์นั่นเอง เป็นวันที่พระเยซูคริสต์ฟื้นจากความตาย ตรงกับวันอาทิตย์ตามระบบนับวันแบบดั้งเดิม(บาบิโลน) ชาวคริสต์จึงเรียกวันอาทิตย์星期日(xīngqīrì) ว่า วันนมัสการ禮拜天(lǐbàitiān) นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ คำภาษาจีนที่ใช้เรียกวันอาทิตย์แบบดั้งเดิมคือ คำว่า 星期日(xīngqīrì) วันจันทร์(ตามระบบบาบิโลน) และ 禮拜天(lǐbàitiān) วันนมัสการพระเจ้า(ตามระบบไบเบิล) ส่วนในยุคปัจจุบัน สองคำนี้ถูกใช้ปนกันและใช้อย่างแพร่หลายอีกต่างหาก จึงยากที่จะไปบังคับว่า คำไหนถูกต้องที่สุด เอาเป็นว่า โดยหลักภาษาจีนแล้ว ใช้ได้หมดครับ ตั้งแต่星期日 星期天 禮拜日 禮拜天 ส่วนที่มาที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ก็เรียนรู้ไว้เพื่อประดับความรู้ก็พอครับ

อ๊ะๆๆ เกือบลืม ยังมีคำว่า 周日 เอาไว้คราวหน้าจะเล่าให้ฟังครับ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะเขียนสั้นๆครั้งละ 1 หน้ากระดาษA4 อ่านกันแบบอิ่มพอดีๆน่ะครับ เจอกันครั้งหน้า สวัสดี ( -/i\- )

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jun 022013
 

เมื่อไหร่ใช้ 搞 เมื่อไหร่ใช้ 弄

搞ใช้ได้สองความหมายคือ
1.หมายถึง ทำ(พูดเเบบกันเอง ประมาณว่า ทำบ้าทำบอ …/ ยุ่งอยู่กับ…) ฉะนั้นบางครั้งไม่เหมาะที่จะใช้พูดกับผู้ใหญ่ นิยมใช้เเบบกันเองมากกว่า / บางครั้งเวลาผู้พูดรู้สึกรำคาญก็ใช้คำว่า 搞 ได้ เช่น

  • 你在搞什麼?นี่คุณทำอะไรของคุณเนี่ย?
  • 你搞什麼鬼? ทำบ้าอะไรของเอ็งวะ?
  • 別搞了,我都看煩了。เลิกทำซะที ผมชักจะรำคาญเเล้วนะ

2 เเปลว่า ทำงานเกี่ยวกับ…. ทำงานด้าน….

  • 我搞原油 ผมทำงานด้านน้ำมันดิบ
  • 我搞了三年化學 ผมทำด้านเคมีมาสามปี

ส่วนคำว่า弄 เเปลว่า ง่วนอยู่กับ…ตลอดเวลา หมกมุ่นอยู่กับ… (มักหมายถึงเรื่องหยุมหยิม) เช่น

  • 妹妹在弄她的毛衣 น้องสาวกำลังง่วนอยู่กับการถักเสื้อไหมพรม (วุ่นอยู่กับเสื้อไหมพรมตลอดเวลา)

ในภาษาพูด คำว่า弄ยังสามารถใช้ในความหมายของการ หา จัดหา เตรียม  เช่น

  • 我給你弄點吃的吧。ผมหาอะไรให้คุณกินหน่อยดีกว่า ( หาในที่นี้หมายถึง จัดมา จัดให้ เตรียมให้)
  • 這玩意兒你哪兒弄來的? ไอ่ของชิ้นนี้คุณหามาจากไหนเนี่ย? (ในที่นี้หมายถึง ได้มา)

玩意兒เป็นภาษาพูดของคำว่าสิ่งของ เหมือนในภาษาไทยเรามีว่า ไอ่ของชิ้นนี้ ของพรรณนั้น ไ อ้ นี่… เป็นคำที่ฟังเป็นกันเอง เเต่บางครั้งก็ไม่สุภาพเพราะกันเองจนเกินไป

แถมท้าย

  • 弄堂(เรียกย่อๆว่า 弄nong4) หมายถึง ซอยที่เกิดจากห้องเเถวเล็กๆมาเรียงรายกัน ฉะนั้น พวกซอยที่สองข้างมีเเต่กำเเพงหรือ ต้นไม้จึงไม่นับว่าเป็น弄堂
  • 里 li3 ก็เเปลว่า ซอยเช่นกัน เเละเป็นซอยที่เป็นเเหล่งชุมชน

สองคำข้างต้นเป็นคำว่า “ซอย” ในภาษาถิ่น เหมือนคำว่า 衚衕ของปักกิ่ง ซึ่งเป็นภาษาถิ่น

  • 巷 xiang4 คำนี้เเปลว่าซอย ใช้เป็นภาษาทั่วๆไป

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Jun 022013
 

สอนเอามันส์ ตอน 看書 念書 讀書 ”

