บทความอื่นๆ

May 102011
 
เงิน 钱

เงิน 钱

“人为财死,鸟为食亡”

这是众所周知的俗语。世间人为了财物,造作了多少罪业,招惹了多少烦恼?

此时我们再拥有多少的钱财,未必是件好事;相反花钱花得有意义,有价值,这又未必是件坏事!虽说”物欲就是祸水”,但凡事都没有绝对性的,有好坏之分,是非之辩。我们学佛人要能做到慈悲的心,欢喜的心,勇猛的心来为善而喜舍!当然我们要认清世间的财物,充其量不也就是给予人们资生而以!

“คนตายเพราะความร่ำรวย นกตายเพราะความตระกระ ”

นี้เป็นภาษิตเก่าแก่ดั้งเดิม คนในโลกต้องการความร่ำรวย พากันขวนขวายประกอบอาชีพธุรกิจ ซึ่งนำความทุกข์มาให้มากเพียงใด

จนถึงเวลานี้พวกเราหาเงินทองมาได้เท่าใด ไม่ได้เป็นเรื่องดีเลยตรงกันข้ามเงินเดือนกลายเป็นสิ่งมีค่ามีความหมาย อย่างนี้ยิ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายลงไปอีก แม้กล่าวว่า ความต้องการทางวัตถุเหมือนน้ำบ่าที่กั้นไม่ได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง มีทั้งดีและไม่ดี ถูกผิดขัดแย้งกัน. พวกเรานักศึกษาธรรมะ จึงต้องทำจิตให้มีเมตตา มีจิตยินดี จิตกล้าหาญที่จะทำความดี เสียสละ ให้ทรัพย์สินเงินทอง ของมีค่าที่สุดก็สามารถให้แก่คนอื่นเพื่อความอยู่รอดของเขาได้

佛陀告诉我们四大理财要件:

  1. 四分之一供养父母
  2. 四分之一教育子女
  3. 四分之一用于家庭
  4. 四分之一投入社会公益事业。

钱会害人,但是钱也能救人,我们要好好利用钱去做有意义的事情,去帮助别人之所需,而不能让钱利用了。

当人们有钱而舍不得用,存在银行做守财奴,只在心里告诉自己安慰自己是上百万富翁,或者成天手摸着那些存单上的几个阿拉伯数字,与其如此又与穷人有何区分呢?这样不就失去有钱的意义!而钱财用得不当,则有害身心,甚至会影响社会的安定与团结。世间财世间用,用得有意义,这岂不是修福的大好机会!

我们的富贵就是从布施中修来的!大家要明白,福是修来的,而不是求来的喔!

人们不会忘了积金积银,更不能忘了积功积德。金银如山也会坐食山空,而福德是永无止境,绵延不断的!

พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องการใช้ทรัพย์ไว้ 4 ข้อ คือ

  1. เลี้ยงดูบิดามารดา
  2. ให้การศึกษาแก่บุตรธิดา
  3. ใช้จ่ายในครัวเรือน
  4. ช่วยเหลือสังคม

เงินทำร้ายคนได้ และสามารถช่วยคนได้เช่นกัน พวกเราต้องระมัดระวังในการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ ช่วยเหลือคนอื่นที่ขาดแคลน อย่าให้กลายเป็นเงินใช้เรา

เมื่อเรามีเงินเหลือใช้ ฝากไว้ในธนาคารอย่างตระหนี่ขี้เหนียว เพียงเพื่อจะได้บอกตนเองว่าตนเองเป็นเศรษฐีเงินล้าน หรือทั้งวันใช้มือสัมผัสแต่ตัวเลขในบัญชี แบบนี้ก็ไม่แตกต่างอย่างไรกับคนจนคนหนึ่ง จะมีเงินมากมายก็ไม่มีความหมาย ไม่ได้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์ ทั้งทำร้ายร่างกายจิตใจ แม้ว่าจะมีฐานะมั่นคงในสังคม ทรัพย์สมบัติในโลกใช้ได้เพียงแค่อยู่ในโลกเท่านั้น การนำมาใช้ให้สร้างสิ่งที่มีความหมาย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างบุญสร้างกุศล

ที่เราร่ำรวยก็เพราะเราเคยบริจาคทานในอดีตชาติมาก่อน พวกท่านโปรดจงเข้าใจ บุญกุศลคือสิ่งที่ได้ทำสะสมมา ไม่ใช่เสาะหาเอามา

คนเราไม่ลืมที่จะสะสมเงินทอง ก็ต้องไม่ลืมที่จะต้องสะสมบุญกุศลด้วย เงินทองกองเป็นภูเขา ใช้ไปก็หมดได้ แต่บุญกุศลนั้นไม่มีขอบเขตกำหนด ยิ่งทำยิ่งพอกพูนต่อเนื่องไม่มีที่สุด

Apr 142011
 

คัมภีร์ “ไท่สั้งเหล่าจฺวินซฺวอฉางชิงจิ้งจิง” 《太上老君说常清静经》เป็นคัมภีร์ที่สำคัญคัมภีร์หนึ่งของศาสนาเต๋า เป็นคัมภีร์ที่อธิบายถึงสภาวะของเต๋าและสรรพสิ่ง คัมภีร์นี้เป็นคัมภีร์ของศาสนาเต๋านิกาย “เจิ้งอี” 《正一》เป็นคำสอนของไท่สั้งเหล่าจฺวิน 《太上老君说常清静经》

