May 162011
 
เปิดรับสมัครตัวแทน ด่วน!



สี่สาวงามแห่งแผ่นดินจีน 四大美人(Four Beauties)เป็นคำเรียกสตรี 4 คนที่ได้ชื่อว่ามีความงดงามที่สุดในประวัติศาสตร์จีนโบราณ โดยทั้ง 4 คนนี้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองพลิกผันถึงขั้นอาณาจักรล่มสลาย หรือเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์คำโคลงจีนที่ใช้เรียกสตรีทั้งสี่นี้ได้แก่ “沉鱼落雁,闭月羞花”

沉鱼落雁 [chényúluòyàn] มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา
闭月羞花 [bìyuèxiūhuā] จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง

ในพากย์ภาษาไทยอาจารย์ถาวร สิกขโกศล ได้แปลไว้เป็นบทกลอนว่า

  1. 西施沉鱼 [XīShī chényú] มัจฉา จมวารี (ไซซี)
  2. 昭君落雁 [ZhāoJūn luòyàn] ปักษี ตกนภา (หวังเจาจวิน)
  3. 貂婵闭月 [DiāoChán bìyuè] จันทร์หลบ โฉมสุดา (เตียวเสี้ยน)
  4. 贵妃羞花 [GuìFēi xiūhuā] มวลผกา ละอายนาง (หยางกุ้ยเฟย)

ความไม่งามในสุดยอดความงาม

คนจีนส่วนมากรู้ว่าในบรรดาหญิงงามนับสิบนับร้อยของจีนนั้นที่เป็นชั้นเยี่ยมสุดยอดมีสี่คน ยอดพธูทั้งสี่คนนี้งามถึงขั้น “มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง” ทว่าความไม่งามซึ่งแฝงอยู่ในสุดยอดความงามของยอดพธูแต่ละคนเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้

1. มัจฉาจมวารี (西施沉鱼 [XīShī chényú]) เป็นความงามสุดยอดของไซซี เมื่อสมัยยังอยู่บ้านเดิม ทุกครั้งที่เธอไปซักผ้าฟอกด้าย หรือเล่นน้ำในแม่น้ำผูหยางเจียง(浦阳江 [pǔyángjiāng]) เชิงเขาจู้หลัวซาน หมู่มัจฉาต่างก็เพลินชมโฉมอันเลอเลิศจนลืมแหวกว่ายจมสู่ก้นธารา
แม้จะงามเลิศถึงเพียงนี้ ไซซีก็ยังมีความไม่งามอยู่ประการหนึ่ง คือ เธอมีเท้าที่ใหญ่กว่าหญิงทั้งหลายเป็น “สาวตีนโต” ดังนั้นเธอจึงต้องสวมกระโปรงยาวใส่เกี๊ยะไม้ กระโปรงยาวช่วยคลุมมิให้เห็นเท้า เกี๊ยะช่วยให้ชายกระโปรงสูงพ้นพื้น และยามเดินมีท่วงท่าดุจอัปสร เมื่อใช้ศิลปะการแต่งกายเข้าช่วยเช่นนี้ ไซซีก็งามดุจเทพธิดาในแดนมนุษย์

2. ปักษีตกนภา (昭君落雁 [ZhāoJūn luòyàn]) เป็นความงามสุดยอดของหวางเจาจวิน เมื่อปักษา(雁 [yàn] ห่านป่า)ตะลึงชมความงามของนางยามขี่ม้าเดินทางสู่ซงหนู(匈奴 [xiōngnú]) จนลืมขยับปีกร่วงจากนภา หวางเจาจวินก็มีความไม่งามอย่างหนึ่ง คือ ไหล่ของเธอลาดตกกว่าหญิงทั่วไป เธอจึงสวมผ้าคลุมไหล่ที่มีการหนุนเสริมให้ไหล่งามปกติ ซึ่งทำให้หวางเจาจวินงามเด่นไร้ราคี

3. จันทร์หลบโฉมสุดา (貂婵闭月 [DiāoChán bìyuè]) สุดยอดความงามของเตียวเสียนที่แม้แต่จันทรเทวีฉางเอ๋อร์(嫦娥 [cháng’é]) ยังละอายนาง แต่เตียวเสียนก็มีความไม่งามอยู่ คือ ปลายใบหูเธอสั้นเล็ก เธอจึงใส่ตุ้มหูหยกถ่วงเสริมให้เตียวเสียนมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

4. มวลผกาละอายนาง (贵妃羞花 [GuìFēi xiūhuā]) เป็นสุดยอดความงามของหยางกุ้ยเฟยที่กระทั่งดอกโบตั๋น(牡丹 [mǔdān]) ยังหุบดอกซบลงไม่กล้าประชันความงามด้วย แต่เธอก็มีกลิ่นตัวเป็นโทษสมบัติ หยางกุ้ยเฟยจึงแก้ไขด้วยลงสรงในธารหอมหัวชิง อบร่ำเสื้อผ้าและใช้แป้งหอมกลบกลิ่นกาย

เรื่องความไม่งามในสุดยอดความงามนี้เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้านที่สันนิษฐานมาจากภาพวาดและประวัติของยอดพธูทั้งสี่คนเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการสะท้อนให่เห็นความคิดเชิงเหตุผลของคนจีนซึ่งเชื่อกันว่า สิ่งที่ดีพร้อมหรืองามละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์นั้นยากที่จะมีได้จริง ต่อให้งามเลิศปานใดก็ต้องมีส่วนที่ไม่งามแอบแฝงอยู่

รายชื่อนามสตรีทั้งสี่ เรียงตามช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ดังนี้

  1. ไซซี (Xi Shi, 沉鱼, 西施) มีชีวิตอยู่ช่วง ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ในสมัยชุนชิว ได้ฉายาว่า “มัจฉาจมวารี” (沉鱼) อ่านเพิ่มเติม
  2. หวังเจาจวิน (Wang Zhaojun) มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ได้ฉายาว่า “ปักษีตกนภา” (落雁) อ่านเพิ่มเติม
  3. เตียวเสี้ยน (Diao Chan) มีชีวิตอยู่ในยุคสามก๊ก ได้ฉายาว่า “จันทร์หลบโฉมสุดา” (闭月) อ่านเพิ่มเติม
  4. หยางกุ้ยเฟย (Yang Guifei) มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ถัง ได้ฉายาว่า “มวลผกาละอายนาง” (羞花) อ่านเพิ่มเติม

อ้างอิงจาก : http://th.wikipedia.org/wik , ถาวร สิกขโกศล,สี่ยอดหญิงงาม ผู้พลิกประวัติศาสตร์จีน,สร้างสรรค์บุ๊ค,กรุงเทพ,2551

牡丹
[mǔdān]

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>