看書kan4shu1 念書nian4shu1 เเละ 讀書du2shu1
ทั้งสามคำมีส่วนที่เหมือนกันคือ สามารถเเปลเป็นคำว่า อ่านหนังสือได้ เเต่ลักษณะของการ”อ่าน” นั้นมีน้ำหนักเเละขอบเขตต่างกันเล็กน้อย

เเละความหมายนอกเหนือจาก อ่านหนังสือ เเล้ว คำว่า念書เเละ讀書ยังมีขอบเขตความหมายถึง การเรียนหนังสือ

看書 คำว่า看เเปลว่า ดู/อ่าน สังเก็ตที่ตัวอักษรมีคำว่า目(ตา) 看書คือ ดูหนังสือ
念書 คำว่า念เเปลว่า อ่าน(อย่างตั้งใจ) ตัวอักษร念ประกอบด้วย 今เเละ心(ขณะนี้+ใจ) ฉะนั้นคำว่า念書คืออ่านหนังสือด้วยความตั้งใจ

讀書 คำว่า 讀 เเปลว่า อ่าน(อ่านออกเสียง) สังเกตตัวอักษรใช้หมวดนำ訁(ภาษา/วาจา) คำว่า讀書จึงมีความหมายว่าอ่านหนังสือ(อ่านเเบบออกเสียง)

คำจีนที่มีความหมายว่าเรียนหนังสือมีดังต่อไปนี้
念書 เรียนหนังสือ
讀書 เรียนหนังสือ
上學 ไปโรงเรียน/เรียนหนังสือ
學習 เรียน / ศึกษา (ใช้เป็นภาษาเขียนหรือพูดก็ได้)
就學 ศึกษา(ใช้เป็นภาษาเขียน)
สามคำเเรกมักใช้เป็นภาษาพูดส่วนคำที่สี่เเละห้าเป็นภาษาเขียน

ตัวอย่างประโยคที่มีความหมายคล้ายเเต่ไม่เหมือนกัน
我在大學讀書。ผมเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย
爸爸在聽我讀書พ่อกำลังฟังผมอ่านหนังสือ

我在泰國念書三年了。ผมเรียนหนังสือที่ไทยสามปีเเล้ว
明天考試,今天我得念書。พรุ่งนี้สอบ วันนี้ผมควรจะต้องอ่านหนังสือ

看書太多會傷眼睛。อ่านหนังสือมากเกินไปจะเป็นภัยต่อสายตา (ประโยคนี้ใช้看เพราะสัมพันธ์ภาคเเสดงของประโยคที่เน้นว่า เป็นภัยต่อดวงตา傷眼睛)

讀太大聲嗓子不好。อ่านเสียงดังเกินไปคอจะไม่ดี(เจ็บคอ) ประโยคนี้คำว่า อ่านหนังสือ ใช้讀(อ่านออกเสียง) เพราะสัมพันธ์กับภาคเเสดงที่ว่า เจ็บคอ

多念書成績好。 อ่านหนังสือมากผลการเรียนดี
ประโยคนี้คำว่าอ่านหนังสือ ใช้念 (อ่านด้วยใจ/อ่านอย่างตั้งใจ) เพราะผลการเรียนที่ดีเกิดจากการอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ (ไม่ใช่เพียงอ่านด้วยตา หรือ อ่านออกเสียง เเต่ต้องมี “ใจ”ในการอ่านด้วย)

ของเเถม
ภาษาจีนนั้นมีไวยากรณ์ที่ไม่ซับซ้อน เเต่ มีการเเบ่งน้ำหนัก เเละ ขอบเขตความหมายของคำศัพท์หลายระดับ ทุกภาษามีทั้งจุดที่ง่ายเเละจุดที่ยากที่ต่างกันไป สำหรับผู้เริ่มต้น ผมเเนะนำว่า ไม่ว่าเราจะเรียนภาษาอะไรก็ตาม เริ่มต้นจากจุดที่ง่ายของภาษานั้น เเละ จุดที่เราชอบ เเล้วเราจะเรียนภาษานั้นอย่างมีความสุขเเละสำเร็จในที่สุด

ปัจจัยที่ทำให้เราเรียนภาษาหนึ่งสำเร็จไม่ใช่ความขยันเเละการท่องจำอย่างหักโหม เเต่ ความสุขความสนุก ต่างหากที่สำคัญกว่า (เหมือนเล่นเกม เกมไหนไม่สนุกหรือคนเล่นหาความสนุกจากเกมนั้นไม่ได้ เกมนั้นจะไม่มีใครพิชิตได้ เพราะเบื่อก่อน เกมที่ถูกพิชิตเเปลว่าเป็นเกมที่ทำให้คนเล่นสนุก ภาษาก็เหมือนกัน)

ติดตามได้ใน…อ.อี้hsk&patจีน

Click to listen highlighted text!