大道无形 (เต๋าไร้รูป) ,生育天地 (กำเนิดฟ้าดิน) ;大道无情 (เต๋าไร้จิต) ,运行曰月 (ขับเคลื่อนสุริยันจันทรา) ;大道无名 (เต๋าไร้นาม) ,长养万物 (หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง) ;吾不知其名強名曰道 (ข้าไม่รู้จะเรียกสิ่งใด จึงขนานนามว่า “เต๋า”) 。夫道者 (อันเต๋านั้น) :有清有浊 (มีสะอาด, มีสกปรก) ,有动有静 (มีเคลื่อน, มีนิ่ง) ;天清地浊 (ฟ้าสะอาด, ดินสกปรก) ,天动地静 (ฟ้าเคลื่อน, ดินนิ่ง) ;男清女浊 (ชายสะอาด, หญิงสกปรก) ,男动女静 (ชายเคลื่อน, หญิงนิ่ง) ;降本流末 (ไหลเวียนเปลี่ยนผัน) ,而生万物 (ก่อกำเนิดสรรพสิ่ง) 。清者浊之源 (สะอาดมีสกปรกเป็นราก) ,动者静之基 (เคลื่อนมีนิ่งเป็นฐาน) ;人能常清静 (มนุษย์สามารถสะอาดและนิ่ง) ,天地悉皆歸 (ฟ้าดินรวมกลับคืน) 。
夫人神好清 (ใจมนุษย์นั้นสะอาด) ,而心扰之 (แต่กลับวุ่นวาย) ;人心好静 (ใจมนุษย์สงบ) ,而欲牵之 (แต่ตัณหาชักพา) 。常能遣其欲 (สามารถกำจัดตัณหาทั้งปวงได้) ,而心自静 (ใจย่อมสงบ) ;澄其心 (เมื่อใจสะอาด) ,而神自清 (จิตย่อมสะอาด) ;自然六欲不生 (เมื่อนั้นตัณหาย่อมไม่เกิด) ,三毒消灭 (พิษทั้ง 3 ย่อมสูญสลาย) 。

所以不能者 (ชนผู้ไม่สามารถ) ,为心未澄 (ชำระจิตให้สะอาด) ,欲未遣也 (แสดงว่าตัณหายังไม่ถูกกำจัด) ,能遣之者 (ชนผู้สามารถกำจัดตัณหาได้) :內观其心 (เมื่อมนสิการภายใน) ,心无其心 (ย่อมแจ้งว่าไร้จิต) ;外观其形 (เมื่อมนสิการภายนอก) ,形无其形 (ย่อมแจ้งว่าไร้รูป) ;远观其物 (เมื่อมนสิการสรรพสิ่ง) ,物无其物 (ย่อมแจ้งว่าไร้ซึ่งสรรพสิ่ง) ;三者既无 (เมื่อแจ้งว่าสรรพสิ่งไร้) ,唯见于空 (ดังนี้แล ชื่อว่าแจ้งในสุญญตา) 。

观空亦空 (มนสิการความว่างคือว่าง) ,空无所空 (ความว่างหามีไม่) ;所空既无 (ความว่างก็คือไร้) ,无无亦无 (ไร้ไร้ก็คือไร้) ;无无既无 (ไร้ไร้ที่สุดแล้วก็คือไร้) ,湛然常寂 (ย่อมเข้าถึงความสงบ) 。寂无所寂 (สงบไร้สงบ) ,欲豈能生 (ตัณหาจะเกิดได้ไฉน) ;欲既不生 (เมื่อตัณหาไม่เกิด) ,即是真静 (จึงเป็นความนิ่งที่แท้จริง) 。真常應物 (จึงควรแก่การงาน) ,真常得性 (เข้าถึงจิตแท้) ;常應常静 (ควรแก่การงานและสงบมาก) ,常清静矣 (สะอาดและสงบแล้ว) 。

如此清静 (เมื่อสะอาดและสงบเช่นนี้) ,渐入真道 (ย่อมเข้าถึงเต๋าที่แท้จริง) ;既入真道 (เหตุที่เข้าถึงเต๋า) ,名为得道 (จึงได้ชื่อว่าบรรลุเต๋า) ;虽名得道 (ที่ชื่อว่าบรรลุเต๋า) ,实无所得 (แท้จริงจะมีการบรรลุก็หาไม่);为化众生 (เพื่อสั่งสอนสรรพชีวิต) ,名为得道 (จึงได้บัญญติว่า “บรรลุเต๋า”) ;能悟之者 (ชนผู้รู้แจ้ง) ,可传圣道 (จักสามารถถ่ายทอดอริยมรรค)。
上士无爭 (บัณฑิตไร้วิวาท) ,下士好爭 (คนพาลมักวิวาท) 。上德不德 (ผู้ทรงคุณธรรมไร้คุณธรรม) ,下德执德 (ผู้ไร้คุณธรรมยึดถือธรรม) ,执著之者 (ผู้ยึดมั่นนั้น) ,不明道德 (ไม่แจ้งในคุณธรรม) 。众生所以不得真道者 (สรรพชีวิตไม่แจ้งในเต๋าที่แท้จริง) ,为有妄心 (จึงมีอุปาทาน) ,既有妄心 (เพราะมีอุปาทาน) ,即惊其神 (จึงมีความกลัว) ,既惊其神 (เมื่อมีความกลัว) ,即著万物 (จึงมีสรรพสิ่ง) ,既著万物 (เมื่อมีสรรพสิ่ง),即生贪求 (จึงมีความโลภ) ,既生贪求 (เมื่อมีความโลภ) ,即是烦恼 (ก็คือความทุกข์) ,烦恼妄想 (ความทุกข์, อุปาทาน) ,忧苦身心 (ทุกข์กายและใจ) ,便遭浊辱 (พบกับความสกปรกแลเหยียดหยาม) ,流浪生死 (เวียนว่ายเกิดตาย),常沉苦海 (จมอยู่ในทะเลทุกข์) ,永失真道 (สูญเสียเต๋าที่แท้จริง) 。真常之道 (เต๋าที่แท้จริงนั้น) ,悟者自得 (ผู้รู้แจ้งจักบรรลุได้เอง) ;得悟道者 (ผู้บรรลุเต๋านั้น) ,常清静矣 (บริสุทธิ์และสงบยิ่งนัก)!
仙人葛翁曰 (เซียนผู้เฒ่าแซ่ “เก๋อ”กล่าวว่า) :吾得真道 (ข้าบรรลุเต๋า) ,曾诵此经万遍 (เหตุเพราะสวดสาธยายคัมภีร์นี้หมื่นจบ) 。此经是天人所習 (คัมภีร์นี้เป็นคัมภีร์ของเทพ) ,不传下士 (ไม่ถ่ายทอดสู่เบื้องล่าง) 。吾昔受之于东华帝君 (ข้าได้รับถ่ายทอดมาจาก “ตงหัวตี้จฺวิน”) ,东华帝君受之于金阙帝君 (“ตงหัวตี้จฺวิน”ได้รับมาจาก “จินเชฺว่ตี้จฺวิน”) ,金阙帝君受之于西王母 (“จินเชฺว่ตี้จฺวิน”ได้รับมากจาก “ซีหวางหมู่”)。西王一线乃口口相传 (ถ่ายทอดกันปากต่อปาก) ,不记文字 (ไม่มีการจดบันทึก) 。吾今于世 (บัดนี้ข้า) ,书而录之 (ได้บันทึกไว้) 。上士悟之 (บุคคลระดับสูง) ,升为天仙 (จักบรรลุเป็นเซียน) ;中士修之(บุคคลระดับกลาง) ,南宮列官 (จักได้เป็นขุนนางที่ตำหนักใต้) ;下士得之 (บุคคลระดับล่าง) ,在世长年 (เมื่อสิ้นชาตินี้) 。遊行三界 (จักท่องเที่ยวสามภพ) ,升入金门 (จึงเข้าสู่ประตูทอง)。
左玄真人曰 (“จฺว้อเสฺวียนเจินเหริน”กล่าวว่า) :学道之士 (บัณฑิตผู้ศึกษาเต๋า) ,持诵此经者 (หมั่นสวดสาธยายคัมภีร์นี้) ,即得十天善神 (จักมีเทพทั้งสิบชั้นฟ้า) ,拥护其身 (คอยปกปักษ์อารักษ์) 。然后玉符保神 (จากนั้นยันต์หยกคุ้มจิต) ,金液炼形 (ฝึกขั้น จินเย่) 。形神俱妙 (ดวงจิตบรรลุ) ,与道合真 (เป็นหนึ่งกับเต๋า) 。
正乙真人曰 (“เจิ้งอี่เจินเหริน”กล่าวว่า) :人家有此经 (ชนใดมีคัมภีร์นี้) ,悟解之者 (จักเป็นผู้รู้แจ้ง) ,灾障不干 (ภยันตรายไม่อาจแผ้วพาน) ,众圣护门 (ทวยเทพคุ้มครอง) 。神升上界 (จิตสู่เบื้องบน) ,朝拜高真 (กราบไหว้เป็นจริง) 。功滿德就 (กุศลบริบูรณ์),相感帝君 (ได้พบ “ตี้จฺวิน”) 。诵持不退 (สวดสาธยายมิรู้คลาย) ,身腾紫云 (กายขี่เมฆม่วง) 。

Mar 222011
 

 

君不见,黄河之水天上来,奔流到海不复回。
君不见,高堂明镜悲白发,朝如青丝暮成雪。
人生得意须尽欢,莫使金樽空对月。
天生我材必有用,千金散尽还复来。
烹羊宰牛且为乐,会须一饮三百杯。
岑夫子,丹丘生,将进酒,君莫停。
与君歌一曲,请君为我侧耳听。
钟鼓馔玉不足贵,但愿长醉不复醒。
古来圣贤皆寂寞,惟有饮者留其名。
陈王昔时宴平乐,斗酒十千恣欢谑。
主人何为言少钱,径须沽取对君酌。
五花马,千金裘,
呼儿将出换美酒,与尔同销万古愁。

Feb 112011
 

月下独酌 [yuèxiàdúzhuó] “ดื่มเหล้าอย่างเดียวดายใต้แสงจันทร์” เป็นบทกวี แต่งโดย หลี่ไป๋ (李 白)

月 [yuè] เดือน
下 [xià] ล่าง
独 [dú] โดดเดี่ยว
酌 [zhuó]  ริน, ดื่ม

huā jiān yī hú jiǔ dú zhuó wú xiāng qīn
花 间 一 壶 酒, 独 酌 无 相 亲。

jǔ bēi yāo míng yuè duì yǐng chéng sān rén
举 杯 邀 明 月, 对 影 成 三 人。

zàn bàn yuè jì bù jiě yǐn yǐng tú suí wǒ shēn
暂 伴 月 既 不 解 饮, 影 徒 随 我 身,

yuè jiāng yǐng xíng lè xū jí chūn
月 将 影, 行 乐 需 及 春。

wǒ gē yuè pái huái wǒ wǔ yǐng líng luàn
我 歌 月 徘 徊, 我 舞 影 零 乱,

xǐng shí tóng jiāo huān zuì hòu gè fēn sǎn
醒 时 同 交 欢, 醉 后 各 分 散。

yǒng jié wú qíng yóu xiāng qī miǎo yún hàn
永 结 无 情 游, 相 期 邈 云 汉。

Feb 072011
 

ปัญญาเซน : มนุษย์ ทุกคนล้วนมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง จงตระหนักในคุณค่าแห่งตน ยอมรับตนเอง ฝึกฝนตนเอง ให้ช่องว่างกับตัวเองได้เติบโต ทุกคนล้วนสามารถกลายเป็นสิ่งมีค่าอันประเมินมิได้ ทุกขวากหนาม ทุกความเจ็บปวด ทุกความพ่ายแพ้ล้วนแล้วแต่มีความหมายอย่างยิ่งต่อชีวิตของคนเรา…

อ้างอิงจาก www2.manager.co.th

Feb 072011
 

ภาพจาก blog.163.com

《农夫买地》

คนผู้หนึ่ง เอ่ยถามอาจารย์เซนว่า “สิ่งใดน่ากลัวที่สุดในโลก?”

อาจารย์เซนตอบว่า “ความอยาก”

คนผู้นั้นยังคงไม่เข้าใจ อาจารย์เซนจึงเล่าเรื่องๆ หนึ่งให้เขาฟัง ใจความดังนี้

“ยังมีชาวนาผู้หนึ่ง ต้องการหาซื้อที่ดินสักหนึ่งผืน เขาได้ยินมาว่ามีคนต้องการขาย จึงได้เดินทางไปพบเพื่อติดต่อขอซื้อ เมื่อไปถึง ชาวนาจึงได้เอ่ยถามคนผู้นั้นว่า “ที่ดินของท่านขายอย่างไร?”

ผู้ที่ต้องการขายที่ดินตอบว่า “ขอเพียงท่านมอบเงินให้ข้า 1000 ตำลึงเท่านั้น จากนั้นให้เวลาท่านหนึ่งวันเต็มๆ นับจากพระอาทิตย์ขึ้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ตก ให้ท่านออกเดินเท้าไปรอบๆ ที่ดิน หากท่านสามารถเดินวนไปได้ไกลเท่าไหร่ ที่ดินเหล่านั้นล้วนนับเป็นของท่าน แต่หากว่าท่านเดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้นไม่ทันพระอาทิตย์ตกดิน ท่านจะไม่ได้ที่ดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว”

ชาวนาได้ฟังดังนั้นในใจก็คิดว่า “เช่นนี้ก็ไม่เลว ข้ายอมลำบากหนึ่งวัน เดินให้เร็วที่สุด ไกลที่สุด เพื่อที่จะได้ที่ดินกว้างใหญ่ การซื้อขายนี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก” ดังนั้นเขาจึงตกลงทำสัญญากับผู้ขายที่ดินรายนั้น

วันรุ่งขึ้น เมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ชายชาวนาก็เร่งฝีเท้าจ้ำเดินออกไปทันที เมื่อถึงยามเที่ยงวัน เขาหันหลังกลับมามองก็พบว่าเขามาไกลจนมองไม่เห็นจุดเริ่มต้นแล้ว จึงค่อยเลี้ยงโค้งเพื่อเดินวนไปอีกด้านหนึ่ง พร้อมทั้งก้าวเดินต่อไปโดยไม่ยอมหยุดพัก แม่ว่าจะหิวโหยและเหนื่อยอย่างยิ่งก็ตาม เขาก้าวเดินต่อไป ต่อไป จนกระทั่งพบว่าพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว ในใจเขาจึงร้อนรนขึ้นมาเพราะเกรงว่าหากกลับไปไม่ทันพระอาทิตย์ตกจะหมดสิทธิ์ ครอบครองที่ดินทั้งหมด เขาจึงรีบหันหลังกลับเพื่อเดินไปยังจุดเริ่มต้น แต่พระอาทิตย์ก็ใกล้จะลาลับฟ้าเต็มที เขาที่ทั้งเหน็ดเหนื่อย ตื่นเต้น และหิวโหยพยายามเร่งฝีเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า จนกระทั่งเหลือเพียงสองก้าวจะถึงจุดเริ่มต้น ทว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เขามีได้ถูกใช้หมดสิ้นไปแล้ว สุดท้ายได้แต่ล้มลง ณ ที่นั้น ขณะล้มลงมือทั้งสองพลันทาบทับไปที่จุดเริ่มต้นพอดีกับที่พระอาทิตย์ลาลับฟ้า พร้อมกับชายชาวนาที่ล้มหายใจขาดห้วง สิ้นใจไปในลักษณะนั้น

ที่ดินผืนกว้างใหญ่มหาศาลตกเป็นของชาวนาตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่จะมีความหมายอันใด ในเมื่อเขาไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว”

เมื่อจบเรื่องราวที่อาจารย์เซนเล่า เหล่าศิษย์ก็กระจ่างในใจ เข้าใจว่าเหตุใด “ความอยาก” จึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลก

ปัญญาเซน : กิเลส ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น คือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมวลมนุษย์

ที่มา : หนังสือ 《菩提树下听禅的故事》, 惟真 เรียบเรียง, สำนักพิมพ์ 中国华侨出版社, 2004.08, ISBN 7-80120-851-X

อ้างอิงข้อมูลจาก : www2.manager.co.th

Feb 052011
 

人为什么活着?只为一个简单的理由!

台湾大众银行 梦骑士 电视广告 (3分钟版本)
广告代理商:台湾奥美广告
创意总监:胡湘云
导演:Thanonchai
真实故事改编

人为什么活着?
为了思念?
为了活下去?
为了活更长?
还是 为了离开?

五个台湾人
平均年龄八十一岁
一个重听
一个得了癌症
三个有心脏病
每一个都有退化性关节炎

六个月的准备
环岛十三天
一千一百三十九公里
从北到南
从黑夜到白天
只为了一个简单的理由
人,为什么要活着?
————————————————————————–

หลัง จากเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่ภาพยนตร์โฆษณา Viral ad ของดีแทค ชุด Disconnect to connected ได้ไปสร้างความประทับใจให้ชาวเน็ตจีนบนแผ่นดินใหญ่แล้ว ล่าสุดผู้กำกับไทยอีกคนอย่าง ธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับรางวัลระดับโลก (เจ้าของผลงานในชุด “ไทยประกันชีวิต”) ได้งานเต็มๆ กำกับโฆษณาทางโทรทัศน์ ของ TC Bank ไต้หวัน เรื่อง “Dream Rangers” สังกัด โอกิลวี ไต้หวัน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง และเช่นเดียวกัน ในเว็บไซต์ youku ของจีนแผ่นดินใหญ่ ก็มีผู้คลิ๊กชมมากเกือบ 500,000 ครั้งแล้ว ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์

“Dream Rangers” จัดเป็นเรื่องราวที่ให้กำลังใจ และพิสูจน์ว่าศักยภาพของมนุษย์นั้น
ไร้ขอบเขตไม่ได้ขึ้นกับวัยและสังขาร เหมือนคำกล่าวในภาษิตจีนที่ว่า
“ภัยของวัยชรา หาใช่ความเสื่อมถอยของร่างกาย แต่คือการถดถอย
ทางจิตวิญญาณ และความฝันต่างหาก”

ความ ประทับใจในเรื่องราวของโฆษณาชิ้นนี้ อยู่ที่สร้างมาจากชีวิตจริงของชายชราไต้หวัน วัยราว 80 ปี กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าที่มีประสบการณ์ชีวิตอันงดงามร่วมกัน เขากลับมาพบกันอีกครั้ง จากการไปร่วมงานศพของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม และได้รู้ว่าคำถามที่พวกเขาต่างเผชิญในวัยดึกนี้ คงมีเพียงว่า เวลาที่เหลือของแต่ละคนนี้ จะอยู่เพื่ออะไร เพื่อคิดถึงใคร เพื่อรักษาลมหายใจไว้ หรือเพื่อจะรอวันตาย

แล้ว ขณะชีวิตเริ่มลอยตามน้ำเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ชายแก่ทั้ง 5 คน กลับสร้างแรงบันดาลใจคืนมาให้ตนเอง จากความฝันครั้งสุดท้ายที่พวกเขาตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เพื่อพิสูจน์ตนเองอีกครั้งกับชะตาชีวิต นั่นคือขี่มอเตอร์ไซค์ คึกรอนแรมไปทั่วหล้าเหมือนตอนหนุ่มๆ

ทว่า ในวัยปูนนี้ แต่ละคนพกโรคประจำตัวมาคนละโรคสองโรค คนนึงหูตึง คนนึงเป็นมะเร็ง ที่เหลือเป็นโรคหัวใจ และทั้งหมดข้อกระดูกเสื่อม ดังนั้น เพื่อให้การเดินทางไม่กลายเป็นการฆ่าตัวตาย พวกเขาต้องฟื้นฟูเตรียมสภาพร่างกายเป็นเวลา 6 เดือน จนพร้อมที่จะขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปทั่วเกาะไต้หวัน จากเหนือจรดใต้ นาน 13 วัน 13 คืน ระยะทางกว่า 1,139 กิโลเมตร จนได้ไปถึงสถานที่ซึ่งพวกตนเคยมีวันดีๆ ร่วมกัน รื้อฟื้นภาพความทรงจำในอดีตให้กลับมาชัดเจนตรงหน้าอีกครั้ง…

ผล งานโฆษณาชิ้นนี้ เป็นของ Ogilvy & Mather ไต้หวัน สร้างจากเรื่องจริงของกลุ่มนักบิดไต้หวัน วัยเฉลี่ยกว่า 81 ปี โดยมีครีเอทีฟและผู้เขียนบท คือ เจนนิเฟอร์ หู ออกแบบศิลป์ โดย ลีอา เฉิน และกำกับฯ โดย ธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับมือหนึ่งของ Phenomena ประเทศไทย ที่ทำให้ “Dream Rangers” กำลังเป็นภาพยนตร์โฆษณาที่คนไต้หวันและชาวเน็ตฯ จีนแผ่นดินใหญ่ชื่นชอบกันในขณะนี้

“Dream Rangers” จัดเป็นเรื่องราวที่ให้กำลังใจ และพิสูจน์ว่าศักยภาพของมนุษย์นั้นไร้ขอบเขตไม่ได้ขึ้นกับวัยและสังขาร เหมือนคำกล่าวในภาษิตจีนที่ว่า

“ภัยของวัยชรา หาใช่ความเสื่อมถอยของร่างกาย แต่คือการถดถอยทางจิตวิญญาณ และความฝันต่างหาก”

อ้างอิงจาก http://news.clipmass.com/story/dream-rangers

Feb 022011
 

การ ”ลงทุน” ในหุ้น ควรเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี จ่ายเงินปันผลทุกปี (ดีกว่าฝากธนาคาร ดอกเบี้ยต่ำ ซ้ำยังถูกหักภาษี 15%) จะช่วยลดต้นทุนของหุ้น และราคาก็ไม่ตกง่าย ๆ ซื้อเก็บแล้วหลับสบายเย็นอุรา ไม่ต้องเอาเท้าก่ายหน้าผาก

แต่ว่า….หากต้องการ “เล่นหุ้น” แบบซื้อเช้าขายเย็น ก็ต้องเตรียมใจกับสถานการณ์ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ดังบทความข้างล่างที่คัดลอกมาเตือนสติกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

ชื่อเรื่องตลก..“中国股市(1) = ตลาดหลักทรัพย์ประเทศจีน(1)”

** 宝马进去,自行车出来 = ขับรถ BM เข้าไป, กลายเป็นจักรยานออกมา
** 西服进去,三点式出来 = ใส่เสื้อสูทเข้าไป, กลายเป็นเสื้อสายเดี่ยวออกมา
** 老板进去,打工仔出来 = เถ้าแก่เดินเข้าไป, กลายเป็นลูกจ้างออกมา
** 富翁进去,乞丐出来 = เจ้าสัว/เศรษฐีเดินเข้าไป, กลายเป็นยาจกออกมา
** 别墅进去,草棚出来 = บ้านพักตากอากาศเข้าไป กลายเป็นกระต๊อบออกมา
** 蟒蛇进去,蚯蚓出来 = งูเหลือมคลานเข้าไป กลายเป็นไส้เดือนกระดื๊บออกมา
** 黑发进去,白发出来 = ผมดำเดินเข้าไป, กลายเป็นผมขาว/ผมงอกออกมา
—————————————-

ชื่อเรื่องตลก…“中国股市 (2) = ตลาดหลักทรัพย์ประเทศจีน (2)”

** 正常人进去, 精神病出来。 คนปกติเข้าไป, เป็นโรคจิตออกมา
** 走着进去, 抬着出来。 เดินเข้าไป, ถูกหามออกมา
** 坦克进去, 独轮车出来。 รถถังเข้าไป, ได้รถเข็นล้อเดียวออกมา
** 航母进去, 舢板出来。 เรือบรรทุกเครื่องบินเข้าไป, ได้เรือสำปั้นออกมา
** 凤凰进去, 麻雀出来。 หงส์เข้าไป, เป็นนกกระจอก/นกกระจิบออกมา
** 大象进去, 青蛙出来。 ช้างสารตัวใหญ่เข้าไป, เป็นกบออกมา
** 珍爱生命, 远离股市。 จงรักถนอมชีวิต, อยู่ให้ห่างไกลจากตลาดหลักทรัพย์

老板进去,打工出来 别墅进去,草棚出来
鳄鱼进去,壁虎出来 苍鹰进去,苍蝇出来
人才进去,饭桶出来 博士进去,白痴出来
姚明进去,潘长江出来 宝马进去,自行车出来
西服进去,三点式出来 富翁进去,叫化子出来
爱着国进去,叛变逃出来 健康着进去,残废着出来
坐火箭进去,坐潜艇出来 杨百万进去,杨白劳出来
欲投资进去,想投河出来 频送秋波进去,目光呆滞出来
打着饱嗝进去,饿昏了头出来 鲜花盛开进去,残花败柳出来
做着美梦进去,一场恶梦出来 想买房子进去,卖了房子出来
花天酒地进去,哭天喊地出来 欢欢喜喜进去,哭哭啼啼出来
开着小车进去,拉着板车出来 自作聪明进去,自认倒霉出来
探头探脑进去,连滚带爬出来 人模人样进去,不三不四出来
握着双枪进去,举着双手出来 听着故事进去,做着噩梦出来
看着鱼饵进去,咬着鱼钩出来 坐着邮船进去,划着舢板出来
系着领带进去,扎着草绳出来 穿着名牌进去,光着屁股出来
喝燕翅鲍进去,嚼萝卜干出来 风风火火进去,疯疯颠颠出来
满面红光进去,鼻青脸肿出来 大腹便便进去,骨瘦如柴出来
火眼金睛进去,眼冒金星出来 学巴菲特进去,被扒了皮出来
小康家庭进去,五保特困出来 小家碧玉进去,弄成破鞋出来
心系国家进来,心肌梗塞出来
千方百计挤进去,黔馿技穷跑出来
大小非解禁进去,大小便失禁出来
捐了救灾款进去,领了救济款出来
装着满车大米进去,载着半车砻糠出来
奔着美味大餐进去,吃了一肚苍蝇出来
今天拉根小阳进去,明天开根大阴出来
牵着狗进去,被狗牵着出来

อ้างอิงจาก :พันทิป (จีนศึกษา)

Jan 312011
 

เรียนจีนบนดอย แต่คุณภาพระดับพื้นราบ

โดย ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ เอกรัตน์ บรรเลง
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( ตุลาคม 2552)

“เหล่าซือห่าว…”

เสียงเจื้อยแจ้วลอยคละเคล้ากับสายหมอกยามเช้าบนยอดดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นเหมือนเสียงนาฬิกาปลุก ที่คนพื้นถิ่นคุ้นเคยมานานกว่า 50 ปี

โดยเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ที่ลูกหลานสมาชิกกองพล 93 แห่งก๊กมินตั๋งในอดีต จะตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่ก่อน 05.30 น. เพื่อเข้าเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนกวงฟูวิทยาคม โรงเรียนสอนภาษาจีนที่ก่อตั้งมานานเกือบ 60 ปี บนพื้นที่เชิงเขาสูงของดอยวาวีแห่งนี้

พวกเขาและเธอเหล่านี้สมัครใจที่จะเข้ามาเรียนภาษาจีนที่นี่จนถึง 6.50 น. ก่อนจะกลับไปเปลี่ยนชุดนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนสามัญตามหลักสูตรกระทรวง ศึกษาธิการในเวลา 08.00-16.00 น. และกลับมาที่โรงเรียนกวงฟูอีกรอบในเวลา 17.30-20.30 น.

ส่วนวันเสาร์ เด็กๆ เหล่านี้จะงดกิจกรรมเที่ยวเล่นเพื่อเข้าห้องเรียนภาษาจีน ตั้งแต่ 08.00-15.00 น.

ทำให้รอบสัปดาห์ เด็กนักเรียนบนดอยวาวีจะมีเวลาเที่ยวเล่น-ทำกิจกรรมเหมือนเด็กทั่วไป เฉพาะวันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้น

อำนวย ภักดีไพศาล หรือเหยิน เซียะ ชิง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนกวงฟูวิทยาคม ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย บอกกับผู้จัดการ 360 ํ ว่าลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนบนดอยวาวี จะถูกส่งมาเรียนภาษาจีนที่นี่ บางส่วนก็จะมีชาวเขาเผ่าอื่นๆ ที่เริ่มเห็นความสำคัญของภาษาจีนมาร่วมเรียนด้วย

โรงเรียนกวงฟูวิทยาคมเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวง ศึกษาธิการ อยู่ในกำกับของ สพท.เขต 2 เชียงราย เปิดสอนภาษาจีนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้หลักสูตรการเรียนการสอนของไต้หวันทั้งหมด

เป็น 1 ใน 100 กว่าโรงเรียนสอนภาษาจีนในภาคเหนือตอนบน ที่เครือข่ายกองพล 93 ในอดีตก่อตั้งขึ้นตามถิ่นฐานที่อยู่ และได้รับอนุญาตจากทางการไทย โดยในเขตเชียงรายมีอยู่ 62 โรง, เชียงใหม่ 36 โรง และแม่ฮ่องสอน อีก 5-6 โรงเรียน

แต่ละปีกระทรวงศึกษาธิการของไต้หวันจะให้การสนับสนุนเรื่องหนังสือ-ตำรา เรียนภาษาจีนให้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีเงินทุนจากองค์กรการกุศลต่างๆ อีกไม่น้อยกว่าปีละ 100 ล้านบาท เข้ามาช่วยอีกทางหนึ่ง เนื่องจากโรงเรียนสอนภาษาจีนเหล่านี้ไม่ได้รับงบประมาณรายหัวจากกระทรวง ศึกษาธิการของไทย ทำให้โรงเรียนเหล่านี้ต้องอาศัยเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ เพื่อให้สามารถจัดเก็บค่าเล่าเรียนได้ในราคาต่ำ เฉลี่ยปีละประมาณ 1-3 พันบาทต่อคน

โดยโรงเรียนสอนภาษาจีนในเครือข่ายกองพล 93 ที่รับการสนับสนุนจากไต้หวันเหล่านี้ ก็จะใช้หลักสูตรการเรียนการสอนของไต้หวัน ที่เรียนภาษาจีนกลางตามแบบอักษรเต็ม

ที่มีมากกว่า 30,000 ตัว แตกต่างจากการเรียนภาษาจีนตามแบบแผ่นดินใหญ่ หรือปักกิ่ง ที่ปัจจุบันจะใช้ตัวย่อประมาณ 2,300 กว่าตัวเข้ามาใช้

เหยิน เซียะซิง ย้ำว่าการเรียนภาษาจีนตามแบบอักษรดั้งเดิม หรือเต็มรูปแบบจะทำให้สามารถอ่านตัวย่อของจีนแผ่นดินใหญ่ได้ด้วย นอกจากนี้อักษรตัวเต็มยังมีพลัง และถ่ายทอดศิลปะที่สืบทอดกันมานานหลายพันปีได้ดีกว่าด้วย

เฉพาะสำหรับโรงเรียนกวงฟูฯ ดูเหมือนจะพัฒนาไปได้เร็วกว่าโรงเรียนสอนภาษาจีนในเครือข่ายกองพล 93 อื่นๆ เมื่อได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณเพิ่มเติมจากมูลนิธิมหาโพธิ์ ที่มีพระอาจารย์ปัญญาแห่งสภาสงฆ์จีนโลก ซึ่งได้รับสัญชาติไทยแล้ว

ทำให้กวงฟูฯ สามารถขยับขยายจากอาคารที่เป็นกระต๊อบ มุงจาก จนซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเองได้ สร้างอาคารถาวรเต็มพื้นที่เชิงเขาติดชุมชนวาวี และเข้าเงื่อนไขขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนของกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนที่จะยื่นขอ Work Permit ให้กับครูอาสาจากไต้หวัน มาสอนที่โรงเรียนได้โดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาษาจีนให้กับนักเรียนในสังกัดได้

จนถึงปัจจุบันโรงเรียนกวงฟูวิทยาคมมีนักเรียนมากกว่า 2 พันคน มีครูทั้งที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน-ครูอาสาจากไต้หวัน รวม 40 กว่าคน

ไม่เพียงเท่านั้นกวงฟูวิทยาคม ยังเปิดหลักสูตรเรียนภาษาจีนภาคฤดูร้อน รองรับกระแสความต้องการเรียนภาษาจีนในไทยที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายนของทุกปี โดยเปิดสอนภาษาให้กับคนทั่วไป ในราคาคนละ 8,000 บาท (รวมค่าที่พัก-อาหาร)

อำนวยรับรองว่า 1 เดือนเต็มนี้ โรงเรียนสามารถสอนให้ผู้เรียนพูด อ่าน เขียนภาษาจีนได้อย่างแน่นอน โดยตลอดทั้งวันทั้งคืนของวันจันทร์-เสาร์ จะพูดกันแต่ภาษาจีน ส่วนวันอาทิตย์ โรงเรียนจะจัดโปรแกรมทัศนศึกษานอกสถานที่ให้

“6 ปีที่เปิดคอร์สภาคฤดูร้อน มีผู้สนใจมาเรียนจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจากภูเก็ต กรุงเทพฯ ขอนแก่น ฯลฯ บางคนมีอายุ 70 กว่าปีก็เข้ามาเรียน เพื่อนำกลับไปใช้ติดต่อค้าขายกับชาวจีนที่มีอยู่ทั่วโลก”

แตกต่างจากโรงเรียนสอนภาษาจีนเครือข่ายกองพล 93 อื่นๆ เช่น โรงเรียนซิงหัว ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ที่มีหยาง เผิงเสี้ยว หรือสมพงษ์ ชีวินวนตระกูล เป็นอาจารย์ใหญ่

หยาง เผิงเสี้ยว บอกกับผู้จัดการ 360 ํ ผ่านชิง เหวินฉุ่ย (วรรณา แซ่จัง) ที่มาทำหน้าที่ล่าม ว่าซิงหัวก่อตั้งมาแล้ว 45 ปี โดยนายพลต้วน ซีเหวิน บนที่ดินส่วนหนึ่งของสุสานชาวจีนบนดอยแม่สลอง เพื่อให้ลูกหลานชาวจีนเรียนรู้ภาษาบรรพบุรุษ จะได้ติดต่อสื่อสารกันได้

ซึ่งยุคแรกก็เป็นเหมือนโรงเรียนสอนภาษาจีนทุกแห่งในไทยที่ถูกกดดันจาก เจ้าหน้าที่รัฐ จนหลายครั้งต้องหลบไปสอนกันในศาลเจ้า วัด หรือมัสยิด ฯลฯ

แต่หลังจากลูกหลานกองพล 93 ได้รับการช่วยเหลือจากเครือข่ายก๊กมินตั๋งในต้หวัน ทั้งด้านการศึกษาต่อในไต้หวัน และงบประมาณสนับสนุนอื่นๆ รวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนได้รับการพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2521 (ค.ศ.1978) ทำให้โรงเรียนสอนภาษาจีนพลิกฟื้นสถานะขึ้นมาได้มากขึ้น

นอกจากนี้บรรดาศิษย์เก่าที่เข้าไปมีบทบาททางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ต่างก็กลับมาให้การสนับสนุน ทั้งนายกสมาคมหยุนหนัน-ไทย และอดีตนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนซิงหัวกับเขา เป็นต้น ทำให้แต่ละโรงเรียนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาษาจีนให้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2525 เคยมีนักเรียนมากที่สุดถึง 1,500 คน

ส่วนวรรณาที่เป็นล่าม เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนซิงหัวคนหนึ่ง ที่ได้แสดงความสามารถด้านภาษาจีนจนเรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหง เอกภาษาจีนได้ภายใน 2 ปีครึ่ง

ปัจจุบันโรงเรียนซิงหัว มีนักเรียน 550 คน เรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีครูเพียง 12 คน ทั้งที่จริงต้องมีไม่น้อยกว่า 18 คน แถมปีที่แล้วโรงเรียนซิงหัวยังต้องเสียครูสอนภาษาจีนจากพม่าและอื่นๆ ถึง 4 คน ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องที่พัก-ใบอนุญาตทำงาน รวมถึงแหล่งจ้างงานที่อื่นที่ดีกว่า

อำนวย ภักดีไพศาล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนกวงฟูวิทยาคม และสมพงษ์ ชีวินวนตระกูล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนซิงหัว บอกในทำนองเดียวกันว่า จีนแผ่นดินใหญ่เคยส่งเจ้าหน้าที่มาหารือหลายครั้ง พร้อมกับยื่นข้อเสนอที่จะให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องทุน-อุปกรณ์การเรียน การสอน-หนังสือ แก่โรงเรียนในเครือข่าย 3 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน จำนวน 100 กว่าโรง ภายใต้เงื่อนไขให้ใช้หลักสูตรของจีนแผ่นดินใหญ่

“เราปฏิเสธไป เพราะใช้หลักสูตรไต้หวันสอนมานานแล้ว”

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสอนภาษาจีนทั้ง 2 แห่งสะท้อนความเป็นไปของการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ขณะนี้ ถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีโรงเรียนสอนภาษาจีนมากกว่า 2,000 โรง รวมถึงบราซิล กลุ่มประเทศแอฟริกาใต้ และเกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ที่นิยมเรียนภาษาจีนกันมากขึ้น ขณะที่ไทยทั้งประเทศขณะนี้มีอยู่ 500 กว่าโรงเท่านั้น

“ตอนประชุมตัวแทนโรงเรียนจีนทั่วโลกที่ไทเปไม่กี่ปีก่อน ผมต้องยกมือหลายครั้งกว่าจะได้สิทธิ์แสดงความเห็น เพราะไม่ทันตัวแทนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมประชุมกันหลายพันคน” เหยิน เซียะซิง หรืออำนวย แห่งโรงเรียนกวงฟูฯ กล่าว

เหยิน เซียะ ซิง ย้ำว่า ตอนนี้รัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนให้มีการเรียนภาษาจีนมากขึ้น แต่ดูเหมือนจะช้าไป เมื่อเทียบกับกระแสความตื่นตัวเรื่องนี้ในหลายประเทศทั่วโลก


การเรียนพิเศษภาษาจีนกลางภาคฤดูร้อน-หนาว
เนื่องจากทางโรงเรียนได้เห็นความต้องการของสังคมที่ให้ความสำคัญกับภาษาจีน
จึง ได้จัดการสอนพิเศษภาคฤดูร้อน-หนาวขึ้น หลักสูตรที่ทำการสอนเป็นหลักสูตรจีนกลางไต้หวัน(ภาษาจีนตัวเต็ม) ในวันที่ ๑ เมษายน ถึง ๓๐ เมษายน ของทุกปี และ
ภาคฤดูหนาว ในวันที่ ๑ ตุลาคม ถึง ๓๐ ตุลาคม ของทุกปี
รับสมัครนักเรียนที่มีอายุ ๑๐ ปีขึ้นไป และจัดสอนตามความตามระดับของแต่ละบุคคล
ทั้งบุคคลที่ไม่มีพื้นฐาน บุคคลที่มีพื้นฐาน บุคคลที่เคยเรียนมาก่อน

วิชาที่เปิดสอนในภาคฤดูร้อน-หนาวมีดังนี้ :
1.สนทนาภาษาจีนกลาง การออกเสียงภาษาจีนกลาง
2.สุภาษิตจีน
3.กลอนสุภาพจีน
4.การเขียนภาษาจีน
5.การร้องเพลงภาษาจีน
เนื่องจากนักเรียน นักศึกษาที่เข้าเรียนมีระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน
ทางโรงเรียนจึงได้เปิดสอนเป็นระดับที่ต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ดังนี้

高級班 ระดับสูง

1、 五百字說華語 สนทนาภาษาจีนกลาง๕๐๐คำ
2、 注音(拼音)จู้ยิน(พินยิน)
3、 成語(謎語、諺語)สุภาษิตจีน
4、 唐詩 กลอนสุภาพจีน
5、 華語(閱讀、造句、日記)ภาษาจีนกลาง(การอ่าน แต่งประโยค บันทึกประจำวัน)
6、 歌唱 ร้องเพลงจีน
7、 戶外教學 กิจกรรมการเรียนนอกห้องเรียน

中級班 ระดับกลาง

1、五百字說華語 สนทนาภาษาจีนกลาง๕๐๐คำ
2、 注音(拼音)จู้ยิน(พินยิน)
3、 成語(謎語、諺語)สุภาษิตจีน
4、 唐詩 กลอนสุภาพจีน
5、 華語(閱讀、筆順、造句)ภาษาจีนกลาง(การอ่าน แต่งประโยค บันทึกประจำวัน)
6、 歌唱 ร้องเพลงจีน
7、 戶外教學 กิจกรรมการเรียนนอกห้องเรียน

初級班 ระดับต้น

1、五百字說華語 สนทนาภาษาจีนกลาง๕๐๐คำ
2、 注音(拼音)จู้ยิน(พินยิน)
3、 日常用語 สุภาษิตจีน
4、 華語(閱讀、筆順、造句)ภาษาจีนกลาง(การอ่าน แต่งประโยค บันทึกประจำวัน)
5、 歌唱 ร้องเพลงจีน
6、 戶外教學 กิจกรรมการเรียนนอกห้องเรียน
7、 唐詩 กลอนสุภาพจีน

เวลาเรียน
จันทร์-เสาร์ 9.00 น. – 16.00 น.
วันเสาร์ 19.00 น. มีกิจกรรมให้นักเรียนสรุปและนำเสนอผลการเรียนรู้
วันอาทิตย์ กิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียน ทางโรงเรียนจะนำนักเรียนไป
ทัศนศึกษาตามสถานที่สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวจ.เชียงราย

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 8,000 บาท
– หอพักพิเศษรวม 2 คน 3 คน 4 คน มีห้องน้ำในตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอู่น
– มีอาหาร 3 มื้อ

สนใจติดต่อ :
ที่อยู่:No 53 Moo1 BanWawee Maesuey Chiangrai Thailand
หมายเลขโทรศัพท์:084-8052137 , 089-6361236
(อาจารย์อำนวย ภักดีไพศาล ผู้อำนวนการโรงเรียนกวงฟูวิทยาคม)
Fax:053-760124

http://khung-fu.blogspot.com/2009/11/blog-post_24.html